ข่าว

ทักษิณห้าม"ปู"ร่วมดีเบตตามเกมปชป.

ทักษิณห้าม"ปู"ร่วมดีเบตตามเกมปชป.

25 พ.ค. 2554

"ต่อพงษ์" เผยบินพบ"ทักษิณ" ที่ดูไบฝากห้าม "ยิ่งลักษณ์" ร่วมวงดีเบตตามเกม ปชป. "อภิสิทธิ์" ทวงบุญคุณเสื้อแดงเคยช่วยประกันตัว แนะ ตู่-เต้น สร้างบรรยากาศปรองดอง บุกโรงงาน อ้อนให้เลือกปชป. ขอเสียงเติมให้เต็ม 10 ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์แล้วนับ 1 ใหม่

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 25พ.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นำผู้สมัครส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์เดินทางมาหาเสียงกับพนักงานโรงงานของบริษัท สุวรรณอุตสาหกรรมปั่นทอ จำกัด ย่านอ้อมน้อย ถ.เพชรเกษม โดยทันทีที่นายอภิสิทธิ์มาถึงก็ถูกสาวโรงงานรุมล้อมนำดอกกุหลาบ พวงมาลัยดอกดาวเรือง ไปมอบให้และขอถ่ายรูปและจับมือ ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เปิดให้ตัวแทนพนักงานโรงงานตั้งคำถามเพื่อให้นายอภิสิทธิ์ตอบ

 ตอนหนึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวย้ำนโยบายรัฐบาลและสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าทำต่อไป อาทิ นโยบายเรียนฟรี 15 ปี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยอสม. การตรึงราคาดีเซล-ก๊าซหุงต้ม โครงการประกันรายได้เกษตรกร การแก้ปัญหายาเสพติด แก้ปัญหาหนี้สิน หนี้นอกระบบและหนี้บัตรเครดิต ปฏิรูปประกันสังคม การจัดสวัสดิการต่างๆ การเพิ่มเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาฯ เพิ่มค่าแรง 25% ภายในสองปี แก้ปัญหาของแพง

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ยอมรับว่าเป็นนักการเมืองเกือบ 20 ปี ต้องบอกว่าการเมืองที่หนักหนาสาหัสคือ 5-6 ปีที่ผ่านมา ตนเห็นข่าวแล้วเกรงใจประชาชน เพราะทำไมการเมืองถึงวุ่นวายขัดแย้งรุนแรง ในขณะที่เราต้องเจอสารพัดปัญหาที่กระทบความเป็นอยู่อยู่แล้ว ทั้งปัญหาเศรษฐกิจโลกที่กระทบประเทศไทย ภัยพิบัติ แต่การเมืองเรายังวุ่นวายไม่จบ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การชุมนุมเมื่อปีที่แล้วมีการยกระดับแรงขึ้นแต่ตนยืนยันว่าไม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งหลายคนคงจำได้ตอนที่มาชุมนุมเยอะๆ ตนเลยบอกว่าจะเจรจา ซึ่งตนไม่เคยเห็นนายกฯคนไหนเจอม็อบขับไล่เอาเลือดไปเทที่บ้าน แต่ก็พร้อมคุยตกลงกันอยางนี้ แล้วตนก็ทำคุยแล้วเขาก็ไม่ยอมตกลง และตนยังเสนอใหม่อีกว่าวาระตนอยู่ถึงสิ้นปี ตนตัดลงเป็นปียอมเลือกตั้ง ตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว เขาก็ไม่เอา และคนที่ไม่เอาที่จริงๆตนก็ไม่ทราบว่าคนที่มาชุมนุมเขาเคยมีอำนาจตัดสินใจหรือไม่

 “แต่คนที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมแกนนำทั้งหลายเขาไม่ยอม เขาไม่ยอมเพราะว่ายังไม่ได้บางสิ่งบางอย่างที่อยากจะได้ ที่ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องความสงบสุขปรองดองสองมาตรฐานที่พูดกันเลย”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาช่วยเยียวยาฟื้นฟูปรองดอง โดยนำคนกลางนักวิชาการอาทิ นายคณิต ณ นคร นายอานันท์ ปันยารชุน นพ.ประเวศ วะสี ที่ตนจะขอให้ทำต่อ อะไรที่ช่วยทำให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์เราก็เดินตนก็พยามทำ เขาเสนออะไรโดยไม่มีส่วนได้เสียโดยที่ไม่มีวาระแอบแฝงมาทำ สิ่งแรกคือคนที่ถูกจับกุมจากเหตุชุมนุมหลายคนไม่มีใครไปดูแลเรื่องทนายและข้อกฎหมาย ตนก็สั่งกระทรวงยุติธรรมให้ไปดูแลจนได้รับการประกันตัวออกมาหลายสิบคน

