ข่าว

สุเทพแขวะปูชูปรองดองฟอกผิดทักษิณ

สุเทพแขวะปูชูปรองดองฟอกผิดทักษิณ

22 พ.ค. 2554

“สุเทพ”แขวะ“ยิ่งลักษณ์”ชูปรองดองหวังฟอกความผิด“ทักษิณ” ถามกลับ “โคลนนิ่ง “พี่ชาย” จะโกงเหมือน “พี่ชาย” หรือเปล่า ไม่เชื่อตีปี๊บ “โพลพท.” ชนะขาดกวาดเสียง “ส.ส.เกินครึ่ง” เย้ย“ปชช.”ครึ่งปท.ไม่เลือกคนไม่เคารพกม. แนะ “สื่อ”เตรียมเก็บผลโพลไว้ดูหลังเลือกตั้ง

(22.ค.) เมื่อเวลา 09.45 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การสัมมนาการหาเสียงผู้สมัครส.ส.ของพรรค ว่า พรรคประชาธิปัตย์เรายึดแนวทางการต่อสู้ ตามวีถีทางประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์ เราไม่ให้ลูกพรรคเราไปพูดอะไรที่ไม่จริง เราเน้นย้ำทุกครั้งว่าเราจะพูดเฉพาะเรื่องจริง ไม่ต้องกังวลใจว่าเราจะไปใส่ร้ายป้ายสีใคร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดเอแบคโพลชี้ว่าคะแนนนิยมของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 1 พรรคเพื่อไทยดีกว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องปรับกลยุทธ์อย่างไรหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “ คะแนนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจจะดีกว่าคุณทักษิณ แต่แพ้คุณอภิสิทธิ์ ไม่มีอะไร ตนเรียนแล้วว่า อย่าไปกังวลใจกับเรื่องโพล นักการเมืองก็ทำหน้าที่ของเราไป โพลก็มีขึ้นมีลงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ความุ่งมั่นของเราต้องคงเดิมและเข้มข้นยิ่งขึ้น

 ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่าดูโพลของพรรคแล้วมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทย จะได้ส.ส.เกินครึ่งแน่นอน นายสุเทพ กล่าวว่า “ ผมไม่เชื่อ ผมเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชน ผมไม่เชื่อว่าคนครึ่งประเทศที่มาเลือกตั้งจะลงคะแนนให้เขา ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนคุ้นเคย และเข้าใจกับระบอบประชาธิปไตยมากกว่าคุณยิ่งลักษณ์ ประชาชนเข้าใจดีว่าในระบอบประชาธิปไตย กฎหมายต้องได้รับความเคารพและการปฏิบัติเท่าเทียมกัน แต่วิถีทางที่คุณยิ่งลักษณ์ประกาศออกมา มันแสดงให้เห็นว่ากฎหมายบังคับเท่าเทียมกันสำหรับคนไทยทุกคน   ยกเว้นพี่ชายของคุณยิ่งลักษณ์ พรรคประชาธัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่ทำงานต่อเนื่องมา 65 ปี พวกเราถูกสอนให้เชื่อมั่นในพี่น้องประชาชน โพลอะไรก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลใจ ทุกอย่างอยู่ในใจประชาชนอยู่แล้ว วันนี้ประชาชนตัดสินใจได้ง่าย ๆ คือ ต้องการนายกรัฐมนตรี ที่มีประสบการณ์มีความรู้ความสามารถ มีผลงาน มีความเด็ดเดี่ยวในการแก้ปัญหา   หรือจะเลือกคนใหม่ที่ไม่เคยทำงานการเมืองมาก่อน นอกจากขึ้นเวทีคนเสื้อแดง 4 -5 ครั้งและมีความเชื่อมั่นในเรื่องเสื้อแดง แทนที่จะเชื่อมั่นในประชาชนมันก็ต่างกันอยู่แล้ว”

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมน.ส.ยิ่งลักษณ์ซึ่งไม่ค่อยมีผลงานทางธุรกิจที่โดดเด่น แต่ผลการสำรวจกลับบอกว่ามีภาวะผู้นำสูงกว่านายอภิสิทธิ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์   กล่าวว่า ตนคงไม่วิจารณ์การสำรวจ แต่สื่อควรเก็บผลสำรวจเอาไว้บ้าง เวลาผลออกมาก็จะรู้ว่าโพลผิดเยอะ

