ข่าว

โจ๋13ลวง9ขวบเข้าป่าข่มขืนฆ่าทิ้งศพอืด

โจ๋13ลวง9ขวบเข้าป่าข่มขืนฆ่าทิ้งศพอืด

25 พ.ค. 2554

พ่อแม่แทบใจสลายหลังลูกหายนาน 4 วัน วอนนายอำเภอสัตหีบส่งเจ้าหน้าที่ ศตส.สัตหีบ พร้อมชาวบ้านนับ 100 คนเดินลุยป่าตามหาลูกพบเป็นศพขึ้นอืดนอนเปลือยกายอยู่ในคูน้ำ เผยโจ๋อายุ 13 ลวงมาข่มขืนก่อนฆ่าปิดปากกลัวความผิด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.ฒศพล สมนึก ร้อยเวรสอบสวนประจำวัน สภ.พลูตาหลวง ได้รับแจ้งจาก นายสุรเชษฐ์ แก้วคำ ปลัดอำเภอสัตหีบ ว่าได้พบศพเด็กหญิงถูกฆาตกรรมอยู่ภายในป่าละเมาะใกล้กับโครงการหมู่บ้านเอื้ออาทรสัตหีบ ม. 1 ต.พลุตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยได้ควบคุมผู้ต้องหาไว้ในที่เกิดเหตุแล้วขอให้มาตรวจสอบ
 
 ที่เกิดเหตุพบประชาชนจำนวนมากกำลังยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจและกำลังรอรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหาอยู่ในที่เกิดเหตุซึ่งต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ไว้ ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่างของเด็กหญิงจันทร์(นามสมมุติ) อายุ 9 ขวบ นอนเสียชีวิตในสภาพคว่ำหน้าอยู่ในคูน้ำไม่สวมเสื้อผ้าห่างไป 2 เมตรพบกางเกงในถูกถอดทิ้งไว้ 1 ตัวจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 และในที่เกิดเหตุยังได้ควบคุมตัว เด็กชายกร (นามสมมุติ) ชาว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้ก่อเหตุไว้ดำเนินคดีก่อนจะให้แพทย์หญิงเบญจวรรณ ธรรมปัญญวัฒน์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษแพทย์เวรประจำวัน รพ.สัตหีบ-กม. 10 เข้าตรวจชันสูตรสภาพศพไว้เป็นหลักฐาน

 จากการสอบสวนแม่ของผู้ตายได้ให้การว่า เช้าวันนี้ได้เข้าร้องเรียนนายชายชาญ เอี่ยมเจริญ นายอำเภอสัตหีบว่า เด็กหญิงจันทร์ บุตรสาวได้หายออกไปจากบ้าน ตั้งแต่เย็นวันที่ 22 พ.ค. 54 ที่ผ่านมาโดยได้ข้อมูลจากชาวบ้านว่าลูกสาวได้หายไปกับเด็กชายกรเป็นคนสุดท้ายและได้ตามตัวผู้ต้องหามาได้แล้ว แต่เด็กชายกรได้บอกว่าลูกสาวถูกคนงานก่อสร้างใช้มีดฉุดเข้าป่าไปซึ่งตัวเองกลัวว่าลูกจะเกิดอันตรายจึงอยากขอกำลังเข้าไปช่วยกันค้นหาจึงได้มอบหมายให้ นายสุรเชษฐ์ แก้วคำ ปลัดอำเภอสัตหีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ ศตส.อำเภอสัตหีบ และชาวบ้านกว่า 100 คน เข้าป่าเพื่อทำการค้นหา

 แต่ระหว่างทำการค้นหาอยู่นั้นเด็กชายกร ผู้ต้องหาเกิดกลัวความผิดจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลวงผู้ตายมาข่มขืนในป่าและพาไปชี้ดูจุดที่ก่อเหตุจึงพบร่างของเด็กหญิงจันทร์ ที่เสียชีวิตดังกล่าวจึงได้ทำการประสานไปยัง พ.ต.อ.เชาวร์ศิริ บุญศิริโยธิน ผกก.สภ.พลูตาหลวง ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบและควบคุมผู้ต้องหาไปทำการสอบสวน

 จากการสอบสวนเด็กชายกร ได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริงโดยได้ลวงผู้ ตายมาจากบ่อน้ำที่ต้นไปเล่นน้ำโดยลอกว่าจะพาไปดูรถแข่งที่สนามแข่งรถวิบากซึ่งห่างจากบ้านผู้ตายเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้นโดยพาเดินมาตามป่าละเมาะจนมาถึงที่เกิดเหตุตนจึงได้ก่อเหตุข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง และขอให้ผู้ตายอย่าได้ไปเล่าเรื่องนี้กับใครแต่ระหว่างจะกลับผู้ตายได้ขู่ว่าจะไปแจ้งความจึงเกิดความกลัวในความผิดเลยได้จับศีรษะของผู้ตายกดลงกับน้ำจนเสียชีวิตและหลบหนี้ไปดังกล่าว

 เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหากลับไปสอบสวนหาขอเท็จจริงก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสืบต่อไป