
โกลว์ชี้ช่องรัฐผุด"นิคมโรงไฟฟ้า"ผ่าทางต้านก่อสร้าง-เพิ่มความมั่นคงพลังงาน
โกลว์เสนอรัฐผ่าทางตันต้านโรงไฟฟ้า แนะตั้ง "นิคมโรงไฟฟ้า" รัฐลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน เอกชนลงทุนโรงไฟฟ้า ระบุพื้นที่เหมาะสมควรใกล้ท่าเรือแนวท่อก๊าซ เพื่อสะดวกขนส่งเชื้อเพลิง มั่นใจประชาชนเลิกการต่อต้าน
นายณรงค์ชัย วิสูตรชัย ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจไอพีพีและรัฐสัมพันธ์ บริษัท โกลว์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการที่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เกือบทุกแห่งได้รับการต่อต้านจากชุมชน ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต ดังนั้น รัฐบาลจึงควรหามาตรการแก้ไขปัญหานี้ โดยแนวทางหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือการส่งเสริมการก่อสร้างนิคมโรงไฟฟ้าในรูปแบบเดียวกับนิคมอุตสาหกรรม
โดยมีการกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสม และมีหลักเกณฑ์กฎระเบียบที่ชัดเจน เช่น การเว้นพื้นที่ระยะห่างจากชุมชน ข้อกำหนดในการจัดการและดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมทั้งเข้ามาลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานและสายส่ง เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง ซึ่งมั่นใจว่ามีความคุ้มค่าในการสร้างสายส่งขนาดใหญ่คือตั้งแต่ 500 กิโลวัตต์ เนื่องจากนิคมไฟฟ้าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมใกล้เคียง หรือมากกว่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (ไอพีพี) ส่วนภาคเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนตัวโรงไฟฟ้า ซึ่งพื้นที่ที่เหมาะสมควรจะต้องมีความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเชื้อเพลิง เช่น อยู่ใกล้กับบริเวณท่าเรือเพื่อความสะดวกในการขนถ่ายถ่านหินหรืออยู่ในแนวท่อก๊าซธรรมชาติ
"ปัจจุบันการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่เป็นไปได้ยาก ดังนั้นหากภาครัฐกำหนดนโยบายการสร้างนิคมไฟฟ้า ก็จะช่วยลดปัญหาการต่อต้านได้ในระดับหนึ่ง โดยการก่อสร้างนิคมไฟฟ้ายังช่วยลดความเสี่ยงในการพึ่งพาไฟฟ้าจากต่างประเทศที่อาจจะมีปัญหาในการจัดส่งไฟฟ้ามายังไทย" นายณรงค์ชัยกล่าว
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทใน ปี 2554 จะไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากนัก แต่จะเริ่มมีรายได้มากขึ้นในช่วงปลายปี ก่อนที่ในปี 2555 บริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 55% จากรายได้ในปี 2553 ซึ่งมีรายได้รวมทั้งสิ้น 36,150 ล้านบาท เนื่องจากตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้โรงไฟฟ้าถ่านหินเก็คโค่วัน ขนาด 660 เมกะวัตต์ จะขายไฟฟ้าเข้าระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งโรงไฟฟ้าเก็คโค่วัน เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้เทคโนโลยีสะอาดมีมาตรฐานการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้อยู่ในระดับ 50 ส่วนต่อล้านส่วน ซึ่งเป็นระดับต่ำเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ในระหว่างการขยายการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งอื่นๆ เพิ่มขึ้น ได้แก่โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 115 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง 400 เมกะวัตต์ 1 แห่ง ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำห้วยเฮาะ ในส.ป.ป.ลาว อยู่ระหว่างการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า คาดว่าภายในระยะเวลา 3 ปีจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมจาก 2,000 เมกะวัตต์ เป็น 3,000 เมกะวัตต์ รวมทั้งยังมีแผนที่จะขยายการลงทุนไปยังพลังงานทดแทน โดยปัจจุบันมีการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 2 เมกะวัตต์เป็นแห่งแรกที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด



