
"บุรีรัมย์-พีอีเอ"เปิดรังเฉือน"ศรีราชา-ซูซูกิ"1-0รั้งจ่าฝูง
"ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์-พีอีเอ แรงดีไม่มีตกเปิดรังเย่อ บลูมาร์ลิน ศรีราชา-ซูซูกิ 1-0 รั้งจ่าฝูงทิ้งชลบุรี ห่าง 9 แต้ม ขณะที่ กูปรีอันตราย ศรีสะเกษเมืองไทย ขวิด ฮัลโหล ทีโอที 2-0 ในศึกไทยพรีเมียร์ลีก ด้าน สิงห์เจ้าท่า การท่าเรือไทย ยืนยันทีมไม่แตก
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก นัดที่ 15 ของฤดูกาล เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีดวลแข้งทั้งหมด 3 คู่ เกมที่ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์-พีอีเอ ทีมนำจ่าฝูงต้อนรับการมาเยือนของ “บลูมาร์ลิน” ศรีราชา-ซูซูกิ ทีมรองบ๊วย ที่มี ดุสิต เฉลิมแสน คุมทีมข้างสนามเป็นทางการนัดแรก ท่ามกลางบรรยากาศแฟนบอลแน่นสนามเฉียด 2 หมื่นคน
เขี่ยบอลเล่นมาแค่ 10 นาที สุเชาว์ นุชน่ม เปิดลูกฟรีคิกไปที่เสาแรกให้ อีฟ อีควาลา เฮอร์เมน โขกเช็ดตุงตาข่ายเบิกสกอร์แรกให้เจ้าถิ่นออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 หลังจากนั้นเกมเปิดสู้กันอย่างสนุก นาที 23 ทีมเยือนมีโอกาสตีเสมอได้แต่ลูกยิงของ สุจริต จันทกล ดันไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรกเจ้าบ้านนำอยู่ 1-0
ครึ่งหลังเกมยังเปิดสู้กันอย่างสนุก เจ้าถิ่นมีโอกาสลุ้นทำประตูได้มากกว่าแต่จังหวะสุดท้ายไม่เด็ดขาดพอเลยไม่มีสกอร์เพิ่ม ครบ 90 นาที บุรีรัมย์-พีอีเอ ชนะไป 1-0 เก็บแต้มเพิ่มเป็น 39 คะแนนขยับแซงชลบุรีที่ลงเตะน้อยกว่า 2 นัดเป็น 9 คะแนน ส่วนศรีราชา ตกไปอยู่บ๊วยทันที
ที่สนามกีฬากลางศรีสะเกษ “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษเมืองไทย อันดับ 10 พบ “ฮัลโหล” ทีโอที อันดับ 13 เริ่มเกมครึ่แรก เป็นการสู้ที่กลางสนามผลัดกันสร้างโอกาส กระทั่งนาทีที่ 10 ธีรชัย งามเจริญ เตะมุมสั้นจากด้านขวา นักเตะทีโอที ลงไปกองกันหน้าประตูหมด วิชา นันทะศรี แบ็กขวา ได้ตั้งป้อมยิงตรงมุมเขตโทษผลุบเข้าประตูชนิด สราวุธ กองลาภ ได้แต่โวยเพื่อนร่วมทีม ศรีสะเกษเมืองไทย ขึ้นนำ 1-0
ครึ่งหลัง ทีโอที เร่งเกมที่จะทวงประตูคืน แต่ถูกแนวรับเจ้าถิ่นต้านเอาไว้แล้ว และตั้งเกมรุกสวนกลับงามๆ หลายหน ทว่าทั้งคู่ไปเสียบอลที่แดนหน้ากันหมด นาทีที่ 70 ณัฐพล พูลทวี หวิดเป็นซูเปอร์ซับทะยานขวิดบอลจากการเปิดของ ศัตรูพ่าย ศรีณรงค์ ไปแฉลบวิชา ที่พรวดมาสกัดข้ามคาน อีก 6 นาที จิมมี โชลา หลุดเดี่ยวไปยิงติด สราวุธ ด่านสุดท้ายทีโอที ที่ยังต่อลมหายใจของทีม ก่อนที่กูปรีจะมาย้ำชัยนาทีที่ 80 ธนา ชะนะบุตร หลุดไปแตะหลบ สราวุธ ที่ออกมาตัดไม่ทัน บรรจงชิพไปชนคานยังโชคดีที่ จิมมี โชลา ตามไปซ้ำ ศรีสะเกษเมืองไทย ชนะ 2-0 แซงโอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี ขึ้นไปนั่งอันดับ 8 ชั่วคราว
