ข่าว

ลำปาง U-Town - สร้างลำปางเมืองมหาวิทยาลัย

ลำปาง U-Town - สร้างลำปางเมืองมหาวิทยาลัย

26 พ.ค. 2554

ลำปาง - โอกาสที่ลำปาง จะเป็นเมืองมหาวิทยาลัยนั้น มีความเป็นไปได้ เมื่อศึกษาย้อนหลังไป ประวัติของเจ้าเมืองคนสุดท้ายของลำปาง เจ้าบุญวาทย์ ได้วางรากฐานทางการศึกษาไว้ในลำปางไว้อย่างโดดเด่น และได้ส่งลูกหลานไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว

  จนอาจกล่าวได้ว่า “เมืองลำปางทุกวันนี้กลายเป็นเมืองทางการศึกษา”
 เมืองลำปาง มีการจัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาถึง 10 สถาบัน มีโรงเรียนระดับมัธยมในเขตเมืองถึง 7 แห่ง และโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอทุกอำเภอ หากเทียบสัดส่วนกับพื้นที่จังหวัดลำปางซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็กถือว่า มีการให้บริการทางการศึกษามากทีเดียว มรดกที่สำคัญที่สุดและมีค่ามากที่สุดที่บรรพบุรุษได้วางรากฐานไว้ให้คนลำปางคือ การให้บุตรหลานของเมืองที่ตนเองเคยปกป้องมาเคยสร้างมา มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดี เป็นคนมีความรู้ มีความสามารถพึ่งพาตนเองได้ทั้งทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง ทางวัฒนธรรม ถือเป็นการพัฒนาที่สำคัญที่สุดที่ทุกสังคมและประเทศควรกระทำเป็นอันดับแรก

 เจ้าบุญวาทย์ ถือเป็นเจ้าผู้ครองนครลำปาง หรือกษัตร์องค์สุดท้ายของลำปาง ได้รับการศึกษาหนังสือไทยเหนือในสำนัก อภิไชย วัดเชียงมั่น และหนังสือไทยกลางที่คุ้มหลวง เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีโรงเรียน และตระหนักดีว่าการศึกษาของประชาชนลำปางที่มีอยู่ในวัดนั้นไม่เพียงพอต่อการพัฒนาบ้านเมือง เจ้าบุญวาทย์ติดตามความเคลื่อนไหวของการศึกษาในส่วนกลางและนำการศึกษาแบบสอนภายในโรงเรียนเข้ามาแทนการศึกษาในวัด เมื่อปี พ.ศ.2447 ณ สถานที่ตั้งโรงเรียนบุญทวงศ์อนุกูล และได้สนับสนุนให้เจ้านายบุตรหลานและประชาชนเข้าเรียน และใครที่มีสติปัญญาความสามารถให้เข้าไปศึกษาต่อที่กรุงเทพมหานคร

 เจ้าบุญวาทย์ได้ส่งเจ้าบุญสารเสวตร์ ไปศึกษาโรงเรียนมหาดเล็กหลวงเชียงใหม่เมื่อสำเร็จการศึกษาจึงได้ส่งไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ โดยมีเพื่อนจากโรงเรียนมหาดเล็กหลวงรุ่นราวคราวเดียวกันไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษด้วยกัน คือ เจ้าพงษ์ธาดา ณ ลำพูน และเจ้ารัฐธาทร ณ ลำพูน ซึ่งทั้งสองท่านต่างเป็นราชบุตรของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน

 โรงเรียนที่เจ้าบุญวาทย์ให้สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาการศึกษาในสมัยนั้น นอกจากโรงเรียนบุญทวงศ์อนุกูลแล้ว ยังให้ตั้งโรงเรียนบุญวาทย์ ซึ่งเดิมเคยอยู่ที่วัดพระแก้วดอนเต้า (พ.ศ.2441) และย้ายมาอยู่ที่วัดสุชาดา (พ.ศ.2442) และย้ายมาอยู่ที่วัดแสงเมืองมาในปี พ.ศ.2443 เมื่อจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้นสถานที่เรียนไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน เจ้าบุญวาทย์ จึงได้ซื้อที่ดินบริเวณห้างกิมเซ่งหลี (ปัจจุบันคือโรงแรมอรุณศักดิ์) โดยได้บริจาคเงินจำนวน 13,000 บาท และบริจาคอีก 432 บาท สำหรับซ่อมแซมอาคารเดิม

 นอกจากนี้ ยังได้บริจาคเครื่องใช้ไม้สอยในการเรียนการสอน เช่น โต๊ะเขียนหนังสือ ตู้ใส่หนังสือ ชั้นวางหนังสือ กรอบรูป ตุ่มเคลือบ กระจกเงา ของทั้งสิ้นราคาประมาณ 200 บาท ที่ตั้งโรงเรียนใหม่นี้ตั้งอยู่ที่ ต.น้ำล้อม อ.เมือง จ.ลำปาง แล้วย้ายโรงเรียนเดิมจากหน้าคุ้มมาตั้ง ณ ที่แห่งใหม่นี้
 
 ครั้นในปี พ.ศ.2448 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธสยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จต่างพระเนตรพระกรรณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมชนกนาถ ประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือ ได้เสร็จมาทรงเปิดโรงเรียน เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2448 พระราชทานนามโรงเรียนว่า “บุญวาทย์วิทยาลัย”

 หลังจากย้ายโรงเรียนไปที่แห่งใหม่ เจ้าบุญวาทย์ยังได้ตั้งโรงเรียนใหม่ขึ้นอีกโรงเรียนหนึ่ง ตรงที่หอพระบริเวณสวนดอกไม้ในคุ้มหลวง เพื่อให้บุตรหลานของเจ้าบุญวาทย์ได้เรียนและขยายรับเด็กที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย โรงเรียนนี้ไม่มีชื่อ แต่คนนิยมเรียกกันว่า โรงเรียนเจ้าชื่น ต่อมาย้ายโรงเรียนมาอยู่ตรงหน้าคุ้ม และได้ชื่อว่า “โรงเรียนบุญทวงศ์อนุกูล” ตามชื่อเดิมของเจ้าบุญวาทย์ แต่ชาวบ้านมักเรียกว่าโรงเรียนหน้าคุ้ม

 จะเห็นได้ว่า เจ้าบุญวาทย์ให้ความสำคัญกับการศึกษามีความคิดก้าวไกลทางการศึกษา อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าแก่ปวงประชาชาวลำปาง

โดย ผศ.สายฝน สุเอียนทรเมธี
ผช.อธิการบดีฝ่ายบริหาร
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง