ข่าว

รง.ย้ำยึดสันติอยู่ร่วมชุมชน
พร้อมจับมือทุกหน่วย-หาเหตุปลาตาย

รง.ย้ำยึดสันติอยู่ร่วมชุมชน พร้อมจับมือทุกหน่วย-หาเหตุปลาตาย

27 พ.ค. 2554

อุบลราชธานี - โรงงานแป้งมันสำปะหลังอุบลเกษตรพลังงาน ยืนยันเจตนารมณ์อยู่ร่วมกับชุมชนอย่างมีความสุข พร้อมร่วมมือทุกหน่วยงานตรวจสอบสาเหตุปลาในน้ำโดมตาย

 จากกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ไร่ใต้ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ที่อาศัยริมลำน้ำโดม แจ้งว่ามีปลาลอยตายในลำน้ำโดมจำนวนมากโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการปล่อยน้ำเสียของโรงงานแป้งมันสำปะหลัง ในบริเวณใกล้เคียง และเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายนิเวศ สุพัฒน์ ที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด ได้ออกมาชี้แจงว่า การก่อตั้งโรงงานแป้งมันสำปะหลังของอุบลเกษตรพลังงาน เพื่อรองรับผลผลิตทางการเกษตรคือมันสำปะหลังของเกษตรกร ให้เกษตรกรมีแหล่งรับซื้อมันสำปะหลัง และมีเจตนารมณ์ให้ชุมชนและชาวบ้านใกล้เคียงอยู่ร่วมกับโรงงานได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังส่งเสริมรายได้เกษตรกรให้อยู่ดีกินดีอีกด้วย

 ทั้งนี้ เมื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมันแล้วก็ต้องมีการแปรรูป จึงต้องก่อตั้งโรงงานแปรรูปขึ้น แต่เนื่องจากกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลังมักมีของเสียออกมามาก การออกแบบโรงงานต้องให้สอดคล้องกับการควบคุมสิ่งแวดล้อมอย่างรัดกุม กล่าวคือการออกแบบโรงงานเป็นแบบปิดเพื่อไม่ให้ก่อมลพิษกับสิ่งแวดล้อม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางโรงงานยินดีร่วมมือกับทุกฝ่ายทั้งชาวบ้าน นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาตรวจสอบสาเหตุและนับเป็นเรื่องดีที่ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบระบบการควบคุมคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อมของโรงงาน ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าเกิดจากความผิดพลาดของโรงงานจริง ทางโรงงานก็พร้อมดำเนินการแก้ไขทันที คาดว่าการตรวจสอบสาเหตุจะทราบผลเร็วๆ วันนี้

  ด้านนายวุฒิพงษ์ สังข์โชติ ผู้จัดการโรงงานอุบลเกษตรพลังงาน จำกัด กล่าวว่า น้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลังของอุบลเกษตรพลังงานในแต่ละวันจะมีปริมาณถึง 4,000 ลูกบาศก์เมตร น้ำเสียทั้งหมดจะถูกส่งไปยังบริษัทอุบลไบโอก๊าซ เพื่อผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ ภายใต้กระบวนการหมักก๊าซที่เรียกว่าระบบยูเอเอสบี ซึ่งกระบวนการนี้จะมีแบคทีเรียทำหน้าที่กินกากแป้งสิ่งสกปรกที่มากับน้ำเสียและคายออกมาเป็นก๊าซชีวภาพ ซึ่งก๊าซชีวภาพนี้จะถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลังอีกครั้ง และอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำไปผลิตเป็นไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพเพื่อส่งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

 โดยแต่ละวันสามารถผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียได้ถึง 3.9 หมื่นคิวต่อวัน และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้วันละ 1.9 เมกะวัตต์ ทำให้คุณภาพน้ำเสียก่อนเข้าสู่ระบบหมักก๊าซแบบยูเอเอสบี ที่มีค่าความสกปรกอยู่ที่ 1.5 หมื่นพีพีเอ็ม หลังผ่านกระบวนการหมักก๊าซแล้วค่าความสกปรกของน้ำจะเหลือ 30-50 พีพีเอ็ม ซึ่งตามมาตรฐานกระทรวงอุตสาหกรรม ค่าพีพีเอ็มจะต้องไม่สูงเกินกว่า 120 พีพีเอ็ม ดังนั้นจึงถือได้ว่ามีมาตรฐานเกินกว่าที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด