
เจิมศักดิ์ยันยิ่งลักษณ์มีสิทธิ์ถูกวิจารณ์
"เจิมศักดิ์" ซัด "เพื่อไทย" ข่มขู่ ขรก.NBT ไม่หวั่นถูกฟ้อง ยัน "ยิ่งลักษณ์" มีสิทธิ์ถูกวิจารณ์ ทำหน้าที่เพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ เพื่อไทย ร้องกกต. ถอดรายการคลายปม เหตุพิธีกรบิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้าย ยิ่งลักษณ์
(27พ.ค.) นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง พิธีกรรายการคลายปม เปิดเผยว่า ไม่หวั่นไหวที่พรรคเพื่อไทยแจ้งความดำเนินคดี เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจตามหลักวิชาชีพสื่อมวลชน ไม่ได้กล่าวหาด้วยข้อความเท็จ หรือมีเจตนาใส่ร้ายป้ายสีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามที่ถูกกล่าวหา โดยหลักการแล้วผู้สมัครรับเลือกตั้งย่อมสามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ เนื้อหารายการคลายปมเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม ส่วนข้อวิจารณ์ทั้งหลายล้วนเป็นข้อความที่พรรคเพื่อไทยเคยพูดเองแทบทั้งสิ้น
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยแจ้งความผ.อ.สถานีเอ็นบีที และน.ส.รัตนา เจริญศักดิ์ ผอ.สทท. ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ด้วยนั้น นายเจิมศักดิ์ เห็นว่าพรรคเพื่อไทยมีเจตนาที่จะข่มขู่ให้ข้าราชการหวาดกลัว เพราะน.ส.รัตนา ไม่เกี่ยวข้องกับการออกอากาศ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ชัดเจนว่าสื่อมวลชนมีเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร โดยไม่ต้องผ่านการเซ็นเซอร์จากทางสถานีแต่อย่างใด พร้อมทั้งยืนยันว่ารายการคลายปมจะยังออกอากาศโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวพิธีกรอย่างแน่นอน
พท.ร้องกกต.ถอดรายการคลายปมเหตุใส่ร้าย”ยิ่งลักษณ์”
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ได้รับมอบอำนาจจากพรรคเพื่อไทยได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกกต. เพื่อขอให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐยุติและระงับการกระทำอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครและพรรคการเมือง เนื่องจากกรณีการออกอากาศของรายการคลายปมทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.)เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาที่มีนายเจิมศักดิ์ และนายจิตรกร บุษบา เป็นพิธีกรประจำรายการดังกล่าวได้มีการดำเนินรายการที่มีเนื้อหาเป็นการกล่าวหาใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
และทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวของบุคคลทั้งสองคนเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 53(5) และยังเป็นความผิดตามมาตรา 137 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และยังขัดต่อระเบียบของกกต. เรื่องข้อห้ามมิให้ปฏิบัติในการหาเสียงเลือกตั้งด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ขอให้กกต.ตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังเป็นว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และน.ส.รัตนา ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ แต่กลับปล่อยให้สถานีโทรทัศน์ที่อยู่ในการกำกับดูแลโฆษณาหาเสียงอันเป็นโทษกับพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครพรรคเพื่อไทย
ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงขอให้กกต.ดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดี พร้อมกับเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งบุคคลดังกล่าวทั้งหมด และมีคำสั่งระงับการออกอากาศยุติการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดและระงับการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อการกระทำใดๆที่อาจจะมีผลต่อการเลือกตั้งและเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่กกต.กำหนดโดยพรรคเพื่อไทยได้นำซีดีวิดีโอคลิปรายการดังกล่าวมาเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ทางพรรคเพื่อไทยจะยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในฐานะที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย
ผู้สมัครปชป.โร่แจ้งความถูกทำลายป้ายหาเสียง
นายสนั่น ทองปาน ผู้สมัคร ส.ส.ชัยนาท เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าแจ้งความกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ว่าทีมงานได้เริ่มติดตั้งป้ายหาเสียง บริเวณ ห่างจากหลัง แฟตลตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท ประมาณ 100 เมตร ได้ถูกมือดีกรีดหน้านายอภิสิทธิ์ จนเป็นรูโหว่ จำนวน 3 ป้าย ในเขตเทศบาลเมืองชัยนาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามจับกุมมือกรีดรายนี้ต่อไป
ด้านนายสุเมธ สิงคารวานิช ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชัยนาท ได้กล่าวเตือนประชาชน และพรรคการเมืองต่างๆ ว่าการทำลายป้ายหาเสียงเลือกตั้งนั้นมีความผิด และถ้าเป็นคนของพรรคการเมืองแล้ว ยิ่งมีความผิดใหญ่
ทำลายป้ายหาเสียงปชป.เขต1พิษณุโลก
พิษณุโลก - เมื่อเวลา 09.30 น.พ.ต.ท.รักชาติ เรืองเจริญ ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งจาก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ว่าป้ายหาเสียงของตนเองถูกทำลายที่บริเวณสี่แยกโรงเรียนวัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงไปตรวจสอบพบนายแพทย์วรงค์ พร้อมทีมหาเสียงยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยสภาพป้ายหาเสียงดังกล่าว ถูกมือดีใช้คัทเตอร์กรีดหมายเลข 0 ออก ให้เหลือแต่หมายเลข 1 แทน จากหมายเลข 10 ซึ่งเป็นเบอร์ของพรรคประชาธิปัตย์ในการหาเสียง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเก็บข้อมูลและหลักฐานไว้ เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายรายนี้อีกครั้ง
ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเองรับแจ้งจากผู้หวังดีกว่าถูกมือดีทำลายป้ายเพื่อให้เกิดความสับสนของเบอร์ผู้สมัคร คือ จากเบอร์ 10 ให้เหลือหมายเลข 1 ทำให้ตนเองมาตรวจสอบเนื่องจากตนเองเพิ่งติดป้ายหายเสียงได้เพียงวันเดียวเท่านั้น แต่กลับเริ่มถูกทำลายแล้ว จึงได้แจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินการตรวจสอบและหาตัวคนร้าย เนื่องจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีนโยบายในการป้องกันและปราบปรามผู้ที่กระทำผิดทำลายป้ายหาเสียงของผู้อื่นอย่างเคร่งครัด จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนดังกล่าว
“ก่อนหน้านี้ป้ายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ติดไว้ตามตัวเมืองของพิษณุโลก กว่า 100 ป้าย ได้ถูกทำลายและกลั่นแกล้ง ไปจำนวนมาก จึงอยากให้ผู้ที่เล่นการเมืองนั้น ควรเล่นแบบมีน้ำใจนักกีฬาด้วย เพื่อให้การเมืองเป็นไปอย่างโปรงใสและยุติธรรม ” นพ.วรงค์ กล่าว



