ข่าว

นิรโทษกรรม

นิรโทษกรรม

28 พ.ค. 2554

ลองคิดกันเล่นๆ ถ้าหากว่าพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ อย่างที่โพลล์หลายสำนักเผยผลสำรวจออกมา

 เราก็คงจะได้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวสุดที่รักของทักษิณ เป็นนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศ

 แต่การเป็นนายกรัฐมนตรีของยิ่งลักษณ์ จะช่วยให้ประเทศชาติพลิกฟื้นรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลทันทีทันใดนั้น คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะสภาพที่เป็นอยู่ของประเทศไทยในยามนี้ ต่อให้เทวดามาเป็นก็อาจจะแบกรับไม่ไหว

 โดยเฉพาะปัญหาความแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ

 ในเหลืองมีเหลืองกว่า ในแดงมีแดงกว่า ในหมู่คนทั่วไปไม่มีสีมีแสงก็ถูกยัดเยียดให้เป็นสีนั้นสีนี้ เพียงเพราะคิดเป็น เห็นต่าง

 แต่ชัดเจนว่า ถ้อยแถลงของยิ่งลักษณ์ ที่บอกกล่าวไปยังทุกผู้ทุกคนนั้น ไม่ต่างจากที่ ทักษิณ เคยพูดเอาไว้ว่า ปัญหาทุกอย่างเกิดจากการยึดอำนาจของทหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ฉะนั้นหากจะแก้ปัญหาทั้งหมดก็ต้องย้อนกลับไปยังวันที่ 19 กันยายน 2549

 นั่นก็คือ คดีความทุกคดีความที่เกิดขึ้นเพราะการยึดอำนาจครั้งนั้น ก็ต้องกลับไป ณ จุดเริ่มต้น

 ผู้ที่ได้รับผลพวง ไม่ว่าจะสีเหลือง สีแดง บ้านเลขที่ 111 เลขที่ 109 รวมทั้งทักษิณเอง ก็ต้องได้รับการปลดเปลื้อง

 ถึงแม้ยิ่งลักษณ์จะยังไม่พูดชัดเจนว่า โทษจำคุก 2 ปี และคดีความอื่นๆ ของพี่ชายจะได้รับการเยียวยายกเลิกหรือไม่ หรือต้องไปติดคุกก่อนแล้วค่อยขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ แต่ก็ได้พูดชัดเจนว่า พี่ชายก็อยู่ในข่ายที่จะต้องได้รับความยุติธรรม อย่างนี้ก็คงจะให้เข้าใจเป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้ว

 ถึงแม้ว่าเรื่องลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หากพ่ายแพ้เลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่เคยมี แต่ประเด็นที่ต้องการ "เช็ก" กระแสสังคมกับแนวคิดนิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยน้องสาวของทักษิณนั้น มีหรือพรรคเก๋าเกมอย่างประชาธิปัตย์จะไม่คิด

 แล้วก็ไม่เพียงแค่คิด แต่น่าเชื่อว่า คงจะประเมินผลของการใช้เสียงข้างมากแก้ไขความผิดเพื่อคนใดคนหนึ่งนั้น จะเกิดอะไรต่อจากนั้นไว้เรียบร้อยแล้ว

 เพราะต้องไม่ลืมว่า คดีความของทักษิณถือได้ว่าสิ้นสุดลงแล้ว ภายหลังจำเลยไม่ยื่นอุทธรณ์ตามกำหนด

 ถามว่าทหารจะออกมาอีกไหม เหตุการณ์ชุมนุมเผาบ้านเผาเมืองจะมีอีกหรือเปล่า

 ส่วนความแตกแยกไม่ต้องพูดถึง "นิรโทษกรรม" จะเป็นคำที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทยไปอีกนานเท่านาน

 ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]