
เกาะติดเลือกตั้ง-พลิกเกมสู้เมื่อ"กระสุนแพ้กระแส"
หากนำคำพูดของ "เนวิน ชิดชอบ" อาจารย์ใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย ที่ระบุว่าทั้ง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย จะไม่ได้เป็น "นายกรัฐมนตรีทั้งคู่" มาวิเคราะห์ดูจะคิดเป็น
หากจำกันได้เมื่อวันอังคารที่ 17 พฤษภาคม "เนวิน" ได้เข้าร่วมประชุมพรรค เพื่อหารือถึงความคืบหน้า และความพร้อมของผู้สมัคร รวมถึงการคัดสรรผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ "เนวิน" เปรยกับคนใกล้ชิดว่า ปวดหัวกับผลของผลโพลล์ที่พรรคได้จ้างบริษัทเอกชนทำ เนื่องจากผลสำรวจคะแนนนิยมของผู้สมัคร ส.ส. ส่วนใหญ่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
ดังนั้น คำพูดของ "เนวิน" บนโต๊ะอาหารก็คือการ "จุดกระแส" ให้พรรคภูมิใจไทยได้กลับมาอยู่บนหน้าสื่อกระแสหลักอีกครั้ง !
แม้ว่า "เนวิน" จะอ้างว่าสิ่งที่นำมาพูดไม่ได้พูดลอยๆ เป็นการพูดบนหลักการของสถิติ แต่หากนำพูดของ เนวิน มาถอดรหัสจะพบว่าเป็นคำพูดทำการตลาดโดยไม่ยึดข้อเท็จจริง เพราะการที่ "ทักษิณ ชินวัตร" เปิดชื่อยิ่งลักษณ์ เป็นบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 วัตถุประสงค์ตั้งแต่แรก เพื่อลดปัญหาภายในพรรค และต้องการสื่อไปถึงประชาชนในพื้นที่ต้องการให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ตัวแทนระหว่างพี่กับน้อง
ทำให้ "กระแส" ความนิยมพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะในภาคอีสานได้รับเสียงตอบรับสูง เห็นได้จากข่าว "รัชนี พลซื่อ" อดีต ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน ภรรยา เอกภาพ พลซื่อ คนใกล้ชิดพินิจ จารุสมบัติ หัวหน้ากลุ่มวังพญานาค ที่มีรายชื่อลงสมัคร ส.ส. ในระบบเขต 3 จ.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย ก็พอจะวิเคราะห์ได้ว่ากระแสพรรคภูมิใจไทยในภาคอีสานไม่เป็นบวก
ป้ายหาเสียงของ "พรรคภูมิใจไทย" ตามพื้นที่ต่างๆ มีจำนวนมากแต่ในสื่อกลับไม่ปรากฏเป็นข่าว
แม้จะมีกระสุนเตรียมพร้อมไว้มากมาย แต่ถ้าพ่ายแพ้กระแสทั้งที่ต้องอาศัยเพื่อใช้ประโยชน์เอื้อคะแนนระบบบัญชีรายชื่อ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้เกมโดยการ "สร้างกระแส" ให้พรรคกลับมาอยู่ในหน้าสื่ออีกครั้ง
คำพูดของ "เนวิน" เหมือน "ดาบสองคม" ด้านหนึ่งเกิดแรงบวกคนหันมาสนใจพรรค แต่อีกด้าน "เนวิน" อาจถูกมองว่าไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน อาจถูกสังคมต่อต้านได้
การที่ระบุว่าทั้ง "อภิสิทธิ์ และ ยิ่งลักษณ์" จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีถือเป็นการ "ดิสเครดิต" พรรคขนาดใหญ่ เพื่อหวังดึงคะแนนให้แก่พรรคตนเองหรือพรรคขนาดกลาง
ทั้งที่ผลงานยังไม่เข้าตาประชาชนมากนัก จึงเกิดคำถามตามมาว่า "จุดขาย" ของพรรคเหล่านี้คืออะไร อาจไม่ได้คำตอบทันที
ขณะที่ "โพลล์สำนักต่างๆ" ส่วนใหญ่ให้ "พรรคเพื่อไทย" มาแรงเป็นพรรคการเมืองอันดับหนึ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ
ดังนั้น พรรคที่รู้สึกว่าตัวเองกำลัง "หลุดกระแส" อาจต้องนำวิธีของ "เนวิน" มาใช้ เพื่อให้พรรคของตนอยู่ในกระแสสื่อหลักตลอดเวลา เพราะถ้าการเลือกตั้งหวังอาศัยเพียงกระสุน, บารมี ส.ส.เก่า ก็อาจมี ส.ส. เข้าสภาน้อยกว่าเป้าที่ตั้งไว้



