ข่าว

กต.ส่งจนท.เก็บข้อมูล"พระวิหาร"สู้เขมร

กต.ส่งจนท.เก็บข้อมูล"พระวิหาร"สู้เขมร

23 พ.ค. 2554

กต.ลง พื้นที่ศรีสะเกษ เก็บข้อมูล สู้ “เขมร” กรณี ยื่นศาลโลก ตีความ พื้นที่ใกล้เคียง “ปราสาทพระวิหาร” แจงเหตุ จ้างทนายฝรั่งเศส เป็นที่ปรึกษา หลังถูกท้วงติง หวั่นเสียรู้เขมร - แพ้ ซ้ำรอยปี 05 - มั่นใจ ไทยไม่เสียดินแดน ด้าน โฆษกกองทัพภาคที่ 2 เผยสถาน

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 พ.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 4  ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ  คณะผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดประชุมโครงการสัมมนาแนวทางการดำเนินงานด้านเขตแดนในส่วนภูมิภาค   จากกรณี ที่ประเทศกัมพูชาได้ไปยื่นคำร้องขอให้ศาลโลกตีความคำว่าบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงปราสาทพระวิหารใหม่  และขอให้ศาลมีคำสั่งออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว  ให้ฝ่ายไทยถอนทหารออกจากบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร ห้ามมิให้ฝ่ายไทยมีกิจกรรมเกี่ยวกับทหาร และดำเนินการใด ๆที่จะส่งผลกระทบต่อสิทธิของกัมพูชา ทำให้กระทรวงต่างประเทศ ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อไปชี้แจงต่อศาลโลก  โดยมีนายสมศักดิ์    สุวรรณสุจริต  ผู้ว่าราชการ และหัวหน้าส่วนราชการ -  ภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องมาร่วมสัมมนาให้ข้อมูล และข้อเสนอแนะในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

 นายพิษณุ    จันทรวิทัน   รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า  กรณีนี้ไม่ใช่การไปริเริ่มคดี แต่เป็นการไปตีความขอบเขตของตัวคำพิพากษาเมื่อปี 2505 โดยเป็นไปตามมูลฐานสิทธิอันเดิมของคำพิพากษาเดิมไม่ได้ไปรื้อฟื้นคดีขึ้นใหม่  เมื่อถามว่า แล้วประเทศไทยจำเป็นไหมที่ต้องไป นายพิษณุ กล่าวว่า เพื่อเป็นการไปรักษาสิทธิ์ เราควรจะไปดีกว่าที่จะให้เขมรไปชี้แจง หรือนำข้อมูล ข้อเท็จจริงให้ศาลโลกฟังฝ่ายเดียว   กรณีที่ไทยจ้างที่ปรึกษา ทนายซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส  ซึ่งหลายคนเป็นห่วงว่าจะทำให้ไทยเสียเปรียบ เนื่องจากกัมพูชาเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสนั้น   นายพิษณุ  กล่าวว่า ในกระบวนการพิจารณาในศาล ภาษาที่ใช้มี สองภาษาคืออังกฤษ กับฝรั่งเศส และที่กัมพูชายื่นคำร้องต่อศาลโลกก็เป็นภาษาฝรั่งเศส  เวลาเราตอบโต้เราใช้ภาษาอังกฤษ แต่แน่นอนว่าเราต้องเข้าใจภาษาฝรั่งเศส เพื่อจะตอบโต้เป็นภาษาฝรั่งเศส  ดังนั้นการที่เราเลือกคนที่เชี่ยวชาญกฎหมายรู้ภาษาฝรั่งเศส จะเป็นประโยชน์ต่อเรามากกว่า

 “บุคคลที่เราเลือกมาเป็นที่ปรึกษากฎหมาย แม้จะเป็นชาวฝรั่งเศสเหมือนกับฝ่ายกัมพูชา แต่จากการที่เราได้ศึกษา งานวิชาการ และแนวคิดของเขามา ถือว่าเป็นแนวคิดที่คล้ายกับฝ่ายไทยที่สุด”  รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าว

 นายเจษฎา   กตเวทิน  รองอธิบดีกรมสารนิเนศ  และเป็นโฆษกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า วันนี้ทาง กระทรวงการต่างประเทศ มาชี้แจงถึงการเตรียมการกรณีที่ฝ่ายกัมพูชายื่นคำร้องต่อศาลโลกให้ตีความคำตัดสินศาลโลกใหม่ กรณีปราสาทเขาพระวิหาร  ซึ่งเราได้มีการตั้งคณะกรรมการและคณะที่จะทำหน้าที่ในการสู้คดี  และการมาครั้งนี้ก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยในเร็ว ๆนี้จะได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในพื้นที่  ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพและการคำให้การของคนในพื้นที่            

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางฝ่ายไทยมีความมั่นใจแค่ไหน  นายเจษฎา กล่าวว่า ต้องบอกว่าทางเราทำงานเต็มที่ มั่นใจในประเด็นกฎหมายของเรา  แต่ก็ต้องเตรียมการอย่างดีจะประมาทไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ    
     
