ข่าว

4พรรคชูแนวพัฒนาชม.งดงามดังเดิม

4พรรคชูแนวพัฒนาชม.งดงามดังเดิม

27 พ.ค. 2554

เวทีสัญจรนัดแรกของเครือเนชั่นที่เชียงใหม่ ตัวแทน 4 พรรค ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ถึงทิศทางการพัฒนาจังหวัดและภาคเหนือ

ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินระบุภาคการท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญต่อการสร้างรายได้ ประชาธิปัตย์สานต่อปรองดองเพื่อสร้างบรรยากาศที่งดงามกลับคืน ด้านเพื่อไทยชูรถไฟฟ้าความเร็วสูงเส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ทันทีที่เป็นรัฐบาล ส่วนชาติไทยพัฒนายาหอม ทำเชียงใหม่ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว อุดหนุนงบปีละ 1 แสนล้าน

ชพน.ย้ำ 3 ก.ค.ต้องรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย

 ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการร่วมประชันวิสัยทัศน์พัฒนาเชียงใหม่ และภาคเหนือ ในเวทีเลือกตั้งสัญจร 54 "อนาคตเรากำหนดได้" ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เนชั่น แชนแนล ดำเนินรายการโดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ โดยตอบโจทย์แก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง ที่เกิดขึ้นในภาคเหนือว่า จะต้องเริ่มต้นที่นโยบายด้านการต่างประเทศ

 ทั้งนี้ หลายจังหวัดในภาคเหนือมีพื้นที่ชายแดนติดต่อกัน ที่ผ่านมาพบว่าภาคเหนือได้รับผลกระทบจากประเทศเพื่อนบ้านหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดและปัญหาแรงงานเถื่อน การพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านจึงมีความสำคัญ การพูดคุยกระชับความสัมพันธ์ในระดับรัฐบาลจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกัน
 
 นอกจากนี้ ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขของ จ.เชียงใหม่และภาคเหนือคือ การพัฒนาการท่องเที่ยว จะเห็นว่า ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวของ จ.เชียงใหม่ ตกต่ำลง เพราะการเมืองที่ขัดแย้ง การเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ต้องยุติการขัดแย้ง ต้องรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เพื่อให้เศรษฐกิจในภาคเหนือและประเทศไทยฟื้นตัว

ปชป.ดันเมืองสงบ-ประกันรายได้เกษตรกร

 ร.อ.(หญิง) ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 7 กล่าวว่า ปัญหาหลักที่คนเชียงใหม่ต้องการให้แก้ไขคือเศรษฐกิจ เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีรายได้มาจากการท่องเที่ยวและเกษตรกรรม ตอนนี้นักท่องเที่ยวไม่มา เพราะความไม่สงบ ภาพที่อ่อนน้อมหายไป จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ดังนั้นเชียงใหม่ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน

 "ความปรองดองเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการห็น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เองต้องการแก้ไขสิ่งนี้ โดยรับฟังความคิดเห็นหาคนกลางสร้างความปรองดอง เมื่อสังคมสงบ ภาพที่สดใสก็จะกลับมา"

 ส่วนโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ร.อ.(หญิง)เดือนเต็มดวง กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบพรรคอื่นๆ เพราะได้เริ่มทำแล้วในโครงการประกันรายได้ จึงเห็นควรให้ต่อยอดและแก้ไขในส่วนที่ขัดข้อง ทั้งนี้การประกันรายได้ต่างจากการจำนำคือ ไม่จำกัดจำนวน ปลูกแล้วทราบเลยว่าจะมีเงินรายได้เท่าไหร่

พท.เน้นฟื้นเศรษฐกิจ-รถไฟความเร็วสูง

 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การพัฒนาภาคเหนือ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายครอบคลุมหลายด้าน เริ่มจากการฟื้นเศรษฐกิจ พรรคจะทำรถไฟฟ้าความเร็วสูงเส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ทันทีที่ได้เป็นรัฐบาล นอกจากนี้จะฟื้นโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติที่ริเริ่มในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ถูกรัฐบาลประชาธิปัตย์ชะลอไว้

 นอกจากนี้จะมีการดึงเงินจากต่างประเทศเข้ามาสู่ จ.เชียงใหม่ ด้วยการสร้างศูนย์รักษาโรคหรือฮับด้านสุขภาพ โดยจะใช้พื้นที่ของกรมทางหลวงหน้าโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่สร้างเมดิคอลฮับ ให้การรักษาที่มีคุณภาพของเชียงใหม่โด่งดังไปทั่วโลก

 ส่วนปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้น หากพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลจะปราบยาเสพติดให้ได้ภายใน 1 ปี ที่ผ่านมารัฐบาลประชาธิปัตย์แก้ไม่ได้

ชทพ.ชูปรองดอง-ท่องเที่ยว

 นพ.ไกร ดาบธรรม ผู้สมัครส.ส.เขต 5 พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เรื่องปรองดองเป็นเรื่องที่พรรคชาติไทยพัฒนาชูเป็นประเด็นหลักอย่างต่อเนื่อง และพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคได้เดินแนวทางมาตลอดและทำได้จริง โดยเชื่อว่าทุกอย่างแก้ไขได้ แต่ต้องใช้เหตุผล

 ส่วนการที่จะทำให้เชียงใหม่ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว จะอุดหนุนงบประมาณปีละ 1 แสนล้าน เพื่อใช้ในการพัฒนา มีกฎระเบียบพิเศษต่างๆ รองรับโดยเฉพาะ ดูแลสวัสดิภาพนักท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ยังมีการลงทุนสาธารณูปโภคด้านท่องเที่ยว มีระบบภาษีใหม่สำหรับเมืองเศรษฐกิจ ทำให้เหมือนกับเมืองช็อปปิ้งระดับโลก เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ซึ่งประสบความสำเร็จ เม็ดเงินสะพัดจำนวนมาก

 "ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวเชียงใหม่ตกต่ำมาก ต้องเร่งพลิกฟื้นให้กลับมาเหมือนเดิม รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงต้องเกิดขึ้นแน่นอน ประชาชนต้องมีรายได้เพิ่มเป็น 2 เท่าในปี 2558 จากการรวมตัวกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้ไร้กำแพงภาษี และจะทำให้มีประชาชนรวมกันมากกว่า 580 ล้านคน จากปัจจุบันมีเพียง 60 ล้านคน นอกจากนี้ยังมีการทำความร่วมมือกับประเทศยักษ์ใหญ่ ทั้งจีน อินเดีย นิวซีแลนด์ เกาหลี ออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ประชากรเพิ่มมากขึ้น ทั่วโลกมาสนใจลงทุนอาเซียน สร้างรายได้ให้ประชาชนมากขึ้น"