
ธปท.ออกเกณฑ์คุมไมโครไฟแนนซ์
ธปท.ส่งหนังสือเวียนแบงก์พาณิชย์ กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขการให้บริการไมโครไฟแนนซ์ ตีกรอบให้กู้ได้ไม่เกินรายละ 2 แสนบาท ดอกเบี้ยบวกเบี้ยปรับต้องไม่เกิน 28% มีผล 1 ม.ย.นี้
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ลงนามในหนังสือเวียนส่งถึงธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเรื่องแนวนโยบายสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ โดยในหนังสือเวียนดังกล่าวระบุถึงความหมายของสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ว่า ให้หมายถึงการให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ โดยมีวงเงินให้กู้ยืมแก่ผู้ใช้บริการรายละไม่เกิน 2 แสนบาท
สำหรับดอกเบี้ย ค่าบริการต่างๆ และเบี้ยปรับนั้น ธนาคารพาณิชย์อาจเรียกเก็บดอกเบี้ยหนี้ค้างชำระหรือดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดชำระหนี้ หรือค่าบริการต่างๆ หรือเบี้ยปรับจากการชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนดจากผู้ใช้บริการได้ แต่เมื่อคำนวณรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 28% ต่อปี ซึ่งแนวนโยบายเหล่านี้ให้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2554 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ดอกเบี้ย ค่าบริการและค่าปรับตามที่ระบุไว้ ธนาคารอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุได้ ทั้งนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์ประกาศเพดานอัตราค่าใช้จ่ายที่ธนาคารอาจเรียกเก็บได้เฉพาะตามรายการที่ ธปท.กำหนดไว้ ส่วนกรณีการจัดทำใบแจ้งหนี้และหลักฐานการเงินนั้น ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดทำใบแจ้งหนี้เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงภาระหนี้ พร้อมวันถึงกำหนดชำระหักบัญชีในแต่ละงวดตามรูปแบบและช่องทางที่ได้ตกลงไว้กับผู้ใช้บริการ โดยธนาคารต้องแสดงยอดหนี้ทั้งในส่วนที่ต้องชำระ ส่วนที่ค้างชำระ และที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ แยกเป็นเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายต่างๆ ไว้ในใบแจ้งหนี้ให้ชัดเจนด้วย
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบอย่างน้อยเดือนละครั้งและต้องจัดส่งใบแจ้งหนี้แก่ผู้ใช้บริการภายในเวลาอันควรก่อนถึงวันกำหนดชำระหรือหักบัญชีงวดแรกของเดือนนั้น ขณะเดียวกันธนาคารต้องจัดทำหลักฐานการรับเงินจากผู้ใช้บริการให้ผู้ใช้บริการเก็บไว้เป็นหลักฐานทุกครั้งเมื่อมีการชำระหนี้ และต้องมีหนังสือแจ้งเตือนผู้ใช้บริการที่ผิดนัดชำระหนี้ล่วงหน้าอย่างน้อย 20 วัน ก่อนดำเนินการบังคับชำระหนี้ตามกฎหมาย