 “คนเหล่านี้ไม่มีทางชอบผม แต่เมื่อมีการเสนอว่าควรได้รับการช่วยเหลือผมก็ไม่ลังเล เพราะผมมาเป็นนายกฯจะชอบหรือไม่ชอบจะเลือกหรือไม่เลือกจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุน ผมต้องทำงานให้คนไทยทุกคน ถ้าเราทำงานบนหลักการตรงนี้เราปรองดองได้ ดังนั้นอะไรที่เป็นทางลัดสู่ความปรองดองที่เรียกร้องผมยอม แต่ว่าใครไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลแล้วบอกให้ล้างกันใหม่ เราอาจจะแก้ปัญหาวันนี้ได้ แต่วันข้างหหน้าสภาพบ้านเมืองจะเหมือนไม่มีขื่อมีแป มีการเอากำลังกดดันเข้ามาขู่ก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ บ้านเมืองก็จะยิ่งไม่มีวันสงบ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เวลานี้พรรคเพื่อไทยจะปรองดอง แต่สิ่งแรกที่ทำคือออกกฎหมายล้างความผิด ตนอยากจะบอกว่าตั้งแต่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาการเมืองก็ตึงเครียดเพราะมีคนเห็นวาไม่ควรทำ ทำไมนักการเมือง พรรคการเมืองไม่แก้ปัญหาของประชาชน ทำไมไปหยิบปัญหาร้อนๆให้มาทะเลาะกัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ บอกให้ก้าวพ้นแล้วไปแก้ปัญหาของประชาชน ส่วนถูกผิดเป็นรื่องของศาล และแนวทางเยียวยาฟื้นฟูก็ทำกันไป

 “พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าวันแรกทำทันที แต่พรรคพื่อไทยหลายเรื่องต้องเข้ามารื้อ อาทิ ประกันรายได้ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศแล้วว่าจะยกเลิก ดังนั้นประชาชนต้องเลือกว่าจะเลือกการเริ่มศูนย์แล้วนับหนึ่งหรือเติมให้เต็มสิบ เพราะพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าเติมให้เต็มสิบไม่ต้องเริ่มจากศูนย์แล้วนับหนึ่ง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การออกกฎหมายล้างความผิดจะทำให้กลับไปเหมืนปี 2551 เมื่อพูดเรื่องนี้ทันทีบ้านเมืองก็วุ่นต่อเนื่องทันที วันนี้ตนจึงมาเชิญให้เดินหน้าประเทศไทยกันต่อไป โดยนโยบายเพื่อประชาชน เพื่อก้าวให้พ้นปัญหา ซึ่งปัญหาบ้านเมืองและการเมืองเหมือนกันทุกแห่ง จะบอกว่าหยุดนิ่งเราก็ต้องเผชิญอย่างมีมติ มีสมาธิ และรู้ว่าเป้าหมายขอการทำงานการเมืองคือแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยส่งเสริมค่านิยมให้ยอมรับความแตกต่างกัน ส่วนที่มีคนถามว่าจะทำอย่างไรให้สื่อช่วยสร้างความปรองดอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามสื่อว่าจะทำกันอย่างไร เสรีภาพของสื่อก็มี สื่อบางครั้งก็รายงานในประเด็นที่มีความน่าสนใจ อะไรที่ขัดแย้งคนก็สนใจมากกว่าบ้านเมืองเรียบร้อย

 “เคยมีหรือที่หนังสือพิมพ์พาดหัว ว่าบ้านเมืองสงบ เราเห็นเราก็ไม่อ่าน พอมีเรื่องก็เป็นข่าว แต่เราก็ขอร้องว่าสื่อสารมวลชนควรหลีกเลี่ยงการเติมการกระทบกระทั่งกัน ถ้าความเห็นแตกต่างก็อิงกับข้อเท็จจริง หลีกเลี่ยงการทำให้เกิดความรุนแรงโดยไม่จำเป็น ทั้งการใช้ถ้อยคำรุนแรงที่นำไปสู่การเผชิญหน้าขัดแย้ง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวย้ำว่า พรรคเพื่อไทยบอกว่าจะปรองดอง แต่ตนก็กลัวทีมปรองดองของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มีทั้งนายตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และถ้าคนหล่านี้จะช่วยลดบรรยากาศของบ้านเมืองที่ตึงเครียดก็จะเป็นสัญญาณที่ดี ทั้งนี้ตนไม่สามารถและไม่เชื่อว่าจะมีใครทำให้คนรักกัน แต่ถึงเราไม่รักกันไม่ชอบกัน แต่เราก็ต้องเคารพคนอื่น และเราต้องห้ามไม่ให้ความไม่ชอบกันความแตกต่างกันลุกลามบานปลายเป็นความรุนแรงทำให้เกิดความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สิน

