ข่าว

สาทิตย์ยันแจงกกต.ใช้สื่อออนไลน์

สาทิตย์ยันแจงกกต.ใช้สื่อออนไลน์

22 พ.ค. 2554

“สาทิตย์” ยันแจง “กกต.” เรื่องค่าใช้จ่าย การใช้ “สื่อออนไลน์” หาเสียงมั่นใจเจาะฐานเสียง “วัยรุ่น-คนทำงาน-ชาวบ้าน” ได้ ชี้ “ปชป.” ใช้หาเสียงได้ประโยชน์มาก

(22พ.ค. ที่รร.มิราเคิล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐฒนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการใช้สื่อออนไลน์ โซเชียล เน็ทเวิร์ท ในการหาเสียง ที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุว่า สามารถใช้ได้ แต่ผู้สมัครต้องชี้แจงต่อกกต.เอง ว่า   เรื่องนี้ภายในพรรคมีการพูดคุยกันแล้ว เรื่องสื่อออนไลน์ โซเชียล เน็ทเวิร์ท เป็นช่องทางที่สำคัญ ซึ่งหลายประเทศมีการใช้กันอยู่ และที่เราหารือกันและเรายินดี ที่จะปฏิบัติตามระเบียบที่กกต.กำหนดทุกประการ เพราะทางพรรคใช้ทั้งเฟซบุ๊ค และไลฟ์สตรีม และมีการถ่ายทอดสดจากพื้นที่ที่ไปทำกิจกรรมมา รวมทั้งมีทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ที่เราเองก็จะต้องคิดคำนวนเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งของพรรค และตอนนี้เราก็มีการเตรียมมาที่จะทำค่าใช้จ่าย และชี้แจงทางกกต.ได้อยู่แล้ว

 กก.บห.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้เวลา 20.30 น. ทางพรรคจะจัดกิจกรรมใหญ่ มีการคุยสดกับนายกรัฐมนตรีทางแชนแนลเท็นไลฟ์สตรีม บาย เฟสบุ๊ค โดยจะมีทางช่องเนชั่นมาเชื่อมทางทวิตเตอร์ ที่จะถามนายกฯและนายกฯจะตอบ ตรงนี้ก็เป็นการดี อยากให้กกต. กำหนดให้ชัดเจนว่า การคิดค่าใช้จ่ายในออนไลน์ โซเชียล เน็ทเวิร์ท จะคิดค่าอะไร จะคิดเป็นค่าอินเตอร์เน็ตที่เป็นรายเดือนหรือ อย่างไร เพราะปกติการใช้เฟสบุ๊ค หรือ ทวิตเตอร์ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือ แม้แต่ที่เป็น เว็บไซต์ก็ไม่มีค่าใช้จ่าย

 กรณีนี้นอกจากค่าอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ทางพรรคก็จะมีไลฟ์สตรีม เช่น การยิงสัญญาณจากพื้นที่ ที่มีคิดค่าใช่จ่าย ทางพรรคพร้อมชี้แจงต่อ กกต.และทางพรรคก็จะใช้ ทางโซเชียล เน็ทเวิร์ท อย่างต่อเนื่องอย่างเข้มข้น และจะไปหยุดตามที่กกต.กำหนดให้หยุดคือก่อนวันเลือกตั้ง 2 วัน

 นายสาทิตย์ กล่าวถึงกระแสการตอบรับในเรื่องการใช้สื่อออนไลน์ โซเชียล เน็ทเวิร์ท ว่า มีกระแสตอบรับที่ดีมาก กลุ่มของคนที่สนใจการเมืองเป็นคนรุ่นใหม่ที่อายุระหว่าง 15-16   ปี ไปจนถึงวัยกลางคนประมาณ 30 ปี และที่ผ่านมาทวิตเตอร์ที่คุยกับนายกฯมีหลายแสนคน เราจึงจะใช้ผ่านทางช่องทางนี้และเราถือว่าเราเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ใช้เฟซบุ๊ค และ ไลฟ์สตรีม กับประชาชนในพื้นที่รากหญ้านั้นไม่น่ามีปัญหา ก็จะมีการใช้ที่ควบคู่กันไป ที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่เล่นระบบสื่อออนไลน์ โซเชียล เน็ทเวิร์ท ได้ทั่วถึงมากกว่า

