ข่าว

การเมืองเรื่องการปรองดอง

การเมืองเรื่องการปรองดอง

26 พ.ค. 2554

เรื่องที่น่าสนใจ (ที่ไม่น่าสนใจ) ในช่วงสัปดาห์แรกของการเปิดตัวเข้าโหมดเลือกตั้งในตอนนี้ก็คือ เรื่องของการพูดถึงการปรองดองของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้เสนอ ผู้สนอง ผู้ที่คัดค้าน หรือว่าผู้ที่อ้างว่าทำอยู่

 เรื่องความปรองดองที่พูดกันตอนนี้คงปฏิเสธได้ยากว่าเนื้อหาสาระไม่ชัดเจน เข้าทำนองว่าใครเชื่ออะไรก็เชื่ออยู่แล้ว คำว่าปรองดองจึงเป็นการปรองดองที่ไม่มีการปรองดองเช่นเดิม

 ประการแรก การปรองดองของฝ่ายเลข 1 ก็หลีกเลี่ยงได้ยากว่าสร้างความหวังว่าจะนำคุณทักษิณกลับบ้าน และที่สำคัญที่น่าหนักใจมากที่สุดคือการเอาคุณเฉลิมมาจุดพลุเรื่องนี้ ซึ่งเข้าทำนองว่า ไม่แก้แค้นแต่จะแก้ไขจริงหรือเปล่าครับสารวัตร? ?เพราะว่าถ้าแก้ไขแล้วอั๊วจะย้ายลื้อแน่จริงๆ หรือเปล่า? (ผมว่าปล่อยให้อดีต ผบ.ตร.แบบคุณประชา พรหมนอก และทีมกฎหมายของพรรคมานำเสนอจะนุ่มกว่า)

 นอกจากนั้นแล้ว คุณยิ่งลักษณ์ก็ยังแผ่นเสียงตกร่องอยู่กับสองสามเรื่อง คือไม่แก้แค้นแต่จะแก้ไข ขอนำความเป็นผู้หญิงมาแก้ปัญหา และต้องคำนึงถึงหลักนิติธรรม

 แต่สิ่งที่ขาดก็คือ หลักนิติธรรม คืออะไรกันแน่ (เดี๋ยวนี้เมืองไทยมีหลักเยอะครับ หลักนิติรัฐ?หลักนิติธรรม เห็นว่าต่อไปจะมีหลักนิติราษฎร เข้าไปด้วย... เอ้าฮา) ที่ผ่านมาที่ย้ำๆ คือ ประชาธิปไตยและความเสมอภาค เท่าเทียมในกระบวนการทางกฎหมาย แต่ยังไม่ได้เสนอว่าคุณทักษิณไม่รับกระบวนการยุติธรรมแบบที่มีหลักนิติธรรมตรงไหน

 ประการที่สอง การปรองดองของฝ่ายเลข 10 ก็หลีกเลี่ยงได้ยากว่ากลับนำเอาเรื่องของการโจมตีเรื่องเผาบ้านเผาเมืองขึ้นมากล่าวหาฝ่ายกองกำลังพันธมิตรของเลข 1 ทั้งที่เรื่องนี้ควรจะปล่อยให้เป็นเรื่องการดำเนินคดี ซึ่งประเด็นนี้กลับกลายเป็นประเด็นที่ถูกจุดขึ้นมาจากการพยายามฟ้องกลับของฝ่ายเสื้อแดงที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย

 ประการที่สาม การปรองดองของฝ่ายเสื้อแดงเองก็ทำท่าจะไม่เอาด้วยง่ายๆ เพราะเรื่องของการสลายการชุมนุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคงจะต้องมีการเดินหน้าต่อไป ขณะเดียวกันฝ่ายเสื้อเหลืองเองก็ยืนหยัดที่จะต่อสู้ต่อไปภายใต้ระบบกฎหมาย (และแน่นอนว่าภายใต้การชุมนุมที่ต่อเนื่อง) ส่วนพรรคอื่นๆ นั้นยังไม่เห็นความชัดเจนมากนัก ทั้งที่พรรคที่มีศักยภาพที่จะพูดเรื่องนี้น่าจะมีตั้งแต่พรรครักษ์สันติของคุณปุระชัย พรรคมาตุภูมิของ พล.อ.สนธิ และพรรคชาติไทยพัฒนาภายใต้การผลักดันของคุณสนั่น