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ตนไม่กล้าพูดว่าบ้านเมืองจะไม่ขัดแย้งกัน แต่ถ้าได้เป็นนายกฯจะบริหารบ้านเมืองด้วยความอดทนอดกลั้น แล้วจะไม่เป็นคนจุดประเด็นความขัดแย้ง มีคนเคยถามตนว่าทำไมยิ้มได้ทั้งที่ปัญหาเยอะ ตนก็บอกว่าอย่างน้อยที่สุดสิ่งที่ตนทำได้คือยิ้ม และตนก็ดีใจที่ไปเจอประชาชนที่มีความเครียดเดือดร้อน แต่เขาบอกว่านายกยังยิ้ม ยังอดททน ตนคิดว่าทุกคนต้องทำกันอย่างนี้ และการเป็นผู้บริหารต้องเริ่มต้นจากตรงนี้ก่อน

"ยิ่งลักษณ์"นำทัพพท.ตะลุยอีสาน

 เมื่อเวลา 17.15 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์  พร้อมด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก , นายเสนาะ เทียนทอง,นายพายัพ ชินวัตร  พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทยและผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย จ.อุดรธานี นั่งรถสามล้อเครื่องจากบ้านพักของ พล.ต.อ.ประชา เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์มหาประจักษ์ศิลปาคม เป็นผู้สร้างเมืองอุดรธานี ภายหลังสักการะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะได้ขึ้นรถสามล้อเครื่อง เดินทางไปหาเสียงกับพ่อค้า แม่ค้าที่ที่ตลาดเซ็นเตอร์พอยท์ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างชูรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมตะโกนว่า"เบอร์ 1ๆ นายกฯ หญิง" บางคนเข้ามาขอถ่ายรูป ขณะที่แม่ค้าคนหนึ่งตะโกนว่า " ไม่ต้องมาหาเสียง ยังไงก็จะเลือกอยู่แล้ว"  ระคนไปกับเสียง"ยิ่งลักษณ์ สู้ๆ" ที่ดังเซ็งแซ่

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะ เดินทางออกจากตลาดเซ็นเตอร์พอยท์ ได้เปลี่ยนจากนั่งรถสามล้อเครื่อง มาเป็นรถตู้ เดินทางไปที่ตลาดบ้ายห้วย ได้พบปะพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ในตลาด ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ตลาดบ้านห้วยถือว่าเป็นพื้นที่ของคนเสื้อแดง จากนั้นเดินทางไปสักการะศาลหลักเมืองซึ่งอยู่ในบริเวณทุ่งศรีเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ปราศัยใหญ่

"ทักษิณ"ห้ามยิ่งลักษณ์ร่วมวงดีเบตตามเกม ปชป.

นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น  ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ประเทศดูไบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เน้นย้ำให้ผู้สมัครทุกคนลงพื้นที่และเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด และขอให้ทุกคนดูแลและให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ประเมินว่าขณะนี้กระแสของพรรคเพื่อไทยดีขึ้นทุกวัน เห็นได้จากโพลล์ทุกสำนักที่ออกมาในขณะนี้

 นายต่อพงษ์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้บอกถึงยุทธศาสตร์บันได 3 ขั้น ซึ่งข้อ 1.ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือการเปิดนโยบายพรรคและเปิดตัวแคนดิเดทนายกฯ 2.การประกาศนโยบายที่จะให้ผู้นำพรรคมีวิสัยทัศน์ในระดับภูมิภาคควบคู่กับระดับประเทศ และ 3.ยังไม่เปิดเผย อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้สมัครอย่าได้กังวลเรื่องคุณสมบัติของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และไม่ควรให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ไปร่วมดีเบตตามเกมของพรรคประชาธิปัตย์