 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หลังจากมีการตีความคำตัดสินใหม่แล้ว อีกฝ่ายหนึ่งสามารถดำเนินการอะไรต่อได้หรือไม่ นายเจษฎา ตอบว่า  คำตัดสินของศาลโลกย่อมมีข้อผูกพันกับคู่กรณี  ที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด  เช่น ปี 2505 ตัดสินมาแล้วเราก็ปฏิบัติตาม  และเรื่องนี้ไม่ใช่การจะไปทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้ชนะ  แต่เป็นเรื่องของการตีความคำพิพากษาใหม่ เพื่อความชัดเจนเท่านั้น

 ด้านนายวีระยุทธ    ดวงแก้ว  กำนันตำบลเสาธงชัย  อ.กันทรลักษ์  จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  วันนี้ในนามชาวบ้านในพื้นที่ตนขอขอบคุณทางกระทรวงการต่างประเทศที่ลงมาเก็บข้อมูล หลักฐานเพื่อไปชี้แจงต่อศาลโลกสู้กับทางฝ่ายกัมพูชา  ซึ่งตนในฐานะคนไทยคนหนึ่งรู้สึกเป็นห่วงว่า ทางเราจะเพี่ยงพล้ำเหมือนอดีตที่ผ่านมา  สิ่งที่ตนพอจะช่วยได้คือการจัดตั้งทีมงานในพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆที่จะเป็นประโยชน์ ต่อฝ่ายเราทั้งเป็นเอกสารและพยานบุคคล            

 “เพื่อป้องกันในสิ่งที่คาดคิดไม่ได้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากศาลโลกตีความใหม่แล้ว  ดังนั้นทางทีมงานและประชาชนในพื้นที่ยินดีให้ความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างเต็มที่ ” กำนันตำบลเสาธงชัย กล่าว

 ด้านพ.อ.ประวิทย์  หูแก้ว โฆษก กองทัพภาคที่ 2  เปิดเผยถึง ความคืบหน้าของสถานการณ์ชายแดนไทย กัมพูชา ว่า ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนด้าน จ.ศรีสะเกษ และ จ.สุรินทร์ บริเวณปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม ก็เริ่มคลี่คลายแล้วกำลังเข้าสู่ภาวะปกติ ทหารของทั้งสองฝ่ายยังคงวางกำลังอยู่ในพื้นที่ สำหรับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ของทั้งสองฝ่ายก็มีการไปมาหาสู่ พูดคุยปรึกษาหาแนวทางออกที่ดีของทั้งสองฝ่าย และป้องกันไม่ให้อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

 ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างหลุมหลบภัยให้กับพี่ น้อง ประชาชนในพื้นที่ชายแดน โฆษกกองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ทางฝ่ายปกครองของ จ.ศรีสะเกษ ,จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ นั้นก็ได้มีงบประมาณดำเนินการโดยกำหนดก่อสร้างจำนวนกว่า 2 พันแห่ง อาศัยงบประมาณกว่า 260 ล้านบาท ขณะนี้ก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้วกว่า 900 แห่ง นอกจากนี้กำลังพลในพื้นที่ก็ได้ดำเนินการเข้าชี้แจงทำความเข้าใจให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับหลุมหลบภัยนั้นเป็นสถานที่ส่วนรวม แต่หากประชาชนครอบครัวใดที่มีศักยภาพก็สามารถที่จะก่อสร้างหลุมหลบภัยเองได้โดยมีทหารคอยให้คำปรึกษาแนะนำ เชื่อว่าหลุมหลบภัยที่มีอยู่น่าจะเพียงพอสามารถรองรับประชาชนได้ กองกำลังทหารช่างค่ายสุรนารียังคงกระจายกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่ น้อง ประชาชน ในการเยียวยาแก้ไขสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้ง จนท.พิเศษในการเก็บกู้ระเบิดที่หลงเหลืออยู่เป็นระยะ ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่ล่อแหลมเสี่ยงต่อพี่ น้องเกษตรกรที่เข้าไปทำมาหากินในบริเวณดังกล่าว เราจะมีการจัด จนท.ทหารคอยอารักขาชุดละ 8 -10 นาย ในการรักษาความปลอดภัย

 "สำหรับการเปิดด่านค้าขายระหว่างประเทศไทย - กัมพูชานั้น ได้ดำเนินการเปิดทำการแล้ว แต่เราขอทำความเข้าใจว่าอำนาจในการกำหนดเวลาเปิด ปิด นั้น เป็นอำนาจหน้าที่การตัดสินใจของกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่อำนาจทางทหารแต่อย่างใด ส่วนยุทธปัจจัย ที่กำลังเป็นกระแสข่าวอยู่นั้นเอง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่รับผิดชอบด่านต่างๆ ให้อำนวยความสะดวกในการไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนตามเขตแนวชายแดน แต่เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติเท่าที่ควรนัก เราจึงมีความจำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าบางชนิดที่นำเข้ามา หรือส่งออกไปอย่างเข้มงวด และเคร่งครัด กรรมวิธีเหล่านี้นั้นอาจใช้เวลานานพอสมควร ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจขึ้น แต่ขอให้เข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพื่อป้องกันสิ่งผิดกฎหมายที่สอดแทรกมา"พ.อ.ประวิทย์ บอก