ข่าว

"กอร์ปศักดิ์"ยันเด้งพ้นตำแหน่งแค่ข่าวลือ

"กอร์ปศักดิ์"ยันเด้งพ้นตำแหน่งแค่ข่าวลือ

20 เม.ย. 2552

"กอร์ปศักดิ์" ระบุ เด้งพ้นตำแหน่งแค่ข่าวลือ ปัดขัดแย้ง"พรทิวา"เรื่องสต๊อคข้าวโพด

(20เม.ย.) เวลา 08.15 น. นายกอร์ปศักดิ์  สภาวสุ  รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลกดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ปรับนายกอร์ปศักดิ์ออกจากคณะรัฐมนตรี เนื่องจากแก้ปัญหาเศรษฐกิจล่าช้า ว่า ความจริงเรื่องนี้เป็นเพียงข่าวตนยังไม่ได้ยินจากผู้ที่เป็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นนายบรรหาร  ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย นายเนวิน  ชิดชอบ  แกนนำพรรคภูมิใจไทย จึงไม่แน่ใจว่าคนเหล่านั้นพูดจริงมากน้อยแค่ไหน อย่างไร และยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตามตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย และงานทุกอย่างเป็นการทำงานในนามของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนพยายามทำงานให้ดีที่สุด และเป็นธรรมดาที่การทำงานย่อมมีอุปสรรค แต่พูดได้ว่าเป็นการทำงานที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ใช่เป็นการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด

“ผมจะพยายามทำงานให้เต็มที่ต่อไป ไม่ได้ยึดติด หากนายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้คนอื่นมาทำงานแทน ผมก็ไม่มีปัญหา ” นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมาคิดว่าการทำงานของตนเองเป็นอย่างที่พรรคร่วมรัฐบาลกล่าวอ้างว่าเป็นคนทำงานชุนละเอียด และล่าช้าหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ชุนละเอียดแปลว่ารอบคอบ และตนมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลการใช้จ่ายของหลวงให้ละเอียดว่าไม่มีการนำเงินไปใช้เพื่อประโยชน์กับคนหนึ่งคนใด จึงต้องรอบคอบมากหน่อย ตนมีหน้าที่ดูแลสำนักงบประมาณ แต่ไม่ได้เข้าไปดูแลว่าเบิกจ่ายเงินล่าช้าหรือรวดเร็ว เพราะเป็นเรื่องระบบราชการ

ส่วนที่มีข่าวว่ามีเอกสารต่างๆมาค้างอยู่ที่ตนเป็นจำนวนมากนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีเอกสารอะไรเลยที่รองนายกรัฐมนตรีจะต้องเข้าไปรับผิดชอบ งานเอกสารของตนน้อยมาก เพราะตนดูแลสำนักงบประมาณและดูเรื่องของกระทรวงอุตสาหกรรม  กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงการคลัง  ที่จะเข้ามาวันจันทร์ ก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุม ครม.ในวันอังคารเท่านั้น งานของรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้เกี่ยวข้องกับเอกสาร

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าที่เกิดปัญหาในลักษณะนี้เป็นเพราะไปขวางผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ จึงได้มีคนออกมาแสดงความไม่พอใจ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และความจริงคนเหล่านั้นไม่ได้เข้ามาทำงานใน ครม. ตนก็เลยไม่รู้ว่าตนมีปัญหาใน ครม. เพราะทุกเรื่องที่ตนทำงาน ครม.เป็นผู้มอบหมายให้ทำ เช่น เรื่องการแก้ปัญหาราคาข้าวโพด มันสำปะหลัง นม เรื่องเหล่านี้ถือเป็นมติ ครม.ทั้งสิ้น ซึ่งทุกพรรคการเมืองก็เห็นพ้องต้องกันที่จะให้ตนทำงาน หากเห็นว่าตนทำงานไม่ดีก็มีมติเปลี่ยนไปได้

เมื่อถามว่ามีข่าวว่าเกิดความขัดแย้งกับนางพรทิวา  นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ในเรื่องการนำสต็อกข้าวโพดออกมาขาย นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ทำไปตนคิดว่าอาจไม่อยู่ในอำนาจของกระทรวงพาณิชย์ แต่กระทรวงพาณิชย์คิดว่าตัวเองมีอำนาจตนจึงเสนอให้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เพื่อให้มีการปรึกษากลสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะต้องหารือในข้อกฎหมายแต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการนำเข้า ครม.ซึ่งตนก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมจึงยังไม่นำเข้า ครม.เสียที เพราะตนก็ไม่มีอำนาจนำเข้าครม.เพราะเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์

ต่อข้อถามว่าคิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลนำประเด็นดังกล่าวมาเป็นปัญหาในการอยู่ร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหาอย่างอื่นมาก สิ่งที่เราควรทำคือช่วยทำงานให้บ้านเมืองพ้นวิกฤติมากกว่าที่จะมาบอกว่าตรงนี้เป็นผลประโยชน์ของใคร ตนถึงไม่เชื่อว่าทั้ง 3 ท่านพูดในเรื่องนี้ มันเป็นเพียงกระแสข่าวแต่ถ้าเป็นเรื่องจริงและมาบอกด้วยตัวเองตนก็จะพิจารณาด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดหรือไม่ว่านายกรัฐมนตรีอาจทนแรงเสียดทานไม่ไหวจนอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เป็นปัญหา เพราะนายกฯ รับผิดชอบสูงสุดอีกทั้งตนก็ไม่มีปัญหาเพราะไม่ยึดติด อีกทั้งก็เชื่อว่านายกฯจะตัดสินใจบนผลประโยชน์ของประเทศ

“ วันนี้ท่านเป็นผู้นำที่มีอายุน้อย ถ้าท่านเป็นผู้นำที่ดีประชาชนก็จะมีที่พึ่ง อย่างไรก็ตามเรื่องการเมืองถือเป็นเรื่องที่ตอบยากเพราะการเมืองเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน บางอย่างที่เราอยากจะทำก็ทำไม่ได้ดั่งใจเหมือนกัน แต่ขอให้มองในแง่ดีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถแก้ไขได้ ยืนยันว่าตนไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เพราะเราตั้งหลักว่าเราไม่โกงและจะทำงานให้ดีที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ นอกจากนั้นจะทำงานที่ได้รับมอบหมาย ”

เมื่อถามว่าได้สอบถามคนที่พูดว่าควรจะปรับเปลี่ยนตัวหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยเจอบุคคลเหล่านั้น และคิดว่าตนอยู่ตรงนี้ถ้าไม่พอใจอะไรตรงไหนก็บอกมาได้ ยืนยันว่าตนทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ไม่กล้าทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง