ข่าว

จับลูกจ้างแสบฉกนาฬิกาขายใช้หนีบอล

จับลูกจ้างแสบฉกนาฬิกาขายใช้หนีบอล

25 พ.ค. 2554

ตำรวจสน.ลุมพินี รวบลูกจ้างแสบฉกนาฬิกานายจ้างไปขายใช้หนี้พนันฟุตบอล

ที่สน.ลุมพินี เมื่อเวลา 19.00 น.วานนี้ (24พ.ค.) พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ สว.สส.สน.ลุมพินี ร.ต.อ.ฑีฆายุ เรณางกูล รองสว.สส.ฯนำกำลังฝ่ายสืบสวน จับกุมนายสุวัฒนา หรือหน่อย ศรีทิ อายุ 25 ปี ชาวจ.พิจิตร ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์นายจ้าง จับกุมได้ในซอยชุมชนพระเจน ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จากนั้นนายประทวน อึงศรีสวัสดิ์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 ซ.เลื่อนอรณพ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา เจ้าของร้านขายนาฬิกาชื่อดังยี่ห้อ Vulcain ผู้เสียหายได้มาชี้ตัวผู้ต้องหา และยืนยันว่าใช่คนร้ายจริง

นายประทวน ผู้เสียหายกล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของร้านขายนาฬิกายี่ห้อ Vulcain ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นยี่ห้อชื่อดังที่นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ชื่น ชอบและใส่ติดตัวตลอดเวลา โดยร้านตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลชิดลม ส่วนนายหน่อยเป็นพนักงานขายที่จ้างมาเมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งนายหน่อยก็ทำงานขยันขันแข็งมาตลอด ตนไว้วางใจ แต่จู่ ๆ ผู้ต้องหาก็มาขอลาออกกระทันหัน ด้วยความแปลกใจจึงลองตรวจสินค้าอย่างละเอียดก็เกือบจะลมจับ เนื่องจากนาฬิกาของร้านหายไปหลายรุ่นรวม 7 เรือน มูลค่ากว่า 3.8 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่านายหน่อย ต้องเป็นคนเอาไปแน่นอน เพราะมีหน้าที่เช็คสินค้าทั้งหมดด้วย

ผู้เสียหายกล่าวอีกว่า จากนั้น ตนจึงวางแผน โดยโทรศัพท์หานายหน่อย แกล้งทำเป็นยังไม่รู้เรื่อง ก่อนบอกว่าจะไปรับที่อพาร์ตเมนท์ของผู้ต้องหาเพื่อให้มาเซ็นต์ใบลาออกให้เรียบร้อย พอไปรับตัวเสร็จ ตนก็ขับรถอ้อมไปทางอื่นก่อนจะเลี้ยววกมาที่สน.ลุมพินี เพื่อแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ ทำให้นายหน่อยไหวตัวทัน กระชากเปิดประตูรถและทิ้งตัวมาที่พื้นถนน ก่อนจะรีบวิ่งหนีทันที แต่ก็มาถูกจับกุมได้ในที่สุด

ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นหนี้พนันบอลต่างประเทศแต่ไม่มีเงินไปจ่าย จึงแอบหยิบนาฬิกาไปเข้าโรงรับจำนำหลายครั้งแล้ว พอแทงบอลถูกก็ไปไถ่มาคืน แต่ช่วงหลังแทงเสียตลอด จนมาถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล ตนจึงเสี่ยงเล่นไปเกือบ 1 แสนบาท และแทงเสีย ตนจึงขโมยนาฬิกาไป 7 เรือน นำเข้าโรงรับจำนำได้เงินมาจำนวนหนึ่งและนำไปจ่ายให้เจ้าหนี้ จากนั้นได้โทรศัพท์ขอลาออกทันที แต่มาถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พาผู้ต้องหาไปตรวจค้นที่อพาร์ตเม้นท์ ในซอยปรีดีพนมยงค์ 2 พบตั๋วจำนำนาฬิกาทั้ง 7 เรือน รวมราคาจำนำเป็นเงิน 1.45 แสนบาท เก็บอยู่ในลิ้นชัก จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะไถ่ถอนคืนในภายหลังต่อไป