
จวก'เนวิน'ฟันธงปชป.พ่าย'เพื่อไทย'
'เทพเทือก'การันตีปชป.ชนะลต.รุมจวกเนวิน ตั้งตัวเป็นโหรฟันธงปชป.พ่ายเพื่อไทย แขวะดูแลให้ภท.ได้ส.ส.ตามที่พูด ด้าน"องอาจ" ยัน อภิสิทธิ์ เป็นนายกฯได้ ปัดพรรคไม่มีประเพณีแพ้เลือกตั้ง หัวหน้าลาออก ชี้กรณีบัญญัติ ไขก๊อกหลังพ่ายเพราะเคยพูดไว้ตอนเลือกหน.
(26พ.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจออกมาประเมินว่าพรรคประชาธิปัตย์จะแพ้การเลือกตั้งได้ส.ส.แค่ 160 เสียง ส่วนพรรคเพื่อไทยชนะแต่ได้เพียง 210 เสียถึง 250 เสียง ว่า ตนเพิ่งรู้ว่านายเนวินตั้งตัวเป็นโหร และเป็นเจ้าสำนักโพลขึ้นมาอีกคน เวลาหาเสียงมักจะมีปรากฎการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ซึ่งตนก็ไม่รู้สึกอะไร นายเนวินไม่ต้องมาทำนายทายทักอะไรมาก ไปดูแลอนาคตตัวเองให้ดี ให้ได้ส.ส.อย่างที่ตัวเองประกาศไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าจะเกิดปัญหาการแปรพักตร์หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีความสัมพันธ์แนบแน่นกันดี นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะต้องไปกังวลใจว่าใครจะแปรพักตร์หรือใครจะเปลี่ยนแปลง ในช่วงระยะวลาอย่างนี้มันลำบาก ไม่ทราบว่าทำไมนายเนวินพูดอย่างนี้หรือมีสื่อไปตั้งคำถามอย่างไร สำหรับตนรู้สึกเฉยๆ กับคำพูดของนายเนวิน
“คนมักจะพูดเรื่อยว่าผมแนบแน่นบ้างห่างเหินบ้าง เป็นเรื่องธรรม ผมเป็นปกติ ไม่มีความพิศวาทรักชอบคุณเนวินเป็นพิเศษ และไม่มีความเกลียดชังถึงขนาดทำงานร่วมกันไม่ได้ เป็นเรื่องปกติที่เป็นนักการเมืองทำงานการเมืองด้วยกัน ในช่วงที่ผมไปชวนเขามาร่วมรัฐบาลเพราะเห็นว่าเขาเป็นนักการเมืองที่มีจิตใจให้กับบ้านเมืองและความมั่นคงของประเทศ เราก็ทำงานมาด้วยกัน ไม่ได้ขัดข้องหมองใจอะไรกันกับผม ” นายสุเท พกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีการพูดคุยกับนายเนวินหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คงไม่ ถ้าเราดูข่าวตามสื่อแล้วต้องไปตามคุยกันทุกวัน คงไม่ต้องหาเสียงกัน เพราะข่าวมันก็หวือหวากันอยู่ทุกวัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะว่านายเนวินเห็นกระแสของพรรคอื่นดีกว่าหรือไม่ ถึงออกมาให้ข่าวลักษณะนี้ เพื่อต้องการจะดึงกระแสทำตัวให้เป็นข่าวบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า นายเนวินคงไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็เป็นข่าวอยู่พอสมควรอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า นายเนวิน ยังระบุด้วยว่าหากพรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์จะต้องลาออกจากจากหัวหน้าพรรค เพื่อแสดงความรับผิดชอบถือว่าเป็นการผูกพันหรือเดิมพันกันด้วยตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ คุณเนวินไม่มีสิทธิ์ ไม่มีอำนาจมาตัดสินแทนพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นเรื่องที่พวกผม จะต้องตัดสินกันเอง เวลาพาทีมลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วผลออกมาพ่ายแพ้ยับเยินเราก็พิจารณาตัวเอง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปท้าทายอะไร หรือออกไปพูดก่อนว่าถ้าแพ้แล้วผมหรือคุณอภิสิทธิ์จะต้องลาออก แต่เป็นเรื่องที่พวกผมจะต้องเป็นผู้พิจารณากัน ” นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้ตนเชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์จะชนะเลือกตั้ง ยังยืนยันอย่างนี้และจะยืนยันต่อไป เพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหน้าที่รักษาบ้านเมือง ในขณะที่คู่แข่งของพรรค เผาบ้านเผาเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ระบุว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากแล้วไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จะเอาคนเสื้อแดงออกมาชุมนุม เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นหรือไม่ ก็ขอให้ดูนิสัยก็แล้วกันว่าเป็นอย่างไร ก็มีนิสัยอย่างนี้ ประกาศและข่มขู่ กันอย่างนี้ ใครจะไปเลือก ประชาชนที่ไหนจะเลือกและยอมให้นายณัฐวุฒิไปทำให้บ้านเมืองเสียหายยับเยิน
เมื่อถามว่า คะแนนเลือกตั้งที่พรรคประชาธิปัตย์มองว่า จะสูสีกันระหว่างสองพรรคการเมืองใหญ่จะทำให้เกิดปัญหาความวุ่นวายภายหลังการเลือกตั้งอีกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ขอความกรุณาสื่อให้รายงานข่าวตามความเป็นจริง ประชาชนก็จะได้บริโภคข่าวตามความเป็นจริง และใช้ดุลยพินิจได้ และขอให้อย่าไปกังวลใจอะไรล่วงหน้า ขอให้ตั้งหลักกันว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ติดตามและเห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หน้าเดิมคนเดิมวันนี้เปลี่ยนโฉมใหม่ ใส่เสื้อประชาธิปไตยประชาชนก็เห็น จึงมั่นใจว่าประชาชนเจ้าของประเทศตัดสินใจได้ และไม่เกิดเหตุความวุ่นวาย อย่างไรก็ตามในการหาเสียงทางพรรคก็ระมัดระวังในการพูดจาและพยายามมีสัมมาวาจา พูดจาให้เรียบร้อยไม่ด่าว่าใคร แต่ต้องพูดข้อเท็จจริง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ยึดคำพระที่ว่า “ สัจจฺเว อมตะวาจา ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปราศรัยยืนยันว่าจะไม่มีการดีเบตกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ สั่งเอาไว้ นายสุเทพ กล่าวว่า ขอไม่ไปวิจารณ์ ต้องระมัดระวังที่จะไปวิจารณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เช่นนั้นจะมีคนเอาไปบิดเบือนทำให้เกิดความเสียหายอีก
เมื่อถามว่า เป็นเพราะเหตุใดที่คนทั้งประเทศถึงไม่ได้ก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณเสียที เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก็เพื่อที่จะรักษาบ้านเมืองให้อยู่รอดก็เลือกพรรคประชาธิปัตย์ดีกว่า ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถนำพาบ้านเมืองไปข้างหน้าได้ เพราะเป็นคนบงการทั้งนักการเมือง คนเสื้อแดง และกลุ่มที่ใช้กำลัง วันนี้ผมเชื่อว่าประชานจะตัดสินใจไม่เอาพรรคเพื่อไทย
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้สมัครส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยออกมาระบุว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง ว่า ในส่วนของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นมีความเป็นไปได้ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่มีความแน่ใจ และเคยระบุว่าผู้จะได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยนั้น อาจไม่ใช่ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเบอร์ 1 ก็ได้ และพ.ต.ท.ทักษิณก็เคยมีการเสนอชื่อสมาชิกในพรรครายอื่นๆ อาทิ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นายโอฬาร ไชยประวัติ มาแล้ว แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้นยืนยันว่าสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคอย่างแน่นอน ไม่มีโอกาสที่จะเป็นอย่างอื่น
