
ข้อพิพาทไทย-กัมพูชามุมมองจากนิวยอร์ก
นครนิวยอร์ก-สมาชิกองค์การสหประชาชาติและเจ้าหน้าที่ดูแลประเด็นการเมืองมีความรู้สึกเหมือนกันว่า สาเหตุหลักเกิดเรื่องสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา คือประเทศไทยต้องการเบนความสนใจออกจากเรื่องการเมืองยุ่งๆ ภายในประเทศ
การที่ทหารไทยตุกติกไม่สิ้นสุด ในเรื่องการยอมรับผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียมาที่บริเวณปะทะกันตรงชายแดน หลังข้อตกลงที่ประชุมอาเซียนกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถือว่าเป็นความล้มเหลวทางการทูตไทยอย่างมหันต์ และทำลายความน่าเชื่อถือของทหารไทยอย่างสิ้นเชิง แม้แต่ประเทศเป็นมิตรกับประเทศไทยในเวทียูเอ็นยังกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก กับจุดยืนของไทย
ทหารไทยเราแปลกดี มีอาการผีเข้า-ผีออก ทำอะไรไม่มีความต่อเนื่อง ไม่มีความคิดแบบยุทธศาสตร์ระยะยาวฉะนั้นมันสะท้อนให้เห็นถึงความตื้นลึกหนาบางของหัวสมองกองทัพไทย เมื่อเร็วๆ นี้พิธีส่งทหารไทยไปแคว้นดาร์ฟูประเทศซูดานเพื่อทำหน้าที่ดูแลสันติภาพในแอฟริกาน่าภูมิใจมาก แสดงให้ความเป็นสากลของทหารไทย แต่พอหันหลังต้องมาเจอทัศนคติแบบเดิมๆ
ผู้เขียนมีโอกาสได้พูดคุยกับนักการทูตสมาชิกองค์หารสหประชาชาติต้นอาทิตย์นี้ที่ผ่านมาสดๆ หลังจากมีการเสนอรายงานภายในยูเอ็นเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดตรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ถึงแม้ว่าพวกเขาเหล่านี้เห็นใจไทย แต่ยังขาดความเข้าใจการเมืองไทย-กัมพูชาที่ลึกซึ้ง ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องรวดเร็วกว่านี้ มิฉะนั้นแล้วฝ่ายตรงข้ามสามารถจองพื้นที่ข้อมูลและความคิดเห็นได้
พวกเขาสรุปให้ฟังว่า ทหารไทยพลาดท่าอย่างน่าเสียดาย เพราะไม่มีความเข้าใจในเรื่องละเอียดอ่อนในการเมืองระหว่างประเทศโดยเฉพาะในยูเอ็น ซึ่งกัมพูชาทำได้ดีกว่า สามารถเก็บคะแนนได้มากมาย ทุกวันนี้ในยูเอ็นสมาชิกส่วนใหญ่เห็นไทยเป็นเด็กเกเร ขี้แพ้ชวนตี เราจะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นฝ่ายยิงก่อน ก็ไม่มีใครเชื่อ
ประเด็นที่ทหารไทยชอบชู เวลาให้สัมภาษณ์นักข่าว คือการโจมตีทุกครั้งมาจากฝั่งกัมพูชาก่อนหน้านั้น ฟังไม่ขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะการที่กองบัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งดูแลเรื่องนี้อยู่นั้น คิดแบบง่ายๆ ว่า ไม่ยอม เพราะเป็นเรื่องอธิปไตยแห่งดินแดน ทหารไทยใจเด็ดรบแล้วต้องชนะ ขอให้รัฐบาลสั่งมา
เจ้าหน้าที่ยูเอ็นดูแลการเมืองตั้งข้อสังเกตว่า ถึงแม้ว่าอาเซียนจะสนับสนุนการเจรจาทวิภาคี แต่ไทยยังมีจุดยืนที่แข็งกร้าว เมื่อเปรียบเทียบกับกัมพูชาซึ่ง “มีท่าทีอะไรก็ได้ พร้อมเสมอ ขอให้บอกมา”
ประเด็นน่าสนใจอีกอย่าง คือไม่มีสมาชิกอาเซียนออกแถลงการณ์ออกมา อธิบายสถานการณ์ที่ชายแดน มีแต่มาเลเซียออกมาวิจารณ์ ต่อว่าไทยไม่ทำตามข้อตกลงส่งผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซีย ในเวทีอาเซียนส่วนใหญ่ไม่พูดออกมาก
ยิ่งตอนนี้มู้ดการเมืองมุ่งการเลือกตั้ง ยิ่งทำให้สมาชิกยูเอ็นและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งในยูเอ็นและอาเซียนเห็นว่า ทั้งหมดนี้ มันเป็นเกมการเมืองซื้อเวลาฝ่ายไทย
น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่การทูตไทยที่ต้องแบกหน้าแทบทุกวนสู้หน้าประชาคมโลก ถูกดูถูกสารพัด
ตอนนี้สมาชิกคณะมนตรีฯ เช่น อังกฤษ และฝรั่งเศส ได้ให้ความเห็นว่า ถ้าหากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังไม่สงบอีก ต้องนำเรื่องกลับเข้ามาสู่สนามใหญ่อีกครั้งหนึ่งคือคณะมนตรีความมั่นคง เพื่อนำมาถกและพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เพื่อยุติการสู้รบชายแดนต่อไป
เข้าล็อกกัมพูชาพอดี



