ข่าว

อภิสิทธิ์หาเสียงในโรงงานสาวกรี๊ดรุมหอมแก้ม

อภิสิทธิ์หาเสียงในโรงงานสาวกรี๊ดรุมหอมแก้ม

24 พ.ค. 2554

"อภิสิทธิ์" หาเสียงในโรงงานสาวกรี๊ดรุมหอมแก้ม เปิดให้ตั้งคำถาม 10 คำถาม ย้ำสารพัดนโยบายที่จะสานต่อ ยกตัวเป็นนายกฯที่พร้อมให้ตรวจสอบ ไม่เคยขี้เกียจ ไม่เหนื่อย ไม่ป่วย

 เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 24พ.ค. นายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาหาเสียงและแนะนำตัวผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในจังหวัดสมุทรปราการ 7 คน ที่โรงงานเดลต้าอิเล็คทรอนิค ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยทันทีที่นายอภิสิทธิ์ก้าวลงจากรถก็ได้รับเสียงกรี๊ดและตะโกนต้อนรับว่า “เบอร์ 10 เบอร์ 10” และบรรดาสาวโรงงานต่างเข้ามารุมกอด หอมแก้มและคล้องมาลัยดาวเรือง

ทั้งนี้ผู้สมัครส.ส.ประชาธิปัตย์ ทั้ง 7 เขต  ประกอบด้วย นายจรูญ ยังประภากร เจ้าของฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ น.ส.สรชา วีรชาติวัฒนา นักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ นายชินโชติ แสงสังข์ นายเกรียงศักดิ์  บุญประเสริฐ พ.ต.ท.ปรเมศท์ มหาศิริธนโรจน์ อดีตข้าราชการตำรวจสังกัดภูธรสมุทรปราการ นายสมยศ ประกอบผล และ น.ส.ชุติวรณ ศรีวรวัตวรกุล ผู้สมัครหน้าใหม่

 จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้เปิดให้พนักงานโรงงานตั้งคำถาม 10 คำถาม โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องปากท้อง เรื่องนโยบายการศึกษา การดูแลปัญหาสังคมฯ โดยนายอภิสิทธิ์ได้ตอบทีละคำถาม และตอบย้ำสารพัดนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จะสานงานต่อหากกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง อาทิ โครงการสวัสดิการ ประกันสังคม  เรียนฟรี การเพิ่มเงินเข้ากองทุนกู้ยืมเพื่อการศึษา(กยศ.) เบี้ยยังชีพ โครงการที่ส่งเสริมให้มีอาชีพและมีรายได้ โครงการประกันรายได้เกษตรกร โครงการรถไฟความเร็วสูงจากกทม.ไปในหลายจังหวัด  โครงการด้านพัฒนาแหล่งน้ำ รวมทั้งเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 25% ภายในสองปี

 “นโยบายของเรายึดคนเป็นศูนย์กลาง และผมไม่ชอบหาเสียงแล้วทำไม่ได้ แต่เราต้องคำนวณและคำนึงถึงภาระงบประมาณ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า เวลาเข้าไปบริหารบ้านเมืองเราต้องเจอปัญหาเฉพาะหน้าไม่คาดคิด สองปีที่แล้วเราเข้ามาเจอวิกฤติเศรษฐกิจโลก การเมืองในประเทศ ภัยพิบัติ ฝนแล้ง น้ำท่วม แผ่นดินไหว และปัญหาชายแดน แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะย้ำคือปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็แก้ไขกันแต่ไม่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ของเราเสียสมาธิ เพราะเรารู้ว่าเป้าหมายสุดท้ายของการบริหารประเทศคืออะไร

 “สังคมประเทศชาติมีความสำคัญ แต่เรื่องที่สุดคือชีวิตของผู้คน สิ่งที่ผมใฝ่ฝันนอกจากบ้านเมืองสงบ และเศรษฐกิจเจริญเติบโตก้าวหน้าแล้ว แต่ผมต้องการเห็นคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน ให้มีความมั่นคง มีความสุข อยู่ในสังคมที่น่าอยู่มีความรักใครกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า บ้านเมืองมีความขัดแย้งมาก มีทั้งคนชอบและไม่ชอบพรรคประชาธิปัตย์ แต่สิ่งที่แสดงออกไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบตน ตนก็ต้องทำงานให้คนไทยทุกคนให้มีความเสมอภาคเป็นธรรม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ถึงแม้มาชุมนุมต่อต้านตนก็เคารพเสรีภาพและยังเปิดโอกาสเจรจาหลายกลุ่ม แต่ตนก็จำเป็นต้องรักษากฎหมาย

 “ผมพร้อมที่จะถูกตรวจสอบ ผมไม่เคยหนีสภา ผมเปิดโอกาสให้อภิปราย และเป็นนายกฯที่ตั้งวงสนทนาแบบนี้เกือบกับทุกกลุ่ม หลายเรื่องทำแล้วไม่เป็นที่พอใจ บางเรื่องพี่น้องผิดหวังและหลายเรื่องผมยังไม่พอใจ อย่างเรื่องยาเสพติด การคอรัปชั่น ของแพงที่ต้องแก้ไขต่อไป ผมยืนยันว่าผมไม่มีผลประโยน์ส่วนตัว ผมทำงานมีแต่ประโยชน์ส่วนรวม และผมไม่มีขี้เกียจ ผมทุ่มเททำงานตลอดเวลา ไม่เคยเหนื่อยและไม่ป่วยเลย มาป่วยตอนยุบสภา ผมก็เดินหน้าทำอย่างนี้ต่อไปและพร้อมตอบคำถามต่างๆ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า อยากให้ประชาชนเลือกคนที่อยากให้เข้ามาทำงาน และหากพรรคประชาธิปัตย์ได้กลับไปก็จะไม่เริ่มจากศูนย์ ไม่นับหนึ่งใหม่แต่เราจะเติมให้เต็มสิบ และความแตกต่างเริ่มชัดเจนว่าพรรคคู่แข่งจะยกเลิกเรื่องการเรียนฟรีแล้วเขาจะแจกคอมพิวเตอร์ และจะนิรโทษกรรม ดังนั้นวันนี้เราควรจะทำให้เป็นเรื่องของประชาชน ส่วนใครผิดใครถูกก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรมให้คนที่ไม่มีส่วนได้เสียมาทำ