ข่าว

จับตามือปืน...แบบเรียลไทม์ส่งจากมือถือสู่เน็ต บช.ภ.7

จับตามือปืน...แบบเรียลไทม์ส่งจากมือถือสู่เน็ต บช.ภ.7

26 พ.ค. 2554

นับถอยหลังสู่วันเลือกตั้ง...ตำรวจทั่วประเทศต้องทำงานหนักและเหนื่อยยิ่งขึ้น เพื่อดูแลการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปอย่างสงบเรียบร้อยจนกว่าจะถึงเวลาปิดหีบเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

  แทบทุกวัน...กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จะมีนายตำรวจระดับผู้บังคับการทั้ง 8 จังหวัด ได้แก่ จ.นครปฐม สมุทรสงคราม ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุพรรณบุรี สมุทรสาคร เพชรบุรี และ จ.กาญจนบุรี ตลอดจนหัวหน้าสถานีตำรวจอีก 104 สถานี แวะเวียนเข้ามาประชุมรับนโยบายการปราบปรามและรักษาความสงบเรียบร้อยช่วงเลือกตั้ง พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานการปราบปรามมือปืนที่อาจจะออกก่อเหตุเด็ดหัวผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งรวมถึงหัวคะแนนในศึกเลือกตั้งครั้งนี้

 ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จัดทำบัญชีมือปืนรับจ้างและผู้ที่อยู่ในเครือข่ายที่อาจก่อเหตุอาชญากรรมรุนแรง ล่าสุดก็ได้มีการรวบรวมข้อมูลมือปืนที่ก่อเหตุมาแล้วหลายคดีมีหมายจับอยู่ 10 ราย อีก 64 รายจะเป็นผู้ที่นิยมชมชอบความรุนแรงและพวกวัยรุ่นดาวรุ่งหน้าใหม่นั้น พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ฝ่ายปราบปรามเป็นผู้กำกับดูแลเรื่องการปราบปรามมือปืนรับจ้าง กล่าวถึงมาตรการการจัดการกับกลุ่มมือปืนเหล่านี้ว่า ได้มีการสั่งการให้ทุกหน่วยพุ่งชนที่เป้าหมาย อย่ารีรอให้กลุ่มมือปืนเหล่านี้ได้ลำพองใจ ต้องรีบจู่โจมก่อน เบื้องต้นสั่งให้ ผบก.ทุกจังหวัด ในพื้นที่ความรับผิดชอบ สืบหาข้อมูลบุคคลเหล่านี้ ว่าทำอะไร อยู่ที่ไหน อย่างไร คือต้องมีข้อมูลที่อัพเดทที่สุด ส่วนคนที่มีหมายจับก็ให้จับกุมทันที ส่วนคนที่ไม่มีหมายจับก็ให้เรียกมาคุยทำความเข้าใจ เตือนด้วยวาจาให้ตรงกันว่าอย่าก่อเหตุอะไรที่ไม่สมควรทำ

 "ตอนนี้ เราใช้ตำรวจถึง 3 ชุด คือ สืบภาค สืบจังหวัด และโรงพัก สลับกันเข้ากดดันมือปืนแต่ละคนแบบวันเว้นวัน โดยตำรวจแต่ละชุดที่เข้ากดดันนั้นมีราวชุดละ 10 คน ทำให้มือปืนที่จะก่อเหตุต้องระแวงไม่กล้าลงมือ ทั้งนี้มือปืนที่อยู่ในบัญชีของตำรวจภูธรภาค 7 ถูกบันทึกภาพเก็บรายละเอียดข้อมูลทุกอย่างไว้หมดแล้ว แถมยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบตามประกบแบบตัวต่อตัวไม่ว่ามือปืนคนนั้นจะกิน จะเที่ยว หรือมีอิริยาบถอะไร ก็จะถูกส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านจากมือถือเข้าไปยังในระบบอินเทอร์เน็ตที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งจัดทำไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ" พล.ต.ต.เรวัชบอกถึงการนำเทคโนโลยีมาเสริมการทำงาน

 ส่วนความเคลื่อนไหวของมือปืนรับจ้างในขณะนี้ พล.ต.ต.เรวัชมองว่า ในช่วงเวลาที่แต่ละพรรคการเมืองเปิดตัวผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง จะเป็นช่วงที่มือปืนซุ้มต่างๆ ออก "ออนทัวร์" หรือเรียกว่า "ทัวร์คอนเสิร์ต" กล่าวคือผู้สมัครจะจัดหามือปืนมาเดินตามตัวเองเพื่อคุ้มกันตัวเองหรืออาจสั่งให้ไปดักเก็บคู่แข่ง หรือหัวคะแนน ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมามือปืนเหล่านี้จะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ อัตราค่าจ้างเริ่มต้นที่หลักหมื่น ซึ่งเป็นแค่การเดินตามนักการเมือง แต่ถ้าลงมือฆ่าหัวคะแนนราคาค่าตัวก็จะขยับขึ้นมาเป็นหลักแสน หากเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านจะอยู่ที่ 2 แสนบาท และเหยื่อเป็นระดับผู้สมัครรับเลือกตั้งจะอยู่ที่ราว 2 ล้านบาท

 "ฐานข้อมูลมือปืนรับจ้าง ไม่ว่าจะเป็นซุ้มเล็ก ซุ้มใหญ่ จะมีพวกนักการเมืองเลี้ยงมือปืนไว้ ขณะที่หลายๆ ซุ้มมือปืนก็มีความเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย สามารถเรียกใช้งานข้ามซุ้มกันได้ เพื่อให้ยากต่อการแกะรอยของเจ้าหน้าที่ หลายครั้งเราจะได้ข่าวว่ามือปืนต่างถิ่นมาลงมือในพื้นที่แล้วมือปืนหายเข้ากลีบเมฆ ไม่สามารถจับกุมได้ และบางครั้งอาจหนีไปซุกใต้ปีกนักการเมืองที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่ง กว่าตำรวจนอกพื้นที่กว่าจะไปขอหมายศาลในจังหวัดนั้นๆ มือปืนก็รู้ตัวหนีไปอยู่กับเครือข่ายอีกจังหวัดแล้ว ตรงนี้ต้องแก้กฎหมายให้ผู้บัญชาการแต่ละภาคเป็นผู้อนุมัติหมายจับได้เลยเพื่อลดงานของศาลและสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น" พล.ต.ต.เรวัชเสนอแนะ

  พล.ต.ต.เรวัชยังเชื่อว่า ช่วงเลือกตั้งนี้พื้นที่ความรับผิดชอบ 8 จังหวัดจะไม่มีเหตุการยิงหัวคะแนน หรือคู่แข่งทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ด้วยเชื่อมั่นในคำเปรียบเปรยที่ว่า "ผีเจ้าที่แรง สัมภเวสีก็ไม่กล้าเข้ามาเพ่นพ่าน" !?

 ผ่านมาแล้วกว่า 10 วัน หลังจากตำรวจภูธรภาค 7 ประกาศเอาจริงกับกลุ่มมือปืนรับจ้างและผู้มีอิทธิพล มีมือปืนเข้ามอบตัว 1 ราย ถูกจับได้ 2 ราย และโดนวิสามัญฯ ไปแล้ว 2 ราย เนื่องจากต่อสู้ในระหว่างการจับกุม นับว่าเป็นมาตรการเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมในฤดูการเลือกตั้ง...เมื่อนักล่าอย่าง "มือปืนรับจ้าง" ต้องกลายเป็นผู้ถูกล่าเสียเอง