
"ผบ.ทร."ชี้หญิงไทยเก่งนั่ง"นายกฯ"ได้
"ผบ.ทร."ชี้หญิงไทยเก่งนั่ง"นายกฯ"ได้ ระบุทหารต้องรับได้หาก พท.ชนะเลือกตั้ง ลั่นไม่หนุนทหารปฏิวัติแหกกฎ ยันทหารต้องทำตามระบบ รับได้ทุกพรรคจัดตั้งรบ.หวังหลังเลือกตั้งชาติปรองดอง
(23พ.ค.) ที่หอประชุมกองทัพเรือ เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวการแสดงการชาดคอนเสิร์ตกองทัพเรือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพิธีมหามงคลเฉพาะพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ว่า กองทัพเรือยึดถือตามระบบ ข้าราชการทุกคนเราแนะนำให้ไปใช้สิทธิใช้เสียง ชอบหรือไม่ชอบใครก็ตามใจแล้วแต่จะเลือก ไม่มีการบังคับหรือกำหนดกฎเกณฑ์ กองทัพเรือไม่เคยสั่งใคร ส่วนใครจะโหวตอย่างไรก็แล้วแต่ในเมื่อระบบเป็นอย่างนั้นเขาคงใช้วิจารณญาณได้เองว่าจะเลือกใครโดยดูที่นโยบาย
ส่วนพรรคการเมืองต่างๆ กองทัพเรือเปิดให้เข้ามาหาเสียง ชี้แจงนโยบาย โดยให้สิทธิเท่าเทียมกัน อะไรที่เป็นไปตามกรอบของระบบที่ถูกต้องเราสนับสนุนทุกประการ ทั้งนี้หลังการเลือกตั้ง หากพรรคใดขึ้นมาเป็นรัฐบาลโดยถูกต้องตามระบบ เราต้องเป็นกลไกของรัฐ มิเช่นนั้นระบบการทำงานของประเทศจะไปไม่ได้ ไม่ว่า พรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ใครเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลกองทัพก็ต้องรับได้ เพราะเขามาด้วยความถูกต้องจะไม่รับได้อย่างไร ก็ตรงไปตรงมา
เมื่อถามถึงโอกาสที่ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า เราต้องให้ความเสมอภาคในการเท่าเทียมกันทางเพศ ผู้หญิงเก่งๆก็มี ตนไม่ได้หมายถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่หมายถึงการบริหารงานทั่วไปผู้หญิงสามารถเป็นอธิบดีฯ เป็นปลัดกระทรวงมากมาย เพราะสมัยนี้ผู้หญิง ผู้ชายเก่งเท่ากัน ผู้หญิงทั่วไปมีความสามารถก็มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีได้ สุดแล้วแต่ประชาชนจะเลือกใคร
เมื่อถามว่า หลังเลือกตั้งไปแล้วจะไม่มีการตั้งรัฐบาลเพราะจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้นก่อน พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ต้องดูว่า เป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องก็ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น คิดว่าจะทำอะไรต้องมีหลักการทุกอย่าง ถ้าไม่ยึดหลักอะไรก็จะโอนเอนไปเรื่อย ตนเชื่ออย่างนั้น ส่วนใครจะมองอย่างอื่นตนไม่ทราบ แต่สำหรับตนแล้วต้องยึดหลักให้ถูกต้อง
เมื่อถามย้ำว่า ไม่ใช่ว่า ทหารอยากทำอะไรก็ทำ เพราะมีกำลังอยู่ในมือ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ทำแบบนั้นก็ไม่ถูก ทหารเป็นเครื่องมือกลไกของรัฐ เมื่อกฎหมายกำหนดแบบนี้ ถ้าเราไม่ยึดหลักก็ไม่รู้จะยึดอะไร ต้องปล่อยให้เป็นไปตามประชาธิปไตย เพราะประชาชนมีสิทธิว่าจะเลือกใครหรือไม่เลือกก็เป็นสิทธิ ถือเป็นแนวทางตามสิทธิของทุกคน ผลออกมาอย่างไรก็ควรจะยอมรับ หลังเลือกตั้งตนอยากให้เกิดความปรองดอง สมานฉันท์ภายในประเทศ ในใจลึกๆของทุกคนต้องการความสงบสุข ความรักสามัคคีกัน ดังนั้นอย่ามองโลกในแง่ร้าย ต้องมองอะไรในแง่ที่ดีบ้างอาจจะมีความหวัง หากมีคนกลางที่สามารถทำให้ทุกฝ่ายปรองดองได้ก็ดี



