
'มาร์ค'อ้อนคนอีสานเลือกปชป.ยกทีม
"อภิสิทธิ์"เดินสายช่วยลูกพรรคปชป.หาเสียงจ.อุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ อ้อนชาวอีสานเลือกเบอร์ 10 ยกทีม ด้านชาวจ.อำนาจเจริญ ผูกข้อมือ พร้อมอวยพรให้กลับมาเป็นนายกฯอีกสมัย ขณะที่หล่อเล็กเมินผลโพลล์ ชี้ ปชป.จะชนะเลือกตั้งไม่กี่เขต อ้างเพิ่งเริ่ม เชื่
(28พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 07.15 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ทันทีที่ลงเครื่องเดินออกจากประตูผู้โดยสารขาออก นายอภิสิทธิ์ ได้ยกมือสวัสดีทักทายประชาชนและถูกรุมขอจับมือและถ่ายรูป มีประชาชนบางคนแซวเป็นภาษาอีสานว่า"หล่อคือพระเอกเนาะ(หล่อเหมือนพระเอก)จากนั้นนายอภิสิทธิ์ก็เดินทางต่อไปหาเสียงที่ลานมันไทยประเสริฐ บ้านคำเกิด อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ที่เน้นนโยบายประกันรายได้เกษตกร และจากนั้นจะเดินทางต่อไปที่ จ.อำนาจเจริญและกลับมาที่จ.อุบล ซึ่งเป็นการหาเสียงแบบวันเดียวไป-กลับ ทั้งนี้การรักษาความปลอดภัยที่สนามบินมีการเตรียมกำลังจนท.ตำรวจภาค 3 จำนวน 100 นายมาคุ้มกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลฯ
ต่อมาเวลา 08.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายอิสรา สุนทรวัฒน์ ผู้สมัครส.ส.สัดส่วน นายอิสสระ สมชัย อดีตส.ส.อุบล นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตส.ส.อุบล พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางถึงลานมันไทยประเสริฐ บ้านคำเกิด ต.กระจาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เพื่อช่วย 2 พี่น้องตระกูลศรีลาภ คือ นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ และนางสาวบุณฑรีก์ ศรีลาภ ผู้สมัครส.ส.เขต ของพรรค จ.ยโสธร โดยเน้นนโยบายประกันรายได้เกษตกร
โดยทันทีที่มาถึงก็มีเสียงเพลงต้อนรับนายอภิสิทธิ์ที่ร้องว่า"บ๊อบบี้เบอร์ 10 อภิสิทธิ์เบอร์ 10 จ๊อดจี้เบอร์ 10 อภิสิทธิ์เบอร์10" ซึ่งร้องโดย นางสาวณิรัฐกานต์(บ๊อบบี้) และนางสาวบุณฑรีก์(จ็อดจี้) ขณะที่ประชาชนที่มาต้อนรับมากกว่า 1,000 คนพากันปรบมือและเต้นตามจังหวะเพลง และเข้ามามอบพวงมาลัย ดอกไม้และเข้ามาหอมแก้มกันจำนวนมาก ทำให้ใช้เวลานานกว่านายอภิสิทธิ์จะเดินถึงเวทีปราศรัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปราศรัยหาเสียงที่ลานมันไทยประเสริฐ บ้านคำเกิด หมู่7 ต.กระจาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เสร็จสิ้น และได้เดินทางต่อไปหาเสียงโดยเน้นนโยบายฉโนดชุมชนและประกันรายได้ที่วัดพระเหลาเทพนิมิต อ.พนา จ.อำนาจเจริญ ต่อทันที แต่ปรากฏรถเบ๊นซ์ S500 กันกระสุนทะเบียน กท 654 นครปฐม ที่นายอภิสิทธิ์นั่งจากสนามบินอุบลราชธานี มาที่จ.ยโสธร คันเร่งเกิดมีปัญหา ทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องเปลี่ยนไปนั่งรถตู้โฟล์คสีดำทะเบียน นข 1111 อุบลราชธานี ของนายวิฑูรย์ นามบุตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตส.ส.อุบลฯ แทน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาเสียงกับประชาชนที่ อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร โดยมีประชาชนมาร่วมจำนวนมากกว่า 1 พันคนตอนหนึ่งว่า ในเดือนหน้าวันที่ 28 มิ.ย. ตนจะมาปราศรัยใหญ่ที่จ.อุบลราชธานี และวันที่ 3 พ.ค.ขอให้ชาวยโสธรเลือกพรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 10 อย่างไรก็ตามที่พี่น้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์คราวที่แล้ว ตนมาพูดไว้หลายเรื่องหากพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจะทำงานในทุกเรื่อง ภายใน 99 วัน อาทิ นโยบายเรียนฟรี 15 ปี เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยอสม.และรวมทั้งนโยบายประกันรายได้เกษตรกรที่มีเกษตรกรทั่วประเทศ 4 ล้านคนที่ได้ประโยชน์ ซึ่งเป็นนโยบายที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้เกษตรกรและช่วยให้ขายสินค้าทางเกษตรได้กำไร ไม่ขาดทุนและมีเงินเก็บ และพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังทำเรื่องประกันภัยพืชผลที่เดิมเกษตรกรจะได้ค่าชดเชยเมื่อเกิดภัยพิบัติไร่ละ 600 บาท และรัฐบาลของตนได้ช่วยเพิ่มให้เป็นไร่ละ 2,000 บาท และเป็นครั้งแรกที่เกิดน้ำท่วมแล้วมีเงินเยียวยาอีก 5,000 บาท ดังนั้นโครงการประกันภัยพืชผล นั้นใครอยากได้ 2,000 บาทก็ให้ซื้อประกันซึ่งกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรจะดำเนินการ โดยประชาชนจะเสียเบี้ยประกัน 130 บาทต่อไร่
“ผมคิดว่าประชาชนจ่ายไม่ไหวจึงลดโปรโมชั่นให้ประชาชนจ่ายเพียง 60 บาทที่เหลือรัฐจ่ายให้และใครจ่าย 60 บาทก็เป็นลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.)ทางธกส.เขาจะลดดอกเบี้ยให้และถือเป็นลูกค้าชั้นดี ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มปลายปีนี้ถ้าพรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาล เมื่อเกิดฝนแล้ง ภัยพบัติ ใครที่ไม่จ่ายเบี้ยประกันก็จะได้เงินชดเชยเพียง 600 บาท ใครที่จ่ายเบี้ยประกันก็จะได้ 2,000 บาททันที ถ้าจ่ายแล้วไม่เกิดอะไรขึ้นก็จ่ายเงินฟรี” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า การเลือกตั้งทั้งทีอย่าให้เริ่มใหม่อย่านับศูนย์เริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่เติมให้เต็มสิบ และย้ำว่านโยบายพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยต่างกันสิ้นเชิง หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะเลิกโครงการประกันรายได้ ดังนั้นใครเลิกเราก็ไม่เลือก เอากันเลยชัดๆว่าพรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าโครงการประกันรายได้ ส่วนเพื่อไทยกลับไปใช้ระบบจำนำ ดังนั้นต้องถามว่าประชาชนจะเอาอย่างไร
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อไปว่า รวมทั้งนโบยายเรียนฟรี 15 ปี ที่พรรคเพื่อไทยบอกว่าจะยกเลิกแล้วแจกคอมพิวเตอร์ โดยมีนักเรียนทั่วประเทศ 15 ล้านคน ที่จะใช้เงิน 1.5 แสนล้านบาทในการทำโครงการ และโครงการจำนำข้าวต้องใช้เงินอีกเป็นแสนล้านบาท รวมแล้วก็หลายแสนล้านบาท ถามว่าเอาเงินมาจากไหน
