
บรรหารเห็นต่างเนวินเชื่อตาอยู่เกิดยาก
บรรหาร เห็นต่าง เนวิน เชื่อไม่มีโอกาสเกิดตาอยู่ทางการเมือง แต่แอบฝันดัน เสธ.หนั่น นั่งนายกฯ เชื่อที่สุด ทักษิณ เคาะไว้ใจมากสุดเป็นนายกฯ ย้ำยังเป็นพันธมิตรกับภูมิใจไทย แย้มสัปดาห์หน้านัดหารือแกนนำ หนุนแนวคิดพท.นิรโทษกรรมบ้านเลขที่ 111-109
(27พ.ค.) ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งสองพรรคใหญ่ไม่มีใครได้เป็นนายกฯ ว่า วันนี้ความเห็นอากับหลานอาจไม่ตรงกัน เพราะการที่นายเนวินให้ข่าวก็เป็นความคิดของท่าน ส่วนตนเห็นว่าถ้าหากพรรคเพื่อไทยชนะเกินครึ่งก็สามารถจัดตั้งรัฐบาล แต่คงไม่ใช่รัฐบาลพรรคเดียว เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเคยพูดว่าในอดีตมีอุทาหรณ์ว่าการเป็นรัฐบาลพรรคเดียวมีปัญหาเหมือนเมื่อปี 2548 ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนแจกันกับดอกไม้ ต้องมีใบเฟิร์น เพราะฉะนั้นครั้งที่แล้วถือว่าผิดพลาดไป
“การเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าหากได้เสียงเกินไม่มาก แล้วรมต.โหวตไม่ได้เสียงก็ไม่พอ ดังนั้นจำเป็นต้องมีพรรคร่วมฯ แต่ก็มีปัญหาว่าหากเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งพรรคร่วมอาจต้องมีมาก ฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้ก็ขึ้นอยู่กับพ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะชี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับหนึ่ง พรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯก็ได้ ก็ดีเมืองไทยจะได้มีนายกฯหญิง ผมว่าก็ไม่เลว ” นายบรรหาร กล่าว
นายบรรหาร กล่าวต่อว่า ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกคงเป็นไปไม่ได้ แต่ขออภัยด้วย เพราะพรรคประชาธิปัตย์ หาตัวเป็นหัวหน้าพรรคยาก เพราะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ คงไม่กลับมาเป็นแล้ว นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังก็ยังเป็นไม่ได้ เพราะฉะนั้นนายอภิสิทธิ์ต้องเป็นหัวหน้าพรรค ถึงจะแพ้หรือชนะ และคราวนี้หากพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากก็จัดตั้งรัฐบาลไปเลย เว้นแต่พรรคประชาธิปัตย์จะได้เสียงมากกว่า ตอนนี้ก็แข่งกันว่าใครจะได้มากกว่ากัน แต่ทำไม่ไม่คิดถึงพรรคชาติพัฒนาบ้างส่งไปตั้ง 170 เขต อาจจะได้ 170 คนก็ได้ บางพรรคก็บอกว่าจะได้ถึง 100 เสียง ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาประเมินแล้วอาจจะได้ 30 เสียง แต่ทุกคนมีสิทธิ์เป็นนายกฯได้ ใครได้เสียงมากก็มีสิทธิ์เป็นนายกฯได้ นายอภิสิทธิ์อาจจะได้กลับมาเป็นนายกฯรอบสองก็ได้
เมื่อถามว่าเสถียรภาพในการจัดตั้งรัฐบาลควรจะเป็นเท่าไหร่ นายบรรหาร กล่าวว่า ต้อง 300 กว่าเสียงขึ้นไป อย่าให้เกิดเหตุเหมือนปี 2550 ทุกพรรคการเมืองบอกว่าจะได้เท่านั้นเท่านี้แต่ผิดคาด เพราะฉะนั้นครั้งนี้จะเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ ดังนั้นจะฟันธงสูตรไหนเป็นไปไม่ได้ ต้องดูตัวเลขในวันเลือกตั้งจะออกมาเท่าไหร่ ถึงจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อถามว่า โอกาสที่จะมีตาอยู่ทางการเมืองของพรรคขนาดกลางเป็นไปได้หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า คงไม่มี เป็นเรื่องยากมาก พรรคใหญ่คงไม่ยอม แต่ถ้าเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา มีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ถ้าจะเอาไปเป็นนายกรัฐมนตรี ตนก็ยอมในฐานะคนชอบพอกันท่านก็เป็นได้
เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยอมรับว่าผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่ออันดับหนึ่ง อาจจะไม่ได้เป็นนายกฯแต่อาจเป็นคนอื่นได้ นายบรรหาร กล่าวว่า ท่านอาจจะพูดถ่อมตัวก็ได้ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังไม่ได้ชี้ว่าจะเป็นใคร เพราะฉะนั้น คนที่ชี้ได้คือคนที่อยู่ต่างประเทศ เมื่อถามย้ำว่า เป็นไปได้หรือไม่คนอื่นในพรรคเพื่อไทยจะมาเป็นนายกฯแทน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง นายบรรหาร กล่าวว่า เท่าที่มองตัวก็ยาก เพราะการทำงานของพรรคเพื่อไทยต้องฟังจากพ.ต.ท.ทักษิณด้วย อย่างเมื่อคราวนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ตนก็เคยโทรศัพท์ไปคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณว่าท่านพูดกับเขาได้แน่น่ะ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณตอบมาว่าได้ แต่ปรากฎว่าต่อมาลำบาก เพราะท่านสมัครก็เป็นตัวของท่านเอง เพราะฉะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ คงจะพิจารณาอย่างดีว่าคนที่เป็นนายกฯได้จะต้องคุยพ.ต.ท.ทักษิณได้
เมื่อถามต่อว่าแสดงว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้โทรศัพท์มาคุยกันแล้ว นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่มี อันนี้เป็นเรื่องเก่าอดีตที่ผ่านามา เมื่อถามว่า ได้โทรศัพท์มาฝากน.ส.ยิ่งลักษณ์บ้างหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ได้ฝาก จำนวนเกือบสองร้อยกว่าไม่จำเป็นต้องฝากเรามันพรรคเล็ก
เมื่อถามว่า การที่บอกว่าแจกันต้องมีใบเฟริน์ด้วยหมายถึงอะไร นายบรรหาร กล่าวว่า เอาตามที่ท่านพูดมาเหมือนแจกันดอกไม้อย่างเดียวมันก็อยู่ไม่รอด ถ้ามีใบเฟริน์ประกอบบ้างก็ได้ความสวยงาม ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้สถานภาพระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นอย่างไรหลังจากนายชวัรตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาประกาศว่าพร้อมจะจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่ง นายบรรหาร กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้านายชวรัตน์ ก็มีสิทธิ์พูด ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ถ้าหากพรรคอันดับหนึ่งเชิญมาก็ต้องไปคุยกับพรรคนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วสัญญาที่เคยประกาศเป็นพันธมิตรยังอยู่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ต้องมาพูดคุยกัน แต่ตนไม่ได้คุยกับท่านชวรัตน์หรอก แต่คุยกับอีกคนหนึ่งแทน แต่ยืนยันว่าสัญญาข้อนั้นก็ยังอยู่ไม่ได้ฉีกทิ้ง เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคชาติไทยพัฒนาจะเป็นใบเฟริน์ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า เป็นเรื่องอนาคต