 สำหรับผมแล้ว หากจะพูดเรื่องความปรองดอง ผมคิดว่าอย่างน้อยก็คงต้องพิจารณาเรื่องหกเรื่องไปด้วยกัน

 เรื่องแรกคือ เรื่องของการชุมนุมและสลายการชุมนุมของเสื้อแดง ซึ่งย่อมรวมไปถึงเรื่องของการกล่าวหากันเรื่องการทำลายทรัพย์สินของเอกชน (ส่วนเสื้อเหลืองจะสนใจเรื่องนี้หรือไม่ก็แล้วแต่จิตศรัทธาแล้วกันครับ เพราะว่าเสื้อเหลืองไม่ได้ได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมในการเมืองรอบนี้มากไปกว่าการยืนยันสิทธิและปฏิเสธนักการเมืองในเวลาเดียวกันที่เรียกว่าโหวตโน)

 เรื่องที่สองคือ เรื่องของการแก้ปัญหาภาคใต้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องสืบต่อไปในการแก้ปัญหาระยะยาวก็คือการปรองดองในเชิงวัฒนธรรม และปรองดองในเชิงความคิดในเรื่องของปัญหาภาคใต้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ยังไม่เห็นมีการพูดถึงที่ชัดเจน

 เรื่องที่สามคือ เรื่องของการตั้งคำถามกับการทำรัฐประหาร ว่าตกลงการทำรัฐประหารที่นำมาสู่การยุติการใช้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนั้นก็เอากันยังไง เรื่องนี้มีความสำคัญกับชีวิตของประชาธิปไตยในประเทศนี้ และจะเป็นจุดชี้ชัดให้เห็นว่าข้อกล่าวอ้างที่ว่าการนิรโทษกรรมด้วยฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัตินั้นทำไม่ได้เลย เพราะเป็นการแทรกแซงอำนาจตุลาการ ทั้งที่อำนาจตุลาการไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดจึงสยบยอม-ปรองดองต่ออำนาจนอกประชาธิปไตย

 เรื่องที่สี่คือ เรื่องของการปรองดองในเชิงเศรษฐกิจ และการปรองดองในระดับโครงสร้าง ที่เป็นประเด็นที่คณะปฏิรูปฯ ได้นำเสนอไว้มากมาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางอำนาจ ประเทศนี้จะปรองดองกับความยากจนและความร่ำรวยได้อย่างไร

 เรื่องที่ห้าคือ เรื่องของการปรองดองในเรื่องของการหมิ่น ฟ้องร้องว่าหมิ่น และปฏิรูปกฎหมายหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ว่าตกลงกรณีเหล่านี้จะเอายังไงกันแน่? และอะไรคือความจริงและข้อสงสัยรวมทั้งความเข้าใจและคาดหวังที่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้?

 เรื่องที่หกคือ เราจะสามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวแบบการปรองดองอย่างไรจากประสบการณ์ต่างประเทศ และจากเงื่อนไขของประเทศเราเอง การปรองดองคือการยกเลิกการดำเนินคดี การปรองดองคือการจัดการผู้นำระดับสูงเท่านั้น หรือการปรองดองคือการจัดการเรื่องราวหลังจากค้นพบข้อเท็จจริงแล้ว หรือเราจะค้นหาเฉพาะความจริงที่ใช้ได้ในการปรองดองเท่านั้น (ส่วนความจริงที่ปรองดองไม่ได้ก็อย่าไปค้นหากัน) ซึ่งในประเด็นนี้ผมกลับคิดว่า คณะกรรมการของคุณคณิต น่าจะออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แต่ละฝ่ายว่าการทำงานที่ผ่านมานั้นขาดแคลนอะไร และอยากจะมีการพูดคุยและได้รับการตรวจสอบจากฝ่ายใดๆ บ้าง