
โรงพิมพ์โกย4พันล.ช่วงเลือกตั้งการเมืองแข่งดุกระหน่ำพิมพ์ป้าย-ใบปลิวแจก
ธุรกิจสิ่งพิมพ์ตีปีก พรรคการเมืองแข่งขันดุเดือด ยอดสั่งพิมพ์ป้ายและใบปลิวพุ่ง คาดโกยเงินจากเลือกตั้ง 4,000 ล้านบาท สูงกว่าการเลือกตั้งปี 50 มองอุตสาหกรรมเติบโตได้ต่อเนื่อง ห่วงต้นทุนสูงขึ้น จากวัตถุดิบและค่าแรงงาน
นายพรชัย รัตนชัยกานนท์ นายกสมาคมการพิมพ์ไทย เปิดเผยว่า จากการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้น ทำให้พรรคการเมืองมีการสั่งพิมพ์ป้ายและใบปลิว ในการนำเสนอนโยบายต่อประชาชนมากขึ้นสำหรับการเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ส่งผลดีต่อโรงพิมพ์ทั่วประเทศ เนื่องจากมีการกระจายการผลิตไปทุกจังหวัด โดยคาดว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 4,000 ล้านบาท สูงกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 ที่มีการจ้างพิมพ์โปสเตอร์ ใบปลิว และป้ายหาเสียงประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการพิมพ์ในปี 2554 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรงงานที่ปรับสูงขึ้น 20% และพรรคการเมืองสำคัญมีนโยบายที่จะปรับค่าแรงให้สูงขึ้น รวมทั้งราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นด้วย เช่น หมึกพิมพ์ กระดาษ ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง
ในปีนี้คาดว่าการส่งออกสิ่งพิมพ์จะเพิ่มขึ้น 30% จากปีที่แล้ว ที่ส่งออกได้ 2,098 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ส่งออกได้ 1,117 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วถึง 170% ซึ่งตลาดส่งออกหลักของไทยคือ ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม อิโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ โดยการส่งออกช่วง 2 เดือนของปีนี้ การส่งออกขยายตัวค่อนข้างมาก ขณะที่สมาคมตั้งเป้าหมายการส่งออกทั้งปีไว้ไม่สูงมาก
นายพรชัยกล่าวต่อว่า สมาคมการพิมพ์ตั้งเป้าหมายว่า การส่งออกสิ่งพิมพ์ของไทยในปี 2558 จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นอาจทำให้การทำตามเป้าหมายยากขึ้น แต่ก็ต้องพยายาม เช่น การลดต้นทุนส่วนอื่น การประกวดสิ่งพิมพ์เพื่อพัฒนาคุณภาพสิ่งพิมพ์ของไทย โดยจะทำให้ไทยรักษาการเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของอาเซียนไว้ได้ และหลังจากนี้คงต้องติดตามว่า เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในอาเซียนจะเป็นอย่างไร เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์
นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ของไทยขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนได้ เพราะเป็นอุตสาหกรรมลำดับต้นที่มีการรวมกลุ่มกันเป็นคลัสเตอร์ ซึ่งคลัสเตอร์สิ่งพิมพ์ครอบคลุมตั้งแต่การปลูกไม้ การผลิตเยื่อกระดาษและการพิมพ์ รวมทั้งเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ขยายตัวต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ จึงเชื่อว่าเป้าหมายการส่งออกในปี 2558 มีความเป็นไปได้ โดยอุตสาหกรรมพิมพ์ในอนาคตจะต้องมีสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ที่เน้นการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป



