ข่าว

"ธานี"ถกทีมสืบฯนครบาลคลี่คดียิง"สนธิ"

"ธานี"ถกทีมสืบฯนครบาลคลี่คดียิง"สนธิ"

20 เม.ย. 2552

"ธานี สมบูรณ์ทรัพย์" ติวเข้มทีมสืบฯนครบาลคลี่คดียิง"สนธิ-คดีม็อบเสื้อแดง" รวม 55 คดี ยันไม่มีแรงกดดันทางการเมือง พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย สั่งเดินหน้าขยายผลภาพวงจรปิด-รถกระบะต้องสงสัย แจงคดีคืบหน้าพอสมควร ลั่นทุกอย่างชัดเจนเร็วๆนี้

(20เม.ย.) พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) หัวหน้าคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีการทำความผิดของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้านรัฐบาล และคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล เรียกประชุมคณะทำงานฝ่ายสืบสวนสอบสวนสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการทำงานให้นโยบายการปฏิบัติและรับฟังความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี

ภายหลังได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ให้กำกับดูแลกองบัญชาการตำรวจนครบาล แทนพล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. โดยการประชุมครั้งนี้มี พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พร้อมนายตำรวจระดับ รอง ผบช.น. ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และ รอง ผบก.น. 1 เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

พล.ต.อ.ธานี กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า ได้เรียกพนักงานสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกันเพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาก่อนถึงวันประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีทั้งหมด 6 คดีและมีคดีการทำความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นระหว่างมีการประกาศจำนวน 49 คดีโดยจัดชุดพนักงานสอบสวนย่อยให้รับผิดชอบทำงานกันอย่างเป็นระบบโดยให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ยังให้ตั้งศูนย์บริหารงานกองบัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อเร่งรัดติดตามการสืบสวนสอบสวนจับกุมตัวผู้ที่กระทำความผิดมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด และจะมีการประชุมสรุปความคืบหน้าทางคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้นทุกๆ 7 วัน

"ผมกำชับให้พนักงานสอบสวนทำคดีอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายรวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน และจะกลับมารับฟังความคืบหน้าทางคดีทุก 7 วันรวมแล้วมีคดีทั้งหมด 55 คดีมีทั้งเกิดขึ้นก่อนและหลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คงต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วอย่างละเอียดครบถ้วน แม้จะเป็นคดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการชุมนุมก็ไมใร้สึกกดดันอะไรที่ได้รับมอบหมายให้มาทำงานรวมถึงการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็คงต้องรวบรวมพยานหลักฐานไปตามข้อเท็จจริงเพราะเป็นคดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่ นครบาลซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกำลังดำเนินการกันอยู่ขอเวลาในการทำงานก่อนเชื่อว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้ ส่วนกรณีที่เกรงกันว่าจะถูกแรงกดดันทางการเมืองนั้น ขอยืนยันว่า ไม่มีแรงกดดันจากฝ่ายไหนแต่อย่างใด " รอง ผบ.ตร. กล่าวในที่สุด

ต่อมาเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.ธานี กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนทางคดีว่า คืบหน้าพอสมควรดูจากพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนมีอยู่สามารถที่จะขยายผลในวงกว้างต่อไปได้ทั้งในเรื่องของภาพวงจรปิดที่ปรากฎในกล้องซีวีทีวี ของกลางที่ตรวจพบในพื้นที่เกิดเหตุ รถยนต์กระบะต้องสงสัย 2 คันรวมถึงพยานแวดล้อม่ที่เห็นเหตุการณ์ ทุกอย่างต้องใช้ความละเอียดรอบคอบทั้งนั้นเราจะไปยืนยันว่าเป็นรถคนร้ายหรือไม่คงยังไม่ได้ และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า ผู้ต้องหาเป็นใครหรือกลุ่มไหนฝีมือใครต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนก่อน รวมถึงประเด้นการลอบยิงยังไม่สามารถสรุปได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องการเมืองและประเด้นอื่นๆ เราดำเนินการสอบสวนหมดไม่ได้ตัดประเด้นใดทิ้งรวมถึงอาวุปืนที่คนร้ายใช้ก่อคดีก็ต้องตรวจสอบว่า มาจากหน่วยงานไหน ต้องทำทุกอย่างให้รัดกุมที่สุด

ส่วนกระแสข่าวลอบทำร้ายแกนนำคนอื่นๆนั้น พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า ตำรวจมีการติดตามด้านการข่าวตลอดเวลา แต่หากใครต้องการกำลังตำรวจไปดูแลคุ้มกันก็ให้ร้องขอมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาลตำรวจพร้อมดำเนินการจัดกำลังไปดูแลให้เพราะเป็นหน้าที่อยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับกรณีนายสนธิก็มีการจัดกำลังตำรวจไปดูแลความปลอดภัยที่โรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนกรณีที่เกรงกันว่าจะมีกลุ่มพันธมิตรฯรวมตัวกดดันการทำงานของตำรวจนั้น รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีเพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องสืบสวนสอบสวนอยู่ด้วยความเป็นธรรมตรงไปตรงมาอยู่แล้ว