“วันนี้ผมมายืนยันนว่าอะไรที่เริ่มต้นแล้วเป็นประโยชน์กับประชาชนผมจะเดินหน้าต่อแน่ แต่ต้องกลับมาเป็นรัฐบาลก่อน แต่ถ้าเลือกคนอื่นเขาเริ่มจากศูนย์ทั้งออกกฎหมายล้างความผิดที่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าไม่เอา เพราะเราสนใจเรื่องประชาชนมากกว่าเรื่องการเมือง ดังนั้นพี่น้องต้องมาทำเรื่องของชาวบ้าน และเรายืนยันว่าเริ่มทำตั้งแต่วันแรกไม่ต้องรอ ทุกอย่างทำมาแล้วสองปีกว่า เดินหน้าเรื่องนี้ไม่มีเรื่องอื่น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินทางมาช่วยนายสุทัศน์ เงินหมื่น ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น และนายไพศาล จันทวารา ผู้สมัครส.ส.เขต ปชป. จังหวัดอำนาจเจริญ หาเสียงที่วัดพระเหลาเทพนิมิต หมู่ 8 ต.พนา อ.พนา จ.อำนาจเจริญ ทันทีที่นายอภิสิทธิ์มาถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีทั้งประชาชนเข้ามาขอจับมือ ถ่ายรูป มอบดอกไม้พวงมาลัย โดยนายอภิสิทธิ์นำผู้สมัครขึ้นไปอุโบสถเพื่อสักการะองค์พระประธานพระเหลาเทพนิมิตและเจ้าอาวาสซึ่งเจ้าอาวาสได้มอบหนังสือธรรมมะและพระเครื่องพระเหลาเทพนิมิตใส่กรอบเลี่ยมทองมูลค่าเช่า 299 บาทให้นายอภิสิทธิ์ 1 องค์
จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะเข้าไปยังศาลาการเปรียญเพื่อถวายภัตตาหารเพล กรวดน้ำและฟังสวด โดยก่อนหน้านั้นมีผู้สูงอายุได้นำด้ายสายสิญจน์มาผูกข้อมือของนายอภิสิทธิ์ พร้อมกับอวยพรต่างๆนานา รวมทั้งให้กลับมาเป็นนายกฯอีกสมัย จากนั้นนายอภิสิทธิ์ขึ้นคร่อมและเซ็นลายเซ็นบนมอเตอร์ไซยี่ห้อยามาฮาฟีโนของประชาชนคนหนึ่งที่ได้ใช้เงินส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้เกษตรกรซื้อมา
ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ตลาดชุมชนเคหะท่าทราย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่เขต 11 เขตหลักสี่ และเขตดอนเมือง (เฉพาะแขวงสนามบิน) เพื่อช่วยนายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครส.ส.กทม.หาเสียง ที่ตลาดชุมชนเคหะท่าทราย โดยได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ สอบถามนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย
จากนั้นนายอภิรักษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจความคิดเห็นของโพลล์ที่ออกมา ประเมินความนิยมในพื้นที่กทม. ว่า ต้องยอมรับว่าพื้นที่กทม.มีแข่งขันสูง แต่จากการลงพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมาของทั้งแกนนำพรรคและผู้สมัคร พบว่ามีเสียงตอบรับจากประชาชนมากขึ้น ส่วนที่ผลโพลบางแห่งระบุว่า ผู้สมัครพรรคชนะเพียงไม่กี่เขตเลือกตั้งนั้น มองว่าการเลือกตั้งเพิ่งเริ่มต้น ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องดีหากพื้นที่ใดชี้ว่าเสียเปรียบ ผู้สมัครและแกนนำพรรคจะเร่งลงพื้นที่มากขึ้น
“เชื่อว่าการลงพื้นที่พบประชาชนอย่างใกล้ชิด ประกอบกับชี้แจงนโยบายจะทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้สมัครจากพรรคมากขึ้น สำหรับเขตหลักสี่ จากการทำงานที่ผ่านมาของนายสกลธีประกอบกับนโยบายพัฒนาสนามบินดอนเมือง เชื่อว่าประชาชนยอมรับ มั่นใจว่ามีโอกาสได้กลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง ” นายอภิรักษ์ กล่าว



