ข่าว

3กรกฎาโลกาวินาศ

3กรกฎาโลกาวินาศ

23 พ.ค. 2554

แม้คำทำนายของรอเบิร์ต ฟิตซ์แพทริค เศรษฐีอเมริกัน วัย 60 ปี ที่ว่าโลกจะแตกในวันที่ 21 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับเช้าวานนี้ตามเวลาในประเทศไทย โดยอ้างอิงคำสอนของพระเยซูคริสต์ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในประเทศไทยวันที่ 3 กรกฎาคมนี้

  ก็อาจเป็นวันโลกาวินาศได้ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องพยายามทุกวิถีทางในการนิรโทษกรรมให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทางกฎหมายทุกคนภายหลังการรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ด้วย ถึงนาทีนี้ไม่เพียงทักษิณคิด เพื่อไทยทำเท่านั้น แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศชัดเจนบนเวทีปราศรัยหาเสียงที่ จ.เชียงใหม่ว่า รัฐบาลของเธอ ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ “พรรคเพื่อไทย จะคิดใหม่ ทำใหม่ แต่ยิ่งลักษณ์จะเป็นคนขอทำ..."

 หลายคนวิตก วิจารณ์ กับผลการสำรวจคะแนนนิยมของพรรคการเมือง ที่มีทั้งกระทำเป็นการลับและเปิดเผย คนชั้นกลางในเมือง คนงานคอปกขาว ล้วนตั้งคำถามกับผลโพลล์ ที่แสดงว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง ข้อสงสัยเหล่านั้นส่วนหนึ่งมาจากผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ที่บอกถึงอิทธิพลของคนเสื้อแดงในพรรค อารมณ์ความรู้สึกเช่นนี้ ถูกมองไปจากพื้นที่ราชประสงค์ พื้นที่ในเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์แดงเผาเมือง และประการสำคัญทัศนคติความคิด ความเห็นดังกล่าว มีอิทธิพลมาจากสื่อกระแสหลัก สื่อสังคมออนไลน์ที่มีบทบาทสูงยิ่งในช่วงเหตุการณ์เดือนพฤษภาคมปีก่อน ฉะนั้น พลันที่ได้ยินคำว่า ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ เขาก็อาจไม่ลังเลที่จะตัดสินจากพื้นที่ที่เขายืนอยู่ว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีทางที่จะชนะประชาธิปัตย์

 ถึงแม้ว่าก่อนหน้าการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 หนึ่งปีหลังรัฐประหาร จะมีความพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างการเมืองใหญ่ ทั้งในการตราบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้ ส.ส.มีเอกสิทธิ์มากขึ้น เพื่อป้องกันเผด็จการทางรัฐสภา ทั้งในแผนบดขยี้ระบอบทักษิณ ด้วยสิ่งที่เรียกว่าตุลาการภิวัฒน์ แต่การเลือกตั้งครั้งนั้น พรรคพลังประชาชนที่แปรรูปมาจากพรรคไทยรักไทย ก็สามารถครองที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาได้ถึง 233 ที่นั่ง ขณะที่ประชาธิปัตย์ได้ 165 ที่นั่ง ถึงวันนี้ต้องยอมรับว่าอิทธิพลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังมีอยู่สูงในหมู่ประชาชนรากหญ้าของเขา คนกลุ่มนี้มีระเบียบวินัยสูง มีความภักดีต่อผู้นำสูง และเมื่อมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเขาก็จะไปเลือกตั้ง ซึ่งต่างจากคนชั้นกลางในเมือง ที่นิยมออกความเห็น แต่ไม่ค่อยชอบออกเสียง

 การเมืองก็ย่อมผันแปรไปตามสถานการณ์ และมันจะไม่มีวันถึงทางตัน ถ้ากองทัพมีความอดทนเพียงพอ และสรุปบทเรียนการรัฐประหารครั้งล่าสุดได้ว่า ไม่ได้ส่งผลในเชิงสร้างสรรค์ต่อสภาพการเมืองไทยเลย เรามักเชื่อบนพื้นฐานความรับรู้ข้อมูล ข่าวสารจากสื่อกระแสหลัก และสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีสัดส่วนของอารมณ์ ความรู้สึก มากกว่าความจริง แต่ความเชื่อนั้นก็จะวูบวาบไปตามเหตุการณ์ ซึ่งมีนัยสำคัญที่แตกต่างจากความเชื่อสื่อบุคคล การสื่อสารระหว่างบุคคลเป็นการสื่อสารที่เอื้อให้เกิดปฏิกิริยาตอบกลับในปริมาณสูงและรวดเร็ว ฉะนั้นหากชัยชนะจะเป็นของพรรคเพื่อไทย ด้วยอารมณ์ความรู้สึก ที่ไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงของคนชั้นกลาง รวมทั้งสื่อกระแสหลักที่ส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลางแล้วโลกจะวินาศ ก็จะต้องทำใจยอมรับว่าโลกจะวินาศอย่างแน่นอน