ข่าว

ห้ามป่วนเลือกตั้งทุ่มหมื่นนายล็อก4พื้นที่กทม.

ห้ามป่วนเลือกตั้งทุ่มหมื่นนายล็อก4พื้นที่กทม.

27 พ.ค. 2554

ศึกเลือกตั้งเริ่มงวดขึ้นมาทุกขณะ โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. นับว่ามีความเข้มข้นของกลุ่มสีทางการเมืองและขั้วการเมืองที่เด่นชัดที่สุด แถมมีบุคคลสำคัญๆ ระดับแกนนำแต่ละพรรคลงพื้นที่ช่วยหาเสียงในหลายพื้นที่

 ตลอดจนถึงวินาทีสำคัญของการนับคะแนนและประกาศว่าผู้สมัครพรรคการเมืองใดได้รับความไว้วางใจที่สุดจากประชาชน...แต่กว่าจะถึงวันนั้น "ตำรวจนครบาล" ได้มีจัดวางกำลังเพื่อรับมือการเลือกตั้งครั้งนี้แล้วอย่างเต็มที่

 พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.อก.บช.น.) ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงแผนการจัดวางกำลังเพื่อดูแลการเลือกตั้งครั้ง ด้วยการแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1.พื้นที่ที่ยังมีการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง หรือพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ของประเทศ เช่น พื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาล สถานเอกอัครราชทูตต่างๆ ที่สำคัญ ยังมีตำรวจดูแลเต็มพื้นที่อยู่ เช่น ทำเนียบรัฐบาลมีกำลังจากกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) อย่างน้อย 2 กองร้อย อยู่ประจำตลอดเวลา โดยมี พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผบก.อคฝ. เป็น ผบ.เหตุการณ์ คือ เมื่อมีเหตุอะไรเกิดขึ้นก็ตัดสินใจได้เลย ส่วนถนนโดยรอบให้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และ พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสอาด ผบก.จร. ดูแล

 2.จะเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางการเมือง บ้านพักบุคคลสำคัญในประเทศ พรรคการเมืองที่สำคัญ ให้ ผบก.น.1-9 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เหล่านี้เป็นผู้ดูแล สามารถใช้กำลัง ปจ.ของตนเองที่มีอย่างต่ำ บก.ละ 2 กองร้อย และชุดจู่โจมกว่า 30 นาย หากเกิดเหตุสามารถเข้าปฏิบัติการได้ทันที

 3.พื้นที่ที่มีการหาเสียงทางการเมือง หรือพื้นที่ที่มีการชุมนุมอย่างไม่เป็นประจำ เช่น แยกราชประสงค์ ลานพระบรมรูป ร.6 สวนลุมพินี อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หน้าเรือนจำ หรือสวนสาธารณะต่างๆ หรือจุดที่มีการเข้าไปหาเสียง หรือกทม.จัดให้ไปหาเสียงนั้น จะจัดกำลังตำรวจในพื้นที่ดูแล และให้กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) พร้อมสนับสนุนกำลังปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ตลอดเวลา

 และ 4.พื้นที่อื่นๆ ตามแหล่งชุมชนต่างๆ หรือมีสถิติอาชญากรรมสูง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งเดินไปหาเสียง ให้หัวหน้า สน.ดูแล ส่งกำลังตำรวจคอยดูแลและการอารักขาความปลอดภัย

 ส่วนกำลังตำรวจนครบาลที่ยังเหลืออยู่เกือบ 1 หมื่นนาย พล.ต.ต.ปิยะ บอกว่า จะให้คอยดูแลวันเลือกตั้ง ทั้งสถานที่เลือกตั้ง กกต. และสำนักงานเขตอื่นๆ นอกจากกำลังพื้นที่จะดูแลแล้ว ผบช.น.ได้ขอกำลังจากหน่วยข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็น กทม. สารวัตรทหาร ทั้งบก เรือ อากาศ มาช่วยเหลือกรณีกำลังดูแลหน่วยเลือกตั้งไม่เพียงพอ

 "สัปดาห์หน้า พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ดูแลงานสอบสวน จะนำคณะฝ่ายกฎหมายไปอบรมที่ศูนย์กีฬาเวสน์ สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อให้ความรู้ตำรวจที่ดูแลหน่วยเลือกตั้ง ให้รู้ทั้งข้อกฎหมาย มาตรการต่างๆ ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ ซึ่ง ผบช.น.ให้ความมั่นใจได้ว่า แม้ไม่มี พ.ร.บ.ความมั่นคง กำลังตำรวจก็เตรียมพร้อมตลอดเวลา นอกจากนี้จะจัดทำคู่มือขนาดเล็ก ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย เป็นคู่มือดูว่าอะไรเข้าข่ายผิดกฎหมาย ข้อปฏิบัติเป็นอย่างไร" พล.ต.ต.ปิยะ ระบุ

 กรณีการดูแลปัญหาทำลายป้ายหาเสียงนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ป้ายหาเสียงเป็นทรัพย์สินของเจ้าของ เท่าที่ทราบมีการแจ้ง กกต.ว่าเริ่มมีการขีดเขียนบ้าง แต่แจ้งเป็นหลักฐานในการดำเนินคดียังไม่มี อย่างไรก็ตาม ให้ สน.ในแต่ละพื้นที่ดูแลป้ายเหล่านี้ โดยให้ไปตรวจสอบ และแจ้งข้อมูลมายังศูนย์เลือกตั้งของ บก.และบช.น.ด้วย อีกส่วนก็แจ้งไปยังเจ้าของป้ายให้พรรคนั้นๆ ทราบ และตร.มีนโยบายให้ทุก บช.ไปประชาสัมพันธ์ สอดส่อง ตรวจตรา ดูแลป้ายของตนเองด้วย และขอให้ทุกคนช่วยกันดู ซึ่งผิดทั้งกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายอาญาปกติ การขีดเขียน ที่ไม่เหมาะสมไม่บังควร กระทบกระเทือนชื่อเสียงก็แจ้งหมิ่นประมาทด้วย ส่วนทำลายป้ายมีโทษทำให้เสียทรัพย์ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท