ข่าว

"ปู"ลั่นอย่าห่วง'แม้ว'-สามัคคีสำคัญสุด

"ปู"ลั่นอย่าห่วง'แม้ว'-สามัคคีสำคัญสุด

28 พ.ค. 2554

"เฉลิม"ตอกย้ำกระแส"พรรคเพื่อไทย"ดีเกินคาด ด้าน"ยิ่งลักษณ์"ประกาศไม่ต้องห่วงเรื่อง"ทักษิณ" เรื่องความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ สำคัญเป็นอัน ดับแรก

(28พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยภายหลังเปิดเวทีอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 16.30 น. มีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมาร่วมฟังการปราศรัยหนาแน่นเต็มพื้นที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 เพื่อรอฟังแกนนำสำคัญของพรรคปราศรัย โดยเวลา 17.30 น.นายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยตอนหนึ่งว่า พรรคเพื่อไทยมีความตั้งใจที่สร้างความสงบสุขในประเทศ โดยมีนโยบายสร้างความปรองดอง แต่การปรองดองนั้นจะเป็นการปรองดองที่เราไม่เสียเปรียบ แต่เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ แต่การปรองดองจะเกิดขึ้นได้จริงนั้นประเทศต้องเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มีการเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม มือนอกระบบ มือเหี่ยวๆ ไม่ต้องมายุ่งให้ถอยออกไปรวมถึงกองทัพต้องไม่เข้ามายุ่งกับการเมือง ไม่แทรกแซงการเลือกตั้ง

 ต่อมานายโอฬาร ไชยประวัติ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยขึ้นปราศรัยเป็นทางการครั้งแรกในชีวิต โดยสาระสำคัญเป็นการตอกย้ำภาวะข้าวยากหมากแพง และความล้มเหลวในการบริหารประเทศของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายโอฬาร กล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ทำเศรษฐกิจให้เติบโตด้วยการกระจายรายได้ ให้ความเป็นธรรมต่อกลุ่มคนรากหญ้ามากกว่าในอดีต และจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตพลังงานทดแทนของเอเชีย โดยส่งเสริมการปลูกอ้อย มันสำปะหลังเพื่อผลิตเอทานอล ให้ได้ 7ล้านตัน ภายใน 4 ปี ซึ่งจะส่งผลให้น้ำมันแก็สโซฮอล ลดเหลือลิตรละ 22 บาท จากปัจจุบัน ลิตรละ 40 กว่าบาท

 นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยจะขจัดความเหลื่อมล้ำในเรื่องรายได้ เพราะในอดีตประชาชนไม่ได้รับค้าตอบแทนอย่างเป็นธรรม โดยเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ วันละ 300 บาท ขึ้นเงินเดือนให้กับวุฒิปริญญาตรี เริ่มต้นที่15,000 บาท จัดกองทุนตั้งตัวให้กับทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนเจ้าของกิจการหน้าใหม่ และจะลดภาษีรายได้นิติบุคคลให้เหลือร้อยละ 20 เพื่อให้กลุ่มธุรกิจสามารถแข่งขันระดับโลกได้

 ต่อเวลา 19.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส.สัดส่วน ขึ้นปราศรัยรายต่อไปว่า วันนี้กระแสพรรคเพื่อไทยดีเกินกว่าที่ใครจะคาดถึงส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นหมดสิทธิ์ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งแล้ว ทั้งนี้หากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งตนขอย้ำอีกครั้งว่าพรรคเพื่อไทยมีมติเอกฉันท์ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนคนอื่นแค่คิดก็ผิดแล้ว และถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้บริหารประเทศเมื่อไหร่ นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์เตรียมเป็นฝ่ายค้าน อย่างน้อยก็ 12 ปี นอกจากนี้ขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่เชิญพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยซึ่งเปรียบเหมือนอีเรียมเข้าร่วมรัฐบาลแน่นอนโดยตนขอบอกถึงอีเรียมไว้เลยว่าไปแล้วก็ไปลับอย่ากลับมาเพราะไอ้ขวัญใจแข็งไม่รับอีเรียมกลับ

