ข่าว

เท่าเทียมแต่ไม่ทัดเทียม

เท่าเทียมแต่ไม่ทัดเทียม

26 พ.ค. 2554

ถึงนาทีนี้ พื้นที่สื่อสาธารณะของสื่อเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ถูกบรรจุไว้ด้วยภาพ ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของนักการเมือง พรรคการเมืองต่างๆ ในแง่ความเป็นจริงสื่อก็จะให้พื้นที่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สม

ซึ่งก็เป็นหลักการทำงานปกติของสื่อในการประเมินคุณค่าข่าว แต่ถ้ามองในแง่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการหาเสียง ข้อควรปฏิบัติ และข้อห้ามมิให้ปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการดำเนินการของพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ดูเหมือนว่าจะขัดแย้ง และมิได้สะท้อนภาพความเป็นจริงเลย

 ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะภาระหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แตกต่างกับสื่อมวลชน กกต.มีหน้าที่ให้การเลือกตั้งเป็นกลาง เป็นธรรม เท่าเทียมกับทุกฝ่าย คำว่าเท่าเทียม หรือทัดเทียม แปลว่า การได้รับสิทธิตามที่มีข้อกำหนดไว้ ในขณะที่สื่อก็มีหน้าที่นำเสนอภาพ และข่าวที่พวกเขาคิดว่าคนควรสนใจ หรือเป็นข่าวที่ขายได้ ฉะนั้น พรรคการเมืองทั้ง 40 พรรค จึงไม่อาจมีโอกาสเท่าเทียมกัน นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ประกาศหรือระเบียบของ กกต. ใช้บังคับไม่ได้ หรือกระทั่งการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่ไม่สามารถใช้เงื่อนเวลามากำหนดได้ การเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนระหว่างเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงวันเวลาปิดการลงคะแนน ซึ่งมีโทษจำคุกตามกฎหมาย

 ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินการของรัฐในการสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550  ข้อ 20 เขียนว่า “เพื่อประโยชน์ในการให้ความรู้แก่ประชาชนและส่งเสริมให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น สถานีอาจเชิญพรรคการเมืองไปออกรายการเพื่อแสดงวิสัยทัศน์หรืออภิปรายเชิงนโยบาย หรืออาจจัดรายการให้พรรคการเมืองตอบข้อซักถาม หรือแสดงความคิดเห็นก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องจัดให้พรรคการเมืองมีโอกาสโดยเท่าเทียมกัน ในการดำเนินการ ให้สถานีพิจารณาตามหลักวิชาชีพและจรรยาบรรณ” ข้อกำหนดนี้ไม่ว่าสื่อรัฐหรือเอกชน เป็นเรื่องที่ปฏิบัติไม่ได้ พรรคการเมืองใหญ่ หรือพรรคขนาดกลางที่มีเรื่องราว หรือตัวบุคคลน่าสนใจ ก็ยังได้เปรียบพรรคเล็กอยู่ดี

 กกต.ตราข้อควรระวังในการนำเสนอข่าวหลายประการ เช่น การเสนอข่าวที่มีลักษณะโจมตีใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ซึ่งสื่อวันนี้ก็นำเสนอข่าวที่เป็นการกล่าวหา ใส่ความกันระหว่างพรรคการเมืองเป็นปกติ การนำเทปบันทึกภาพ/เสียง หรือการช่วยผู้สมัครหาเสียงออกตามสื่อต่างๆ ทุกชนิดมาเผยแพร่ในช่วงเวลาตั้งแต่ 18.00 น.ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง ซึ่งภาพข่าวการหาเสียงเท่าที่ผ่านมาก็มีการนำเสนออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราศรัยหาเสียงใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ ที่ปรากฏในข่าวภาคค่ำทุกสถานี ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับ และส่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง และแน่นอนว่าต้องเป็นภาพและข่าวของสองพรรคการเมืองคู่แข่งเท่านั้น เราจะอธิบายว่าปรากฏการณ์เหล่านี้คือความเท่าเทียม หรือไม่ทัดเทียม ก็มีค่าเท่ากัน