ข่าว

ขอสิทธิ 1 พันชื่อไม่รับเงินยังชีพ  ตั้งกองทุนช่วย (สว)

ขอสิทธิ 1 พันชื่อไม่รับเงินยังชีพ ตั้งกองทุนช่วย (สว)

25 พ.ค. 2554

@ ผู้สูงวัยลำปาง (ส.ว.)     @คนชราถูกทอดทิ้ง
@ เด็กกำพร้า ขอกอด  "ตุ๊กตา"  @เด็กพ่อแม่ทิ้ง
@ ยายเลี้ยงชีพ      ๑ ซ่อมบ้านผู้ยากไร้

 ลำปาง-ดร.นิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ระดมทุน “ช่วยเหลือผู้ยากไร้” ด้วยการรับบริจาคสิทธิผู้สูงอายุที่ไม่ต้องการรับเบี้ยยังชีพ ที่รัฐบาลให้คนละ 500 บาทต่อเดือน จำนวน 1,000 คน เพื่อช่วยเหลือ  เด็กๆ ที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง เด็กกำพร้า พ่อแม่เสียชีวิต เด็กที่อาศัยอยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก มีรายได้น้อย

 จากการสำรวจคุณภาพชีวิตของคนลำปาง พบว่า มีเด็กๆ และคนชรา ที่มีชีวิตต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็นมาก เด็กๆ ที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง เด็กกำพร้า พ่อแม่เสียชีวิต เด็กที่อาศัยอยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก มีรายได้น้อย เด็กกลุ่มนี้ขาดทั้งความรัก ความอบอุ่น และขาดปัจจัย 4 ที่ควรจะได้

 ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยเรื้อรังที่ไม่มีรายได้หรือช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ถูกทอดทิ้ง บุคคลเหล่านี้ประสบปัญหาความยากจน ไม่สามารถก่อสร้างหรือซ่อมแซมที่พักเองได้ เป็นต้น กลุ่มคนพิการขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ โดยเฉพาะด้านอาชีพ ทำให้ขาดรายได้ จึงจำเป็นต้องพึ่งพาบุคคลอื่น หรือกลายเป็นภาระสังคมไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยมั่นคงแข็งแรง เครื่องนุ่งห่ม อาหาร หรือแม้แต่ยารักษาโรคที่ควรจะได้รับ

 การสำรวจยังพบอีกว่า เด็กๆ วัยเรียนขาดแคลนอุปกรณ์การศึกษา กลุ่มสตรีหรือแม่บ้านที่ต้องดูแลครอบครัว ประสบปัญหาขาดรายได้ เนื่องจากไม่มีทุนในการประกอบอาชีพเสริม เป็นต้น

 ดร.นิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง เกิดแนวคิดจัดตั้ง “กองทุนผู้ยากไร้” เพื่อสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย เป็นการต่อยอดความคิดจากตัวอย่างของนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ที่ได้จัดทำโครงการทุนการศึกษาด้วยเงินบริจาคเงิน 500 บาทต่อเดือน จากผู้ที่ไม่ประสงค์รับเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุจากรัฐบาล เพราะมีรายได้และฐานะดีอยู่แล้ว ไม่มีความต้องการเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล

 การจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์ผู้ยากไร้ในเขตพื้นที่เทศบาลนครลำปางนั้น จะนำไปช่วยเหลือเบื้องต้น ซ่อมแซมบ้าน ซื้อตุ๊กตาให้เด็กๆ ที่ขาดความอบอุ่น ทั้งกลุ่มเด็ก กลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มผู้สูงอายุ โดยการช่วยเหลือเครื่องอุปโภค บริโภค ทุนประกอบอาชีพ ซ่อมแซมที่พักอาศัย อุปกรณ์การศึกษา ฯลฯ

 เงินทุนของกองทุนผู้ยากไร้นี้ ดร.นิมิตร ตั้งความหวังว่า จะได้รับการมอบ “สิทธิรับเงิน 500 บาท” จากผู้ที่ไม่ต้องการที่จะรับเบี้ยยังชีพ จำนวน 1,000 คน โดยประมาณในเขตเมืองลำปาง เพราะมีฐานะดีอยู่แล้ว และไม่ต้องการเงินจำนวน 500 บาทจากรัฐบาล ซึ่งต้องนำส่งคืนรัฐบาลไปหากไม่รับ ดังนั้นจึงเชื่อว่า เงินเดือนละ 5 แสนบาทหรือปีละ 6 ล้านบาทนี้ เพียงพอที่จะนำไปซ่อมแซมบ้านหรือช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเขตเทศบาลเมืองลำปางได้

 ความร่วมมือนี้จะทำให้เมืองลำปางเป็นนครน่าอยู่ ผู้คนเป็นสุข ด้วยวิธีการต่างๆ จากกลุ่มคนผู้ใจบุญ และผู้มีฐานะที่จะบริจาคเงินช่วยเหลือได้ รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับเบี้ยยังชีพในเขตเทศบาลนครลำปาง

 จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพในเทศบาลลำปางประมาณ 9,000 คน (คนละ 500 บาทต่อเดือน) มาใช้สิทธิในการรับเบี้ยยังชีพประมาณ 6,000 คน ส่วนอีก 3,000 คน ไม่รับเบี้ยยังชีพ เพราะมีรายได้จากการรับเงินบำนาญจากรัฐบาลอยู่แล้ว และอีกส่วนไม่ต้องการที่จะรับเบี้ยยังชีพ เพราะมีฐานะดีอยู่แล้วหรือมีลูกหลานเลี้ยงดีอยู่แล้ว จึงคิดว่า หากมีผู้ไม่ต้องการจำนวน 1,000  คน มอบสิทธิรับเงินนี้ให้ก็จะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในลำปางได้จำนวนมาก

 ดร.นิมิตร กล่าวว่า ในช่วงแรก ทำหน้าที่เป็นประธานกองทุน เพื่อบริหารจัดการให้มีความเข้มแข็งก่อน หลังจากนั้นก็จะถอนตัวให้กองทุนนี้เป็นกองทุนภาคประชาชน ดำเนินการโดยประชาชน และเพื่อประชาชน คนนครลำปาง


***ช่วยกัน....
  นสพ.คม ชัด ลึก ร่วมกับเทศบาลนครลำปาง ขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเงิน 500 บาท มอบสิทธินี้ให้ผู้ยากไร้ใน จ.ลำปาง ได้ที่สำนักงานเทศบาลนครลำปาง โทร.0-5423-7237