 เมื่อถามว่า ถ้าเทียบกันระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์กับนายอภิสิทธิ์ประเมินอย่างไรบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า มาถามตนคงไม่ได้ ตนต้องเรียนว่านายอภิสิทธิ์เหนือกว่าทุกประตูทุกประการ   ถ้าไปถามพี่น้องประชานก็จะมีคำตอบคล้าย ๆกัน

 “ นายอภิสิทธิ์ เป็นนักกากรเมืองอาชีพ ชีวิตวิญญาณการปฏิบัติเป็นนักการเมืองที่ทำงานมุ่งมั่นเพื่อประชานในแนวทางประชาธิปไตย ในขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินมาในเส้นทางเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ มุ่งประโยชน์ กำไรในทางธุรกิจ เมื่อได้โอกาสก็เข้ามาฉกฉวยโอกาสทางการเมืองเป็นครั้งคราว เป้าหมายที่จะทำงานทางการเมืองก็ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะช่วยเหลือประเทศชาติประชาชนเนรื่องอะไร แต่ระบุชัดเจนว่าจะลบล้างความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะฉะนั้นประชาชนก็พิจารณาได้ว่าในขณะที่นายอภิสิทธิ์มุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ตั้งเป้าที่จะช่วยพี่ชายให้พ้นความผิดเท่านั้น ”   นายสุเทพ กล่าว  

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตั้งเป้าเรื่องการนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นการทำลายระบบนิติรัฐและอำนาจตุลาการหรือไม่   เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มันมากกว่านั้นอีก ในระบอบประชาธิปไตยบ้านเมืองสังคม จะดำรงอยู่ได้ด้วยความสงบสุข กฎหมายต้องได้รับความเคารพ ต้องศักดิ์สิทธิ์ ถ้าคน ๆ หนึ่งทำความผิดแล้วต่อมาน้องสาวขึ้นมามีอำนาจแล้วลบล้างความผิดให้ทั้งหมด ก็จะไม่สามารถทำให้กฎเกณฑ์กติกาสังคม และกฎหมายของประเทศมีความศักดิ์สิทธิ์ต่อไปได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเขาจะอ้างว่าประชาชนเลือกมาและพรรคเพื่อไทย ได้กำหนดเป็นนโยบายไว้แล้วมาตัดสินความถูกผิดได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า นี่คือเหตุผลที่ทำให้ประชาชนไม่เลือกเขา ตนมั่นใจว่าเหตุนี้จะเป็นเหตุใหญ่ที่ประชาชนไม่เลือกพรรคเพื่อไทย เพราะเขาเป็นพวกไม่เคารพกฎหมายของบ้านเมือง แต่เคารพอำนาจ เขาไม่ใช่นักประชาธิปไตย อาศัยประชาธิปไตยเป็นเพียงทางเดินผ่าน

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มองอย่างไรที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ใช่แค่นอมินี แต่เป็นโคลนนิ่งของพ.ต.ท.ทักษิณเลย เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์       กล่าวว่า   “ คำว่าโคลนถ้าเป็นภาษาไทยก็แปลอีกอย่าง ซึ่งโคลนภาษาไทยมันไม่ค่อยสะอาด มันก็คงไม่ค่อยดี ส่วนโคลนนิ่งตนคงพูดไปตามความรู้สึกผมไม่ได้ เพราะคุณยิ่งลักษณ์จะเสียหายไปมากกว่านี้ เพราะที่คุณทักษิณออกไปอยู่ต่างประเทศเพราะหนีคดีไป ศาลพิพากษาให้จำคุก คุณทักษิณเป็นคนที่โกงภาษี ขายของมีกำไรไม่เสียภาษี ทั้งที่คนขายก๋วยเตี๋ยวคนขับแท๊กซี่ต้องเสียหมดในประเทศนี้ มีคุณทักษิณคนเดียวไม่เสียภาษี ถ้าไปโคลนนิ่งแปลว่าคุณยิ่งลักษณ์ก็มีพฤติกรรมเหมือนคุณทักษิณเหรอ อย่างนี้ผมไม่กล้าตอบหรอก” นายสุเทพ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เริ่มออกปากชวนพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ไปร่วมงานด้วย จะกระทบต่อสัญญาใจที่ท่านมีกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมหรือไม่   นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่มีความหวั่นไหวในเรื่องความสัมพันธ์ที่มีกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเราตั้งใจตั้งแต่ต้นว่าทั้งหมดเราทำเพื่อแก้ปัญหาของบ้านเมือง และตนไม่ได้ผูกมัดอะไรเพื่อน ๆ เหล่านั้นถึงเวลาเขามีสิทธิเลือกตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งทุกคนก็ต้องฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก

 เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์แสดงวิสัยทัศน์ว่าจะแก้ไขไม่แก้แค้น แต่รายชื่อในปาร์ตี้ลิสต์มีแต่แกนนำคนสื้อแดงที่พูดบนเวที ว่าจะต้องจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นช่วงเหตุการณ์เดือนเม.ย. – พ.ค. 53 จะสร้างความปรองดองได้จริงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ประชาชนทั้งประเทศคงรู้สึกว่าในขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เสนอตัวแข่งขันเป็นนายกฯ ประกาศแนวทางปรองดอง  

 “แต่ในบัญชีรายชื่อทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนร่วมกับการก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมืองมาแล้ว ประชาชนก็คงคิดมาก และสงสัย หลายคนก็คงคิดว่านี่มันมือถือสากปากถือศีลหรือเปล่า ตนเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องนำแกนนำนปช.ไปอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ เพราะพยายามที่จะทำให้คนเหล่านี้เอกสิทธิ์ส.ส.เป็นเกราะคุ้มกัน ไม่ต้องถูกดำเนินคดี แต่กรรมมันมี ดูอย่างนายจุตพร อาศัยคราบเป็นส.ส.หลบอยู่ได้ตั้งนาน แต่วันนี้ก็อยู่ในคุกเรียบร้อยไปแล้ว ผมภาวนาว่าพวกที่ทำความผิดทั้งหลายขอให้กรรมตามทันก่อนวันประกาศเลือกตั้ง ” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์       กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ว่าคนพวกนี้บอกว่าสลัดเสื้อแดงออกแล้ว แต่หลังเลือกตั้งเขาอาจไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง แล้วก็ใส่เสื้อแดงออกมาอีก นายสุเทพ กล่าวว่า คนพวกนี้ไม่มีที่จะถอดเสื้อแดงหรือแยกตัวออกมา ตนยืนยันจากข้อมูลที่ติดตามพฤติการณ์คนเหล่านี้มา พรรคเพื่อไทยกับเสื้อแดงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแยกกันไม่ได้ ยกเว้นว่าหลอกประชาชนเป็นครั้งคราว สั่งให้ถอดเสื้อแดงออกเพื่อซ่อนรูปชั่วคราวเท่านั้น แต่พฤติกรรมเป้าหมายที่ทำกับประเทศชาติชัดเจน ซึ่งหลอกประชนไม่ได้ ไม่มีทาง คนก็เห็นและหลอกไม่มิดชิดด้วย ไปที่ไหนก็ยังโผล่อยู่

“ปชป.จี้“กกต.”ตรวจสอบค่าใช้จ่าย “พท.”

 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบรายการแสดงบัญชีค่าใช้จ่ายของพรรคเพื่อไทย อย่างเข้มข้นนับตั้งแต่ที่กฤษฎีกายุบสภามีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนี้มีความเชื่อได้ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มคนเสื้อแดง นอกจากนั้นแล้ว กกต. ต้องใช้กฎหมายเพื่อดูแลการจัดกิจกรรมของคนเสื้อแดงที่เป็นไปในแนวทางช่วยหาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบกับพรรคการเมืองอื่น อีกทั้งต้องทำเป็นแบบอย่างเพื่อไม่ให้พรรคการเมืองใช้รูปแบบของการปลุกการชุมนุมเพื่อจัดกิจกรรมและเอื้อให้กับการเลือกตั้งของบางพรรคการเมืองได้