ทำไมไม่ถามตนบ้างว่าควรเป็นดอกไม้ในแจกันบ้าง (หัวเราะ) ไม่ใช่ใบเฟริน์ อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นพันธมิตรกับพรรคภูมิใจไทยเหมือนเดิมและคาดว่าจะหารือกันภายในสัปดาห์หน้า เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยจะเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งระหว่างชาติไทยพัฒนาหรือภูมิใจไทยก็ให้เขาเลือกมาก่อน เขายังไม่เลือกเลยอนาคตค่อยมาตอบกัน เขายังไม่เลือกเลยจะตอบคำถามได้อย่างไร
เมื่อถามถึงสูตรในการจัดตั้งรัฐบาลประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน นายบรรหารถึงกับร้องเสียงหลงว่า “ มาได้อย่างไร ผมยังไม่รู้เรื่องเลย ไม่จริง ไม่จริง คะแนนยังไม่ออกมาจะรู้ได้อย่างไร ของจริงให้ไปดูหลังวันที่ 3 ก.ค. และให้ไปเฝ้าให้ดีคืนวันที่ 2 ก.ค.ว่าใครหายไปไหนบ้าง เหมือนการเลือกตั้งที่แล้ว แต่คราวนี้ตนไม่หายไปแน่นอน เพราะตนไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว อยู่วงนอก ตามหัวหน้าพรรคตัวจริงดีกว่า เอาเป็นว่า ณ วันนี้พรรคชาติไทยพัฒนาควรจะมีพื้นที่สื่อบ้างนะ หลังจากปล่อยให้พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยชิงพื้นที่สื่อไป และตอนนี้ก็มีพรรคภูมิใจไทย หวังว่าจะมีพื้นที่ให้พรรคชาติไทยพัฒนา และเดี๋ยวพรรคก็จะมีข่าวเล่นในพื้นที่สื่ออีก ”
เมื่อถามว่า ยินดีที่จะรับสายโทรศัพท์จากทุกฝ่ายใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า รับทุกสาย พรรคประชาธิปัตย์ก็ยินดีรับ สายสองสลึงก็ยินดีรับด้วย
“ ย้ำเลยนะถ้าตกลงหานายกรัฐมนตรีกันไม่ได้ ผมเสนอให้พล.ต.สนั่น เป็นนายกฯพาดหัวได้เลย แหละนี่ถือเป็นความคิดเห็นส่วนตัว เพราะผมถูกล็อกทางการเมือง 5 ปี เหลืออีก 2 ปีกว่า และหากเพื่อไทยเสนอนิรโทษกรรมในเรื่องนี้ผมก็เอาด้วย หากมีการแก้ไขกฎหมายล็อกทางการเมือง 5 ปี โดยเฉพาะมาตรา 237 และ มาตรา 68 เพราะเป็นเรื่องที่พรรคชาติไทยเคยเสนอ ทุกคนอยากแก้กันทั้งนั้น ในส่วนของพรรคร่วมรวมถึงคนที่ตัดสิทธิ์ 111 และ 109 ก็อยากแก้ทั้งนั้น เพราะเป็นกฎหมายที่ออกมาในสมัย คมช.
นายบรรหาร กล่าวต่อว่า ตนจะเล่าเรื่องหลังให้ฟัง การจัดตั้งรัฐบาลตอนนั้นที่มีการเสนอ พล.ต.อ.ประชา พรมนอก ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แข่งกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตนเสนอให้พล.ต.สนั่น เป็นนายกฯได้หรือไม่ ถ้าตอนนั้นตกลงทุกอย่างก็จบ แต่ไม่มีคำตอบ
เมื่อถามว่าแสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาด้วยกับการนิรโทษกรรมพรรคชาติไทยพัฒนา ก็จะไม่ร่วมรัฐบาล นายบรรหาร กล่าวว่า ตนอยากพูดพรรคประชาธิปัตย์ตกลงที่จะแก้ไขมาตรา 237 ในช่วงที่ไปจัดตั้งรัฐบาลที่บ้าน ตนขอให้แก้อะไรก็บอกจะแก้ให้หมด ตอนหลังก็แก้ไม่ได้ ตอนนั้นแก้เสื้อ แก้กางเกง แก้หมด เหลือแต่ตัวล่อนจ้อนกว่าจะได้แก้ไข ระบบแบ่งเขตเลือกตั้งก็แทบแย่ หืดขึ้นคอ แต่แก้มาตรา 237 ไม่เอา ซึ่งก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อถามต่อว่า ถ้าเป็นอย่างนี้แสดงว่าเอาพรรคเพื่อไทย ไม่เอาประชาธิปัตย์ นายบรรหาร กล่าวว่า มาถามตนไม่ได้ ตนไม่มีสิทธิ์ ตนอยู่นอกวงการ



