ข่าว

“คู่มือเลือก ส.ส.”...

“คู่มือเลือก ส.ส.”...

26 พ.ค. 2554

เคยมีผู้เสียดสีประชาธิปไตยเอาไว้ว่า ประชาชนจะเป็นนายอยู่ได้ก็แค่วันเดียว คือวันใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ที่เหลือนอกจากนั้นก็คือทาสดีๆ นั่นเอง

 แต่ในทุกวันนี้คงจะไม่ใช่แล้ว เกือบทั่วโลกประชาชนต่างก็มีส่วนร่วมในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ยิ่งในเมืองไทยที่เป็นอยู่ในขณะนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า พลังประชาชนหรือการเมืองภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วยเป็นอย่างยิ่ง ในการชี้ชะตาทิศทางการเมืองและอนาคตของประเทศ

 เช่นเดียวกับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคมนี้

 การเลือกตั้งครั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขแล้ว เราจะมี ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือว่าแบบปาร์ตี้ลิสต์ 125  คน กับ ส.ส.แบบแบ่งเขต 375  คน รวมทั้งหมด 500 คน บุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นใครมาจากไหนและได้ทำอะไรมาบ้าง นับว่าเป็นเรื่องที่น่ารู้ไว้ใช้ประกอบการตัดสินในการเลือกตั้งครั้งสำคัญครั้งนี้ครับ

 ยกตัวอย่างเอาเฉพาะแค่ ส.ส.ที่เราได้เคยเลือกไปแล้ว เราลองย้อนหลังดูว่าพวกเขาได้ทำหน้าที่มาได้ดีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร และมีอะไรบ้างที่ชวนให้น่าสงสัย อย่างเช่นว่า

 - ส.ส.ที่เราเลือกเป็นหนึ่งในบรรดา ส.ส.ที่ทำให้เกิด “สภาล่ม” และทำให้รัฐสภาไม่สามารถทำหน้าที่ตรากฎหมาย ซึ่งเราเฝ้ารอคอยจนกฎหมายนั้นต้องตกไปหรือไม่

 - ส.ส.ที่เราเลือกเข้าประชุมแต่ไม่ยอมใช้สิทธิ์ลงคะแนน หรือแสดงท่าทีใดๆ ต่อการตรากฎหมายซึ่งเราและผู้คนในจังหวัดของเรามีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงหรือไม่

 - ส.ส.ของเราลงคะแนนโหวตผ่านกฎหมายหรือแสดงจุดยืนทางการเมืองอื่นๆ ตรงกับที่เราคิดหรือคาดหวังไว้หรือไม่

 - ส.ส.ของเราร่ำรวยขึ้นกว่าที่เราเคยรู้จักก่อนหน้านี้หรือไม่ ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้จากการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ฯลฯ และสุดท้ายหลังจากประเมินแล้ว ส.ส.ของเราสอบผ่านหรือไม่ และเราควรจะเลือกเขาเป็น ส.ส.ต่อไปอีกหรือไม่...

 แต่ละข้อเหล่านี้ ผมเอามาจากโครงการฐานข้อมูลการเมืองไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้จัดทำขึ้น อันเหมือนกับเป็น “คู่มือเลือก ส.ส.” ในการเลือกตั้งครั้งสำคัญนี้โดยเฉพาะ ด้วยเห็นว่า เป็นเรื่องและข้อมูลที่ดีและควรที่จะได้เผยแพร่กันต่อๆ ไป

 ข้อมูลเครือข่ายการเมืองไทยนี้ ทางจุฬาฯ ได้จัดทำขึ้นร่วมงานกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยได้บอกถึงวัตถุประสงค์เอาไว้ว่า เป็นการก้าวสู่ยุคการเมืองเปิด ที่ประชาชนจะต้องรู้ทันนักการเมืองเป็นสำคัญ

 การเมืองไทยเป็นระบบผูกขาด ปกปิด และมุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวทับซ้อนกันมานาน จนการเมืองกลายเป็นเรื่องสกปรกที่คนส่วนใหญ่รังเกียจไม่อยากเข้าไปใกล้ เพราะมีแต่เรื่องทุจริต คอรัปชั่น ทั้งที่จริงแล้วการเมืองมิได้อยู่ไกลไปจากตัวเราเลย

 การเมืองอยู่นับตั้งแต่ในบ้าน ในหม้อข้าวของเราไปจนกระทั่งถึงถนน ในทุกสายที่เราเดินผ่าน อยู่ในนา ในสวน และแม้แต่ในอากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกวัน การตรวจสอบการเมืองและนักการเมืองเพื่อขจัดสิ่งสกปรกปฏิกูลให้เหลือน้อยหรือหมดไป จึงเป็นการทำเพื่อให้การเมืองใสสะอาดสำหรับวันนี้พรุ่งนี้

 การเลือกตั้งครั้งนี้สำหรับผมแล้วเห็นว่า น่าจะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่มีสิ่งสกปรกปฏิกูลเข้ามาปนเปอยู่ในการเมืองไทยมากที่สุด ดังนั้นก่อนที่เราจะไปใช้สิทธิ์เลือกใคร พรรคใด ก็ควรศึกษาหาความรู้เอาไว้ให้รอบคอบก่อนจะเป็นการดีที่สุด

 ใช้ “คู่มือเลือก ส.ส.” ชำระสิ่งสกปรกทางการเมืองถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าการใช้เลือดครับ