ข่าว

สุวิทย์ชี้ปัญหาไทย-กัมพูชาต้องเจรจา2ฝ่าย

สุวิทย์ชี้ปัญหาไทย-กัมพูชาต้องเจรจา2ฝ่าย

24 พ.ค. 2554

“สุวิทย์” ชี้ปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา ต้องเจรจา 2 ฝ่าย เพื่อหาข้อยุติ แนะให้ปักปันเขตแดนใหม่ ยึดสันปันน้ำ

(24พ.ค.)  นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาออกแถลงการณ์ประท้วงนายสุวิทย์กรณีประสาทพระวิหาร ว่า กรณีที่กัมพูชาระบุว่าส่งเอกสารในเรื่องของแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารให้คณะกรรมการมรดกโลกเรียบร้อยแล้วนั้น เอกสารดังกล่าวทางสำนักงานคณะกรรมการมรดกโลกยังไม่ได้จัดส่งให้อย่างเป็นทางการ แต่เอกสารที่ไม่เป็นทางการนั้นตนได้รับมาแล้วหลังจากการประชุมที่ประเทศบราซิล และไปตามเรื่องมา 2 ปี ซึ่งได้นำมาศึกษาว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ในเรื่องแผนที่มีส่วนไหนที่รุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของแผ่นดินไทยบ้าง ซึ่งในเอกสารก็มีการรุกล้ำอาณาเขตของไทยเช่นกัน ประการสำคัญคือในแผนที่ดังกล่าวมีปัญหาในเรื่องเขตแดน ซึ่งเรายังไม่ได้ปักปันให้เรียบร้อย แผนที่ดังกล่าวจึงไม่มีความสมบูรณ์ และแผนบริหารจัดการก็ยังขาดความสมบูรณ์

 “ผมอยากเห็นการดำเนินการของไทยและกัมพูชาคือเราไม่ต้องทะเลาะกัน สิ่งสำคัญคือการหันหน้าเข้าหากันและปักปันเขตแดนให้เสร็จ ผ่านกระบวนการของคณะกรรมการธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ซึ่งเรามีกลไกอยู่แล้ว เมื่อปักปันเขตแดนเสร็จปัญหาต่างๆ ก็จะยุติลงได้ เมื่อปักปันเขตแดนเสร็จกัมพูชาจะทำอะไรในเขตแดนเขาก็สามารถทำได้ แต่อย่ามารุกล้ำอำนาจอธิปไตยและเขตแดนไทย ซึ่งเรายอมไม่ได้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว” นายสุวิทย์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าขั้นตอนขณะนี้เลยกรอบในเรื่องการปักปันเขตแดนไปแล้วหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ยังไม่เลย เพราะการปักปันเขตแดนยังไม่ได้เริ่ม ซึ่ง รมว.กลาโหมได้ยืนยันว่าจะมีการประชุมเจบีซีที่กัมพูชา และคงจะเร่งรัดให้มีการประชุมเพื่อหารือในเรื่องการปักปันเขตแดนต่อไป ตนมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง การเผชิญหน้าระหว่างไทยกัมพูชา เนื่องจากกัมพูชาและไทยเป็นเมืองพี่เมืองน้องกัน

 “เราไม่ต้องการไปสู้รบกับใคร เราต้องการสันติภาพและสันติสุข ให้เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน ย้ายหนีออกจากกันก็ไม่ได้ เพราะแผ่นดินติดกัน ดังนั้นมีอย่างเดียวคือหันหน้าเข้าหากัน และตกลงว่าขอบเขตอยู่ตรงไหนอย่างไร ภายใต้สนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ที่เขียนไว้ชัดเจนในเรื่องสันปันน้ำ ที่เป็นเขตแดนธรรมชาติสามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้มีความเป็นรูปธรรม แตกต่างจากแผนที่ที่เป็นลายเส้นโดยประมาณเท่านั้นเอง” รมว.ทรัพยากรฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าถึงกรณีข่าวระบุว่า พล.อ.ประวิทย์ วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหมยอมรับจะให้อินโดนีเซียเข้ามาเป็นชุดสำรวจล่วงหน้านั้น นายสุวิทย์ กล่าวว่า รมว.กลาโหมพูดชัดว่าเรื่องของเขตแดน เป็นเรื่องของสองฝ่ายไม่มีฝ่ายที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะว่าการปักปันเขตแดนเป็นเรื่องของเรากับกัมพูชาเท่านั้น ตนยืนยันว่าตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญ การปักปันเขตแดนเป็นเรื่องของเรากับกัมพูชาคนอื่นจะมาบอกว่าเขตแดนเราอยู่ตรงไหนไม่ได้ และยืนยันว่ายังไม่มีการเจรจาตกลงให้อินโดนีเซียเข้ามา ซึ่งการสังเกตการณ์นั้น ต้องมีการถอนประชาชนและทหารที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีปัญหาออกมาเสียก่อน จึงจะเกิดความเรียบร้อย ซึ่งตนคิดว่าทั้งสองฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่เช่นนั้นปัญหาก็จะไม่จบ