เปิดตัวผู้สมัครกทม.33เขตที่อารีน่าเท็นซ.ทองหล่อเที่ยง

 นางการดี เลียวไพโรจน์ โฆษกทีมผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. แถลงว่า เวลา 12.00 น. ที่อารีน่าเท็น ซอยทองหล่อ พรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. ทั้ง 33 เขต พร้อมกับแถลงนโยบาย ที่เกี่ยวกับกทม. พร้อมกับจะเปิดโอกาสให้พูดคุยกันผู้สมัครโดยตรง ถึงแนวทางการเข้ามาทำงานด้านการเมืองและนโยบายที่จะทำ

เปิดศูนย์กทม.เขต 17ผู้สมัครชูภาพคนรุ่นใหม่ 

 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง เขตกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาเปิดศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง เขต 17 มีนบุรี คันนายาว โดยเขตนี้มี นายชาญวิทย์ วิภูศิริ เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

 นายอภิรักษ์ กล่าวยอมรับว่า การหาเสียงเลือกตั้งในพื้นที่นี้ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์จะต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก เพราะเป็นเขตพื้นที่ที่พรรคยังไม่เคยมี ส.ส. และในพื้นที่ก็มีการแข่งขันค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามพรรคจะทยอยเปิดศูนย์อำนวยการการเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่ พร้อมชูนโยบายเพื่อประชาชนและนโยบายวันแรกทำได้ทันที

 นายชาญวิทย์ วิภูศิริ กล่าวว่า แม้หลายฝ่ายมองว่าพรรคไม่มีโอกาสในพื้นที่นี้แต่จากการลงพบปะชาวบ้านตนมีความมั่นใจว่าความเป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาทำงานการเมืองจะเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่เขต17 หากมีสส.ของพรรคเข้ามาทำหน้าที่จะทำให้การผลักดันนโยบายร่วมกับกทม.คล่องตัวและที่สำคัญจะเป็นส่วนหนุนเสริมให้พรรคกลับมาเป็นรัฐบาลเพื่อเดินหน้านโยบายที่ได้ทดำเนินไว้แล้วอย่างต่อเนื่อง

"พท."พาผู้สมัครส.ส.ดอนเมือง-กองทัพสื่อขึ้นรถไฟ

 ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.05 น. แกนนำพรรคเพื่อไทยนำโดยนายวิชาญ ชัยมีอนันต์ ประธานภาคกรุงเทพ นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองประธานภาคกทม. ลงพื้นที่หาเสียงที่สถานีรถไฟหัวลำโพง โดยมีว่าที่ผู้สมัครส.ส.กรุงเทพฯ อาทิ  มล.ณัฐพล เทวกุล ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 นายการุณ โหสกุลว่าที่ผู้สมัครเขตดอนเมือง นายพงษ์พิสุทธิ์  จินตโสภณ ว่าที่ผู้สมัครเขตยานนาวา ร่วมลงพื้นที่ จากนั้นได้นำสื่อมวลชนขึ้นรถไฟไปลงสถานีดอนเมืองเพื่อช่วยว่าที่ผู้สมัครเขตดอนเมืองหาเสียง

 โดยนอ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า การมานั่งรถไฟวันนี้เพื่อสำรวจการเดินทางของคนกรุงเทพฯ โดยพรรคมีนโยบายปรับปรุงบริการของการรถไฟฯ ให้มีความสะดวกรวดเร็ว และราคาประหยัด โดยหากพรรคได้เป็นรัฐบาลจะปรับปรุงราคาค่าบริการเป็น 20 บาท ตลอดสาย

 เมื่อถามถึงกรณีกกต.ออกมาเตือนว่าผู้ที่ผู้สมัครที่ยังไม่ลงสมัครไม่ให้ติดเบอร์หาเสียง นอ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า  เรื่องดังกล่าวฝ่ายกฏหมายของพรรคได้ทำกาตรวจสอบแล้วเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา ผู้สมัครที่พรรคจะเตรียมส่งได้ลงครบทุกเขต

 ส่วนกรณีองค์กรพีเน็ตต้องการให้มีการดีเบต นอ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า พรรคมีนโยบายที่ต้องการแสดงวิสัยทัศน์ ส่วนกรณีเรียกร้องเชิญนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่ออันดับหนึ่งไปดีเบต เป็นเรื่องที่ผู้บริหารของพรรคจะตัดสินใจอีกครั้ง