ข่าว

ตำรวจขี้เมา...กักตัว "เลิกเหล้า"

ตำรวจขี้เมา...กักตัว "เลิกเหล้า"

28 พ.ค. 2554

ขึ้นชื่อว่ามาเยือน "สุรินทร์" ถ้าใครไม่ "กินสุรา" ก็ถือว่ามาไม่ถึง...วลีฮิตๆ ที่ซุกซ่อนความสนุกสนานฮาเฮตามประสาคนเมืองช้างอาจต้องเปลี่ยนไป!! เมื่อสถิติการเกิดอุบัติเหตุของ จ.สุรินทร์ ติดอันดับ 1 ใน 5 ของจังหวัดทางภาคอีสาน โดยมีสาเหตุจากผู้ขับขี่ดื่มสุราแ

 "การที่จะไปบอกใครให้เลิกเหล้าไม่ดื่มเหล้าได้ เราต้องมีการปรับปรุงตัวของเราเองก่อน ผมจึงคิดที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาที่ติดเหล้าให้เลิกเหล้าให้ได้  สมัยก่อนที่ผมยังประจำการอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ มีลูกน้องติดยาเสพติด ผมให้เขาไปบำบัดที่โรงพยาบาลก็ไม่สำเร็จ ตอนนั้นมีอำนาจสั่งขังก็เลยสั่งขังเขาเพื่อให้หักดิบแล้วจึงส่งตัวไปบำบัดจนหาย กลายเป็นตำรวจที่มีอนาคตมาก ครั้นพอมาเป็นผู้บังคับการที่สุรินทร์ เห็นผู้ใต้บังคับบัญชาหลายนายติดเหล้า และไม่ได้สั่งขังแต่ให้แพทย์ พยาบาล และวิทยากร เข้ามาอบรมให้ความรู้แทน" พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เผยถึงที่มาโครงการชื่อเก๋ๆ "พัฒนาศักยภาพตำรวจต้นแบบในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จ.สุรินทร์" เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักดื่มสุราในเครื่องแบบ (อิอิ)

 ...ชายฉกรรจ์ 53 คน กำลังเข้ารับการอบรมร่วมกิจกรรมกลุ่ม เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มสุรา โดยทีมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลขอนแก่น ภายในค่ายกองกำลังสุรนารี จ.สุรินทร์...หากดูผิวเผินแทบไม่รู้เลยว่าชายฉกรรจ์เหล่านี้ คือ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" ซึ่งถูกคัดตัวมาจากโรงพักต่างๆ ในจังหวัด หลังจากพบพฤติกรรมติดสุรางอมแงม ส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชนไม่เต็มประสิทธิภาพ

 ตลอด 2 สัปดาห์ในค่ายทหารแห่งนี้ ตำรวจทั้ง 53 นายจะได้รับการตรวจสุขภาพ ก่อนเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งการตรวจสุขภาพครั้งนี้ยังพบตำรวจที่ป่วยเป็นโรคตับแข็ง 1 ราย ส่วนอีก 8 ราย มีพฤติกรรมกระวนกระวายที่ไม่ได้ดื่มสุราจนต้องหามส่งโรงพยาบาลกะทันหัน จึงเหลืออยู่เพียง 44 นาย ที่เข้ารับการปรับเปลี่ยนละลายพฤติกรรม ซึ่งเริ่มตั้งแต่ตีห้าจนถึง 2 ทุ่ม ด้วยการออกกำลังกายตอนเช้ามืด ก่อนเข้ารับการอบรมจากวิทยากรที่สลับกันมาบรรยายถึงโทษของสุรา กิจกรรมสันทนาการ ตรวจสุขภาพ และบำบัดทางจิต โดยตลอดการเข้าโครงการจะมี นปพ. และ ตชด. ควบคุมจำกัดบริเวณ ไม่ให้ผู้เข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมออกนอกพื้นที่ที่กำหนด ทั้งนี้เมื่อหมดระยะเวลาอบรมแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนจะถูกติดตามดูพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องใกล้ชิด แต่หากตำรวจคนใดหันกลับไปดื่มสุราอีกก็จะมีการพิจารณามาตรการขั้นต่อไป

 "หลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตำรวจที่ดื่มสุราให้ได้นั้น จะต้องให้เขาปรับเปลี่ยนเจตคติ โดยเลิกดื่มอย่างจริงจัง ด้วยการใส่ความคิดความภาคภูมิใจในหน้าที่ บอกถึงโทษและผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่เขา สร้างความมั่นใจ ความภาคภูมิใจให้เกิดในตัวพวกเขา เพิ่มภูมิคุ้มกันในใจให้เขา ให้เขาแสดงศักยภาพในตัวให้มากที่สุด เชื่อว่าหากเขามีความภาคภูมิใจในตัวเองก็จะไม่หันกลับไปดื่มสุราอีก" พล.ต.ต.รณพงษ์บอกอย่างมั่นใจ

 จุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เริ่มจากโรงพัก...พล.ต.ต.รณพงษ์ ไม่ได้หวังเพียงแค่หยุดพฤติกรรมติดสุราของตำรวจสุรินทร์เท่านั้น แต่อยากให้โครงการดังกล่าวเป็นต้นแบบของตำรวจภูธรภาค 3 ด้วย เพราะเชื่อว่าหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จและมีต่อเนื่องไปอีกเรื่อยๆ เชื่อว่า "วลี" ที่มักหยอกล้อกันว่า "มาสุรินทร์ต้องกินสุรา ถ้าไม่กินสุราไม่ต้องมาสุรินทร์" หายไปอย่างแน่นอน

        ไชยฤทธิ์ เสนาะวาที : เรื่อง
        วัชรชัย คล้ายพงษ์ : ภาพ