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะแปลเป็นคะแนนที่จะกลับมาได้มากน้อยแค่ไหน กับการที่พรรคมุ่งเจาะกลุ่มคนทำงาน  กก.บห.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นสิทธิของประชาชนที่เขาต้องการจะรู้ว่าพรรคการเมืองที่ประกาศตัวเป็นนายกฯและเป็นรัฐบาล ได้ผลดี ในต่างประเทศทุกประเทศทั่วโลกก็ได้ผลดี

 ส่วนที่กกต.มองว่าหากจะใช้สื่อออนไลน์ โซเชียลเน็ทเวิร์ท จะต้องไม่มีการใส่ร้ายป้ายสีกับทางการเมืองโดยเฉพาะคู่แข่ง แต่ที่ผ่านมามีบ้างหรือไม่ที่ส.ส.ในพรรคใช้เฟสบุ๊ค หรือ ทวิตเตอร์ใช้พาดพิงฝ่ายตรงข้าม   นายสาทิตย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าในส่วนของพรรคไม่มี การใช้สื่อออนไลน์ โซเซียลเน็ทเวิร์ท ทางพรรคใช้เฉพาะการเผยแพร่นโยบาย และกล่าวถึงจุดยืนทางการเมือง ของพรรคในแต่ละเรื่อง และกิจกรรม ในส่วนของบุคคลก็จะเป็นการรับผิดชอบส่วนบุคคล แต่สิ่งที่เป็นห่วงเวลานี้ คือ เรื่องการขัดขวางการเลือกตั้ง เพราะถ้าโซเชียลเน็ทเวิร์ท ของเราได้รับการตอบรับมาก ก็กลัวการเข้ามาแทรกแซงหรือ ทำให้การถ่ายทอดโซเชียล เน็ทเวิร์ท มีปัญหาคือเคยมีการทำให้เว็ปไซด์ของพรรคล่มมาแล้ว แต่ที่ผ่านมาจะเจอเฉพาะที่นายกฯลงพื้นที่แล้วมีกลุ่มคนเสื่อแดงลงไปก่อกวน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า   การที่นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดงออกมา ห้ามกลุ่มคนเสื้อแดงก่อกวนในระหว่างที่มีการหาเสียง นั้น กก.บห.พรรคประชาธิปัตย์     กล่าวว่า หากนายณัฐวุฒิ กล่าวเช่นนั่นจริงก็เท่ากับว่าเป็นการยอมรับว่า คนเสื้อแดงไปทุกที่นายกฯไป เป็นลักษณะของความพยายามที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับการหาเสียงที่เป็นข้อกังวลของเรา อยากให้การเมืองเปิดกว้าง ให้ทุกพรรคได้ลงพื้นที่ หาเสียงเลือกตั้งได้ จะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยไปหาเสียงที่ไหนไม่เคยมีการขัดขวาง ฉะนั้นหาก พรรคประชาธิปัตย์หรือนายกฯไปที่ไหน ก็อยากจะเรียกร้องให้เปิดกว้างให้ทางเราได้ไปพบปะประชาชน และในสัปดาห์หน้าก็จะมีการลงพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือ 

 ส่วนผลโพลระบุว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.สงปาร์ตี้ลิสต์หมายเลข 1 ของพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำนายอภิสิทธิ์ นั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า การตอบรับนโยบายในการเดินหน้า แต่ละเรื่อง ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ แต่เป็นการเติมเต็มสิบนั้น ก็จะทำให้ประชาชนให้ความไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ กับประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง

 นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ตรัง พรรค ปชป.3 สมัย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 4 พรรค ปชป.1 ในสมาชิกเฟซบุ๊ค กล่าวว่า จากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกกฏควบคุมการหาเสียงของพรรคการเมืองผ่านสังคมออนไลน์ ทั้งเน็ต-เฟซบุ๊ค-ทวิตเตอร์ ต้องคิดรวมค่าใช้จ่าย นั้น เห็นว่าปัจจุบันโซเซียลมีเดียเป็นสื่อออนไลน์ช่องทางหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมจากพรรคการเมืองและผู้สมัคร เพื่อใช้สำหรับการนำเสนอผลงานและหาเสียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็วและทันสมัย

ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยที่ กกต.จะมาออกกฎเหล็กดังกล่าว เพื่อควบคุมการหาเสียงของผู้สมัคร ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และจะกลายเป็นการสร้างภาระให้กับ กกต.ด้วย ควรจะเอาเวลาที่จะมาจับผิดผู้สมัครเรื่องดังกล่าว ไปตรวจสอบการทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียง และการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งต่างๆที่ยังมีอีกหลายพื้นที่จะดีกว่า การมาเสียเวลาตั้งบุคลากรเพิ่มเพื่อติดตามตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะขนาดกระทรวงเทคโนโลยีสาระสนเทศ ( ICT ) ที่ว่าเก่งแล้วและมีเครื่องมือที่ทันสมัย ก็ยังไม่สามารถจัดการพวกหมิ่นสถาบันตามเว็ปไซต์ต่างๆได้ แล้ว กกต.จะเก่งกว่าได้อย่างไร

พท.ปัด“ทักษิณ”อยู่เบื้องหลังจัดโผปาร์ตี้ลิสต์

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเป็นคนเคาะชื่อรายชื่อผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และทำการจัดโผรัฐมนตรีไว้ล่วงหน้า ว่า ไม่เป็นความจริง กระบวนการต่างๆคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้พิจารณา แม้พ.ต.ท.ทักษิณ และสมาชิกเลขที่บ้าน 111 จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ซึ่งยังสามารถให้คำแนะนำได้ แต่ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวแน่นอน แต่มีบางคนพยายามโยงเรื่องให้พรรคเพื่อไทยทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงขอเรียกร้อง ให้หยุดกระบวนการดังกล่าว และให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมสมานฉันท์ ให้พรรคเสียงลำดับ 1 ตั้งรัฐบาล ลำดับ 2 เป็นฝ่ายค้าน หลังการเลือกตั้งความขัดแย้งรุนแรงจะหมดไป

 ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ โจมตีนโยบาย แจก แท็ปเล็ต ให้นักเรียนชั้นประถม ว่า ใช้เงินถึงแสนล้าน และบอกว่า หากทำนโยบายนี้อาจจะศูนย์เสียนโยบายอื่นๆ นั้น อาจเป็นความไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่บิดเบือน ข้อเท็จจริงว่า ตัวเลขของโครงการดังกล่าวไม่ถึงแสนล้าน พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า สามารถทำนโยบายได้ตามที่พูดทุกอย่าง และใช้งบไม่มาก ไม่เป็นภาระหนีประชาชนแน่นอน

"ทีมศก.พท.โต้“อภิสิทธิ์”วิสัยทัศน์แคบ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับนโยบายหนึ่งนักเรียนหนึ่งแทปเล็ตพร้อมระบบเอดีเอสแอลในโรงเรียนและที่สาธารณะโดยอ้างว่ามีราคาแพงและแจกเป็นจำนวนมากนั้น  เรื่องนี้วัดวิสัยทัศน์ของผู้นำอย่างแท้จริง โลกในปัจจุบันและในอนาคต การใช้คอมพิวเตอร์และการเข้าถึงอินเตอร์เนตเป็นความจำเป็นของประชาชน  เพราะมีความสำคัญในการติดต่อสื่อสาร การค้าขาย การหาข้อมูล หากนักเรียนไม่สามารถรู้จักวิธีใช้คอมพิวเตอร์และใช้อินเตอร์เนต อนาคตโตขึ้นมาจะไม่สามารถเจริญก้าวหน้าได้ ที่สำคัญราคาแทบเล็ตไม่ได้แพง ปัจจุบันแทบเล็ตที่ทำในจีนและอินเดีย มีราคาประมาณ 100 เหรียญ (สามพันบาท) เท่านั้น และพรรคเพื่อไทยจะเริ่มแจกเฉพาะนักเรียน ป.1 เท่านั้นที่มีปริมาณประมาณ 800,000 คน และจะแจกทุกปี เป็นจุดเริ่มต้น

นอกจากนี้ยังจะต้องพัฒนาระบบการเรียนการสอนเป็นระบบการเรียนการสอนผ่านอินเตอร์เนต และอี-บุ๊คจะเป็นการพัฒนาประเทศนี้ได้อย่างแท้จริง หากผู้นำประเทศนี้ไม่สามารถมองเห็นความสำคัญในเรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่เศร้ามาก ส่วนเรื่องการให้บริการเอดีเอสแอลพร้อมวายฟายในทุกโรงเรียนและที่สาธารณะฟรีนั้น พรรคมีนโยบายจะบังคับให้บริษัทที่ประมูลระบบมือถือ 3 จี เป็นผู้ดำเนินการ  ดังนั้นหากประชาชนเห็นว่าการเรียนรู้และการเข้าถึงอินเตอร์เนตเป็นสิ่งสำคัญให้เลือกพรรคเพื่อไทย