ที่สนาม สพล.ชลบุรี “ตะหานน้ำ”ราชนาวี อันดับบ๊วยของตาราง รับการมาเยือน “วงจักรพิฆาต” อาร์มี่ ยูไนเต็ด อันดับ 13 เริ่มเกม ค่อนข้างเล่นกันแบบระวังตัว จนถึงนาทีที่ 21 ทีมเยือนมาได้ประตูขึ้นนำจาก จักรพงษ์ สมบูรณ์ พาบอลเลาะเส้นกราบขวาก่อนผ่านมาจุดนัดพบบริเวณจุดโทษ นิพนธ์ คำทอง วิ่งขึ้นมาแปเล่นทางไม่เหลือ อาร์มี่ ขึ้นนำ 1-0 จากนั้นนาที 38 เจ้าบ้าน น่าจะตามตีเสมอได้เมื่อ อาดู จีอัมฟี ผ่านบอลจากซ้ายมาหน้าประตู วุฒิชัย อะสุชีวะ โหนตัวขึ้นโขกแต่เหลี่ยมไม่ดีบอลเหินข้ามคานออกไป จากนั้นไม่มีใครทำอะไรกันได้ หมดครึ่งแรก อาร์มี่ นำ 1-0
เปิดฉากครึ่งหลัง ราชนาวี เดินหน้าบุกเข้าใสทันที นาที 50 น่าจะได้ประตูเมื่อ ลีอันโด ซานโตส พาบอลขึ้นไปทางซ้ายก่อนหลักหลบแผงหลัง 2 คน ก่อนซัดเต็มข้อบอลพุ่งเฉียดเสาไกลออกไป แต่ทว่า นาที 57 ก็มาประสบความสำเร็จจนได้ เมื่อ อาดู จีอันฟี ผ่านจากจากซ้ายมาให้ คมสันต์ เมินดี ซัดบริเวณหัวกะโหลกเสียบเสาสองอย่างสวยงาม ตามตีเสมอ 1-1 แต่เจ้าบ้านต้องมาเหลือ 10 คนเมื่อ ลีอันโด ซานโตส ไปเจตนาเล่นนอกเกมไปเหยียบใส่หลัง อเลสซานโดร อัลเวซ ผู้ตัดสินให้ใบแดงให้ออกจากสนามทันที จากนั้นเกมตกเป็นของอาร์มี่ ที่เดินหน้าบุกอย่างหนักมีโอกาสได้ยิงประตูนับไม่ถ้วนแต่จบไม่ได้ หมดเวลาการแข่งขันเสมอกัน 1-1
ด้านความคืบหน้ากรณีปัญหาทีม “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย ที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยยังไม่ยอมเซ็นสัญญา “เอ็มโอยู” ให้แก่บริษัทซุปเปอร์ริช ดำเนินการทำทีมอย่างเต็มตัว จนมีข่าวว่าในเลกสอง “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ ผู้จัดการทีม และ 4 นักเตะดังทั้ง สมปอง สอเหลบ, อาลีฟ เปาะจิ, เอกชัย สำเร และจิรวัฒน์ มัครมย์ เตรียมย้ายไปอยู่กับบุรีรัมย์ในดิวิชั่น 1
ล่าสุด เด่นพงษ์ พงษ์ญาติ ผู้อำนวยการสโมสรการท่าเรือไทย เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่าง การท่าเรือแห่งประเทศไทย กับ ซุปเปอร์ริช คืบหน้าไปมากหลังจากมีการประชุมร่วมกันมา 2 ครั้งแล้ว คาดว่าวันที่ 6 มิถุนายนนี้ น่าจะมีการเซ็นเอ็มโอยูร่วมกัน และจะมีการแถลงข่าวถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนอีกครั้ง
“กรณีของ สะสม พบประเสริฐ และนักเตะอีก 4 คนนั้น ต้องบอกว่ารอให้จบครึ่งฤดูกาลแรกก่อนถึงจะยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าจะย้ายออกจากทีมไปหรือเปล่า แต่บอกได้เลยว่าหากมีการย้ายทีมกันก็ไม่ใช่ด้วยวงเงินที่มีมูลค่าสูงถึงกว่า 20 ล้านบาทอย่างที่เป็นข่าว แต่หลัก 10 ล้านบาท น่าจะมี ซึ่งเงินจำนวนนี้จะนำมาใช้ในการบริหารทีมต่อไป” เด่นพงษ์ กล่าว



