ข่าว

พาณิชย์เคาะราคาแนะนำ"เนื้อไก่"ชี้ผลผลิตลดดันราคาพุ่ง-เกาะติด2เดือนทบทวนใหม่

พาณิชย์เคาะราคาแนะนำ"เนื้อไก่"ชี้ผลผลิตลดดันราคาพุ่ง-เกาะติด2เดือนทบทวนใหม่

25 พ.ค. 2554

พาณิชย์เต้นราคาเนื้อไก่พุ่ง เหตุผลผลิตลดสวนความต้องการบริโภคที่สูงขึ้น ประกาศราคาแนะนำมีผลทันทีตั้งแต่ 25 พฤษภาคมนี้ ระบุเนื้อสะโพก-อกขายปลีกห้ามเกินกิโลกรัมละ 85-92 บาท มองอีก 2 เดือนสถานการณ์ดีขึ้น ค่อยทบทวนราคาใหม่

 นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้ออกตรวจสอบราคาเนื้อไก่พบว่าราคาอยู่ในเกณฑ์สูง ซึ่งจากการหารือกับผู้ผลิตไก่เนื้อรายงานว่าเกิดมาจากผลผลิตไก่เนื้อลดลง มีลักษณะเดียวกับไข่ไก่และเนื้อหมูที่มีปริมาณผลผลิตลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น โดยราคาในปัจจุบันพบว่าไก่มีชีวิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 55 บาท ราคาไก่สดทั้งตัวอยู่ที่ 75-80 บาทต่อกิโลกรัม และเนื้อไก่ราคาอยู่ระหว่าง 85-100 บาทต่อกิโลกรัม

 ดังนั้น กรมเห็นว่าควรกำหนดมาตรฐานราคาเพื่อให้ประชาชนรับทราบ และยังเป็นการช่วยเหลือผู้บริโภคในภาวะราคาเนื้อไก่สูง จึงกำหนดราคาแนะนำไก่เนื้อให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป ดังนี้ เขตกรุงเทพฯ ปริมณฑลและภาคกลาง ไก่มีชีวิตราคากิโลกรัมละ 55 บาท ภาคเหนือบวกเพิ่ม 2 บาทต่อกิโลกรัม อีสานบวกเพิ่ม 3 บาทต่อกิโลกรัม และภาคใต้บวกเพิ่ม 5 บาทต่อกิโลกรัม

 สำหรับไก่ที่เข้าโรงเชือด แบ่งเป็นไก่ปั่นขน ราคาขายปลีกกิโลกรัมละไม่เกิน 70 บาท ขายส่งกิโลกรัมละ 65 บาท ส่วนภาคเหนือ อีสาน และใต้ บวกเพิ่มกิโลกรัมละ 2 บาท 3 บาท และ 5 บาท ตามลำดับ ส่วนไก่ล้วงเครื่องในออกแล้ว ราคาขายปลีกกิโลกรัมละ 75 บาท ขายส่งกิโลกรัมละ 70 บาท และตามรายภาคบวกเพิ่มในอัตราเดียวกันคือ 2 บาท 3 บาท และ 5 บาท

 ส่วนราคาเนื้อไก่ ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑลและภาคกลาง เนื้อไก่รวมสะโพกและอก ราคาขายปลีกอยู่ที่ระหว่าง 85-92 บาทต่อกิโลกรัม ขายส่งราคา 80-86 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้บวกเพิ่ม 2 บาท 3 บาท และ 5 บาทตามลำดับ

 “ผลผลิตไก่เนื้อในปัจจุบันอยู่ที่ 22 ล้านตัวต่อสัปดาห์ แต่ปัจจุบันพบว่ามีปริมาณที่เสียหายอยู่ราว 20-30% ทำให้ปริมาณผลผลิตลดลงเหลือ 17 ล้านตัวต่อสัปดาห์ เนื่องจากภูมิอากาศแปรปรวน สุขภาพไม่ดี ทำให้เลี้ยงดูและบำรุงรักษายาก ขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-51 บาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าในอีก 2 เดือนข้างหน้าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น อากาศเย็นลงเนื่องจากเข้าฤดูฝน ฝนตกชุก ประกอบการสินค้าโปรตีนชนิดอื่นมีผลผลิตออกมาเพิ่มมากขึ้นทำให้มีความต้องการบริโภคโปรตีนชนิดอื่นมากขึ้น ถึงเวลานั้นทางกรมฯ จะมีการทบทวนราคาแนะนำกันใหม่อีกครั้ง” นางวัชรีกล่าว

 ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องปริมาณและราคาปาล์มน้ำมัน หลังพบว่าสถานการณ์น้ำมันปาล์มเพื่อบริโภคเริ่มคลี่คลาย โดยราคารับซื้อผลปาล์มดิบต่ำกว่าราคาประกันของภาครัฐที่กิโลกรัมละ 6 บาท จึงจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติให้มีการทบทวนราคาควบคุมการจำหน่ายที่ขวดละ 47 บาทลง จากเดิมกำหนดถึงเดือนมิถุนายนนี้ แต่ยังให้คงราคารับซื้อผลปาล์มไว้ที่กิโลกรัมละ 6 บาท เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