ข่าว

เบรก"สบู่-น้ำมันหล่อลื่น"ขึ้นราคา"พรทิวา"อ้างผู้ผลิตรายอื่นนิ่ง-เร่งศึกษาต้นทุน

เบรก"สบู่-น้ำมันหล่อลื่น"ขึ้นราคา"พรทิวา"อ้างผู้ผลิตรายอื่นนิ่ง-เร่งศึกษาต้นทุน

24 พ.ค. 2554

พาณิชย์เบรก "สบู่-น้ำมันหล่อลื่น" ขึ้นราคา หลังยื่นขอกรมการค้าภายใน อ้างต้นทุนเพิ่มขึ้น "พรทิวา" ติดใจมีผู้ผลิตยื่นขอขึ้นเพียงรายเดียว ส่วนเหล็ก แบตเตอรี่ สายไฟฟ้าและยางรถยนต์ที่ยื่นมาก่อนหน้าก็ยังไม่ได้พิจารณา สั่งค้าภายในเร่งศึกษาต้นทุน

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ประกอบการสินค้า 2 รายการ ได้แก่ สบู่และน้ำมันหล่อลื่น ได้ยื่นหนังสือขอปรับขึ้นราคาสินค้ามาที่กรมการค้าภายใน โดยผู้ผลิตสบู่รายใหญ่ได้ขอปรับขึ้นราคาสินค้าจำนวน 26 รายการ ให้เหตุผลว่าต้นทุนวัตถุดิบน้ำมันปาล์มเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 24 บาท เป็น 42 บาท เพิ่มขึ้น 74% จะขอปรับราคาขึ้น 12.5 -33.33% ส่วนผู้ประกอบการน้ำมันหล่อลื่น 1 ราย ขอปรับขึ้นราคาสินค้า 16 รายการ ในอัตรา 3.74-4.95 บาทต่อขนาด เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบน้ำมันเหล่อลื่น (lube base oil) ได้ปรับตัวสูงขึ้น 70-80% ของต้นทุนรวม

 "คงต้องให้สินค้าที่ขอปรับขึ้นราคาทั้ง 2 ราย ชะลอการปรับขึ้นราคาออกไปก่อน เพราะมีผู้ประกอบการเพียงรายเดียวที่ขอขึ้นราคา แต่ผู้ประกอบการรายอื่น เช่น บริษัทสหพัฒนพิบูล ก็ยังไม่ได้ขอปรับขึ้นราคาสบู่ ทั้งๆ ที่ฐานลูกค้าหรือตัวสินค้าอยู่ในระดับเดียวกัน เช่นเดียวกับน้ำมันหล่อลื่นก็มีผู้ประกอบการยื่นขอมารายเดียวเหมือนกัน จึงไม่เป็นเหตุอันควรให้อนุมัติการปรับราคา" นางพรทิวากล่าว

 สำหรับสินค้าที่ขอปรับขึ้นราคามาก่อนหน้านี้ เช่น เหล็ก แบตเตอรี่รถยนต์ สายไฟฟ้า ยางรถยนต์ ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาให้ขึ้นราคา โดยเฉพาะยางรถยนต์ที่ให้เหตุผลว่าต้นทุนยางพาราปรับราคาสูงขึ้น จึงเป็นเหตุขอปรับขึ้นราคายางรถยนต์ขายปลีกจากปัจจุบัน 3,100 บาท แต่จะขึ้นเป็นเท่าไรผู้ประกอบการยังไม่ได้ยื่นเข้ามาให้กระทรวงทราบ

 ส่วนสินค้าเหล็กที่ขอปรับราคาเข้ามา ได้แก่ เหล็กแผ่นอะลูมิเนียม เหล็กมุงหลังคาสมัยใหม่ แผ่นเหล็กแคลือบ เหล็กเส้นที่ผู้ประกอบการอ้างว่าต้นทุนได้ปรับขึ้นตามทิศทางของน้ำมันโลก อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังไม่พิจารณาให้ปรับขึ้น เพราะยังมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากปัญหาน้ำท่วมจำนวนมากที่กำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟู หากสินค้าราคาขยับขึ้นไปสูง จะยิ่งซ้ำเติมให้เดือดร้อนมากขึ้นไปอีก

 ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการตรวจสต็อกสินค้าเหล็กทุกประเภทก่อน เพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริงว่า ต้นทุนปรับขึ้นไปมากน้อยเพียงใด ที่ผ่านมาสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์ได้พิจารณาอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาไปแล้ว คือน้ำมันพืชจากปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง ปุ๋ยเคมี

 “ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในไปศึกษาโครงสร้างต้นทุนสินค้าทั้งระบบ เตรียมการไว้ว่าสินค้าประเภทใดได้รับผลกระทบรุนแรงจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น ค่าแรงที่สูงขึ้น และสินค้าประเภทใดที่ยังสมารถตรึงราคาไว้ก่อนได้ และสินค้าใดที่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องให้ปรับราคาขึ้นไป เพื่อจะได้เตรียมมาตรการดูแลในการลดผลกระทบจากภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น” นางพรทิวากล่าว