
"วิธีกำจัดตัวการแห่งความวุ่นวาย
เมื่อวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ผมมีโอกาสกลับไปทำบุญที่บ้านนอก บรรยากาศช่างผิดแผกแตกต่างไปมาก ดูแล้วเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนตอนที่ผมยังเป็นเด็ก อาจเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ
หรือจังหวัดอื่นๆ แล้วไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิด เลยเหลือแต่เด็กกับ คนเฒ่าคนแก่ มาทำบุญตักบาตรกันอย่างบางตา อะไรที่ทำให้คนมาเข้าวัดกันน้อยลง? อาจจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การย้ายที่ทำงานไปอยู่เมืองใหญ่ หรือการที่สภาพสังคมความเป็นอยู่เปลี่ยนแปลงไป ชีวิตมีแต่การทำงานหาเงินอยู่ตลอดเวลา ฯลฯ เลยทำให้บางช่วงของชีวิตห่างหายไปจากขนบธรรมเนียมประเพณีดีงามอย่างไม่ได้ตั้งใจ ผมจึงมีข้อคิดมา “เล่าสู่กันฟัง” ในฉบับนี้
เมื่อคนปราศจากสิ่งดีงามที่เราเรียกว่า ธรรมะ เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ความวุ่นวายก็เกิดขึ้น เริ่มจากตัวเองสู่ สังคม และประเทศชาติ แต่ก็ยังน่ายินดีที่ปัจจุบันมีหลายๆ หน่วยงานที่ตระหนักในเรื่องนี้และพยายามลุกขึ้นมาจัดกิจกรรมส่งเสริมให้ทุกคนกลับมามีชีวิตที่พึ่งพาธรรมะกันมากขึ้น ล่าสุดผมได้ข่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกับพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในช่วงปีมหาธัมมาภิสมัย (ระหว่างวิสาขบูชา 2554 - วิสาขบูชา 2555)
เป็นปีที่คนไทยทุกคนจะได้ทำกุศลกรรมร่วมกันอย่างยิ่งใหญ่ 2 ประการ ก็คือ งานพุทธชยันตี (หมายถึงชัยชนะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อหมู่มารและกิเลสทั้งปวงอย่างสิ้นเชิง อันทำให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บังเกิดขึ้น) 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา และยังได้ร่วมกันก่อตั้ง “เครือข่ายพุทธชยันตี-สังฆะเพื่อสังคม” ซึ่งหมายถึง การรวมกลุ่มกันของพุทธบริษัทอย่างเข้มแข็งสามัคคีโดยธรรมประดุจดั่งสังฆะ ที่ออกมาทำงานสร้างสรรค์ธัมมิกสังคม หรือทำให้เกิดสังคมที่เป็นไปในครรลองแห่งพุทธธรรม อันถือเป็นการร่วมประกาศชัยชนะแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในการตรัสรู้อริยสัจธรรมให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก
โดยการเชิญชวนคนไทยปฏิบัติบูชาเพื่อฟื้นคืนวิถีชาวพุทธ เช่น ในสมัยก่อนชาวไทยพุทธนั้นจะมีวันโกนและวันพระ เป็นวันแห่งการทำบุญร่วมกันของครอบครัวและชุมชน ซึ่งจะช่วยบ่มเพาะพัฒนาลูกหลานให้กลายเป็นพุทธศาสนิกชนและพลเมืองที่ดีของประเทศ, การทำบุญร่วมกันในทุกวันพระ ให้วันพระกลับมาเป็น “วันแห่งสติ” ในสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง, การร่วมทำความดีในวันแห่งสติ ในทุกๆ วันพระจะช่วยกันสร้างจิตสำนึก เช่น วันพระงดเหล้า งดเหล้าเข้าพรรษา การสวดมนต์ข้ามปี เป็นต้น
นอกจากนี้ แล้วยังมีอีกหลายหน่วยงานที่จัดกิจกรรมสนับสนุนและส่งเสริมให้คนเป็นคนดีผ่านธรรมะอีกมากมาย เช่น กระทรวงศึกษาธิการ สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร และองค์กรเครือข่ายอื่นๆ จัดโครงการพัฒนาครูผู้สอนวิชาพระพุทธศาสนา เพื่อให้ครูผู้สอนวิชาพระพุทธศานาเกิดความเชื่อมั่น มีความรู้ เข้าใจในหลักธรรมของพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง มีแรงจูงใจในการสอน สามารถถ่ายทอดความรู้และหลักธรรมแก่ลูกศิษย์ได้อย่างเข้าใจ เป็นต้น
ถึงแม้ผมจะเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยมีเวลาเข้าวัดอย่างจริงจัง แต่ผมก็ไม่เคยละทิ้งธรรมะไปจากชีวิต เพราะแถวที่ทำงานของผม ทุกเที่ยงวันศุกร์จะมีพระจากที่ต่างๆ มาบรรยายธรรมให้แก่คนทำงานที่มีเวลาน้อยได้มีโอกาสทำวัตรสวดมนต์ ฟังธรรมกันฟรีๆ เพื่อจะได้นำคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นหลักปฏิบัติในการครองตนในทางที่ชอบที่ควร รวมทั้งเข้าใจในหลักคำสอนอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำงานและดำรงชีวิต ตลอดจนช่วยลดความสับสนวุ่นวายในสังคมได้เป็นอย่างดี
วันพระที่จะถึงนี้ หากพอมีเวลา ลองแวะไปวัด ไปทำบุญตักบาตร ไปฟังธรรม ไปสนทนาธรรม หรือแม้เพียงไปนั่งพิจารณาทบทวนสิ่งที่ได้ประพฤติปฏิบัติไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็น่าจะดีนะครับ เผื่ออะไรๆ ในชีวิตจะดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก ที่สำคัญ ไปวัดไม่ต้องซื้อตั๋ว ไม่ต้องเสียค่าผ่านประตู ลองพิจารณาดูนะครับ
บัญญัติ คำนูณวัฒน์