ส่วนกรณีที่นายเนวินระบุว่าหากพรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้ง มีความเป็นไปได้ที่นายอภิสิทธิ์จะลาออกนั้น นายองอาจ กล่าวว่า พรรคไม่มีประเพณีเรื่องหัวหน้าพรรคลาออกหลังแพ้การเลือกตั้ง แต่สำหรับกรณีของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 48 นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับประเพณีพรรค แต่เป็นเพราะในช่วงที่มีการรณรงค์แข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคภาย นายบัญญัติเคยระบุว่า ถ้ามีการเลือกตั้งแล้วพรรคประชาธิปัตย์ได้รับคะแนนเสียงน้อยกว่าเดิมจะพิจารณาตัวเอง ซึ่งเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาเช่นนั้นนายบัญญัติจะลาออกไป อย่างไรก็ตามในสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นหัวหน้าพรรค และไม่ได้รับการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งนายชวนก็ไม่ได้ลาออกแต่อย่างใด ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีประเพณี
“ การเลือกตั้งในปี 35 พรรคประชาธิปัตย์ได้ 79 ที่นั่ง , ปี 38 ได้เป็น 86 ที่นั่ง , ปี 39 ได้ 123 ที่นั่ง , ปี 44 ได้ 130 จะเห็นว่าเพิ่มมาเรื่อย แต่พอปี 48 กลับลดลงมาเหลือ 96 ที่นั่ง จึงเป็นเหตุผลว่าท่านบัญญัติทำตามที่เคยพูดไว้ ในการรณรงค์ภายในพรรค ” นายองอาจกล่าว
เมื่อถามว่า กรณีที่นายเนวิน ออกมาระบุเช่นนี้ ถือเป็นการสร้างกระแสต้านนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยหน้าหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า นายเนวินคงวิเคราะห์ทางการเมืองไปตามประสบการณ์ที่มีอยู่ ไม่ใช่เรื่องของกระแสต้านใดๆทั้งสิ้น พรรคประชาธิปัตย์ยังมีความมั่นใจในตัวนายอภิสิทธิ์อยู่
เมื่อถามย้ำว่า ได้มีการเตรียมการไว้หรือไม่ว่า หากนายอภิสิทธิ์ถูกสกัดเป็นนายรัฐมนตรีจะดันใครขึ้นแทน นายองอาจ กล่าวว่า ไม่ได้มีการเตรียมการอะไร ยืนยันว่าผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อเบอร์ 1 คือนายอภิสิทธิ์ และจะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
นายองอาจ ยังกล่าวกรณีนายขวัญชัย ไพรพณา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ ยืนยันหากนายอภิสิทธิ์ ไปหาเสียงที่จ.อุดรธานี กลุ่มคนเสื้อแดงที่จ.อุดรธานี จะไม่ไปก่อกวนนายอภิสิทธิ์ เพราะทำความเข้าใจกับคนเสื้อแดงแล้ว พร้อมทั้งระบุว่าขอให้พรรคประชาธิปัตย์อย่าเอาเสื้อแดงเทียมมาก่อกวนเอง ว่า การที่นายขวัญชัยพูดเช่นนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าแกนนำคนเสื้อแดงที่มีบทบาทในพรรคเพื่อไทยสามารถสั่งการให้คนเสื้อแดงไปก่อกวนที่ไหน อย่างไรก็ได้ และเมื่อวานนี้ (25 พค .) ที่นายอภิสิทธิ์ ไปหาเสียงที่จ.สมุทรสาคร ก็โดนก่อกวนอีก ดังนั้นหากนายขวัญชัยสามารถสั่งการคนเสื้อแดงได้ ควรจะสั่งการให้คนเสื้อแดงไม่มาก่อกวน ในทุกจังหวัดในประเทศไทย ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีพฤติกรรมที่จะไปจ้างคนมาใส่เสื้อสีใดแล้วมาก่อกวนพรรคการเมืองใดอย่างแน่นอน