 "พรรคเพื่อไทยมีบุคลากรพร้อมที่จะดำเนินนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า 10 สาย 20 บาทตลอดทางแล้ว จะสร้างที่พักอาศัยราคาถูกเปิดให้เช่า สร้างกำแพงเขื่อนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นต้น และด้วยนโยบายนี่เองทำให้ กทม.ตอนนี้พรรคเพื่อไทยชนะขาดแล้ว 19 เขต โดยฝั่งธนบุรี 10 เขต วันนี้ก็ชนะยกกระบิเรียบร้อยแล้ว มั่นใจว่าเลือกตั้งรอบนี้คนกรุงเทพฯ จะตบหน้าพรรคประชาธิปัตย์โดยการเลือกพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ จะกอดคอกันตายกับพรรคภูมิใจไทย" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 20.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ขึ้นกล่าวปราศรัย ว่า  วันนี้ข้าวของแพง มันจะแซงรายได้ของเราไปแล้ว จะทำอย่างไร ให้ราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาดและไม่ผูกขาด นี่คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องเข้าไปดูแล ส่วนอีกเรื่องที่จะทำอยากจะสร้างงานสร้างคน ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องลงทุนในโครงการเมกกะโปรเจ็คท์เพื่อให้เกิดการจ้างงาน เรื่องการกระจายรายได้นั้น วันนี้ภาพรวมเศรษฐกิจโตขึ้น แต่โตจากภาพการผลิต รายได้ผู้ใช้แรงงานไม่ได้เพิ่มขึ้นทำให้พบว่าเงินในกระเป๋าประชาชน ไม่ได้โตขึ้นด้วย 

 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปราศรัยต่อว่า เรื่องความสามัคคีและปรองดองเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง ตนเคยประกาศเจตนารมย์ไว้ว่า ไม่คิดแก้แค้น แต่จะแก้ไข และไม่ใช่การแก้ไขจากสิ่งผิดให้เป็นสิ่งถูก แต่จะต้องนำไปสู่ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ ไม่ต้องห่วงเรื่องพี่ชายของตน เรื่องความสามัคคีปรองดองในชาติ สำคัญเป็นอันดับแรก  ที่สวนลุมพินี เคยมีเหตุการณ์ที่ให้พี่น้องร่วมอุดมการณ์เสียชีวิตแต่ขอให้เป็นฝันร้ายครั้งสุดท้ายของประเทศไทย ตนและพรรคเพื่อไทยขออาสาแก้ปัญหาเพื่อนำไปสู่ความสามัคคีปรองดอง แต่จะเกิดได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับประชาชนและสื่อมวลชนด้วย ขอโอกาสให้ตนและเพื่อไทยได้เข้ามาทำงานตรงนี้

 สำหรับเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราเคยเดินอย่างภาคภูมิใจในเวทีอาเซียน ดังนั้นวันนี้เราต้องแก้ไขปัญหาเรื่่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยจะเดินตามแนวทางที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยทำไว้ คือพบปะผู้นำอาเซีย เพื่อหาทางให้อาเซียนเป็นแหล่งท่องเที่ยวลงทุนและการค้า เชื่อว่าสันติภาพคือต้นทุนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้เราจะสร้างเขื่อนเป็นกำแพงกั้นน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างถาวร ถ้าไม่ลงมือวันนี้แล้วจะลงมือวันไหน  และเรายังสามารถถมทะเลเป็นเมืองใหม่ เพื่อลดความแออัดในกรุงเทพฯ ได้อีกด้วย

 "ส่วนผู้จบการศึกษาใหม่ ต้องทำให้ตั้งตัวได้อย่างยั่งยืน แต่ไม่ใช่การแจกเงิน เพราะกองทุนตั้งตัวเป็นโครงการเพื่อช่วยให้บัณฑิตที่จบมาใหม่เป็นเถ้าแก่น้อย และจะไม่ลืมแก้ไขปัญหาเกษตรกร ยืนยันว่า ทุกนโยบายของเพื่อไทยทำได้จริง และดิฉันจะใช้ประสบการณ์จากการทำธุรกิจมากกว่า 10 ปี รวมทั้งความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งภาครัฐ เอกชน และต่างประเทศผนึกกับทีมงานของพรรคเพื่อไทย เพื่อแก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง เรามีความจริงใจและจะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน หลายคนบอกว่าสถานการณ์แบบนี้ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