
อานิสงส์เออีซีไทยครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม
ประเมินผลรอบปีของเออีซีพบไทยมีส่วนแบ่งตลาดในอาเซียนเพิ่มสูงสุด 35.8% ดันส่งออกขยายตัว 39.5% ชี้ไทยยังแข่งขันในตลาดได้ แต่ต้องรุกเจาะตลาดใหม่ๆ รักษาส่วนแบ่งในอนาคต
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมิน 1 ปี การเปิดเสรีการค้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) พบว่า ประเทศที่มีส่วนแบ่งตลาดในอาเซียนเพิ่มขึ้นมี 3 ประเทศคือ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย สำหรับไทยพบว่ามีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นถึง 35.8% โดยสามารถส่งออกสินค้าไปยังอาเซียนได้เพิ่มขึ้นในสินค้าสำคัญๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, ปิโตรเลียมและถ่านหิน, ยานยนต์และชิ้นส่วน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังพบว่าไทยมีอัตราการขยายตัวด้านการส่งออกมากที่สุดคือ 39.5% ด้วยมูลค่า 36,239 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 10,258 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
“ส่วนแบ่งตลาดของไทยในอาเซียนที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่สินค้าไทยเป็นที่ชื่นชอบในตลาดอาเซียน แสดงให้เห็นว่าไทยมีความสามารถในการแข่งขันได้ นอกจากนี้ ยังได้รับอานิสงส์มาจากเศรษฐกิจในอาเซียนฟื้นตัวเร็ว อย่างไรก็ตาม ไทยครองตลาดได้เฉพาะตลาดเดิมๆ ยังไม่สามารถรุกคืบไปในสินค้าใหม่ๆ ได้ เช่น ตลาดข้าว เวียดนามยังคงครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่ง และสิงคโปร์ยังเป็นผู้ส่งออกรวมสูงสุดอันดับหนึ่ง” นายอัทธ์กล่าวและว่า โจทย์สำหรับไทยขณะนี้คือการรักษาตำแหน่งเดิมและการเพิ่มตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสมาชิกใหม่ พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ตลอดจนการแก้ปัญหาการกีดกันทางการค้าที่ยังคงมีอยู่โดยเฉพาะสินค้าข้าว เม็ดพลาสติก และการจัดวางสินค้าในตลาด
นายชัยนันท์ อุโฆษกุล ประธานคณะอนุกรรมการการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ภาคเอกชนที่ต้องส่งออกสินค้าโดยใช้ท่าเรือคลองเตย กำลังประสบปัญหาอย่างหนักหลังมีการปิดซ่อมบำรุงท่าเรือจำนวน 2 ท่าจากทั้งหมด 7 ท่าทำให้ใช้งานได้เพียง 5 ท่า เกิดปัญหาความแออัดและเรือไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ รวมทั้งปัญหาเครนยกตู้คอนเทนเนอร์ โดยบริษัทเรือได้ขอเพิ่มค่าเซอร์ชาร์จสำหรับยกตู้คอนเทนเนอร์อีก 50 ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้ ทำให้ผู้ส่งออกมีภาระเพิ่มขึ้นถึงเดือนละ 215 ล้านบาท และเกิดความเสียหายในภาพรวมอีกไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งการปิดซ่อมบำรุงมาตั้งแต่ปลายปีก่อนทำให้เกิดความเสียหายแล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท จึงมองว่าการท่าเรือแห่งประเทศไทยควรมีการบริหารจัดการที่ดีกว่านี้ เพราะมีแนวโน้มที่ลูกค้าจะยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าของไทยเนื่องจากส่งไม่ตรงเวลา และอาจกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกในปีนี้ที่ตั้งไว้ที่ 15%



