ข่าว

ระหว่าง“มืออาชีพ”กับ“มือสมัครเล่น”

ระหว่าง“มืออาชีพ”กับ“มือสมัครเล่น”

22 พ.ค. 2554

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ตั้งแต่วันที่ 19-23 พฤษภาคม 2554 และเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 24-28 พฤษภาคม 2554 นับจากนี้เป็นต้นไป คนไทยทั้งประเทศก็จะได้เห็นป้ายหาเสียงของพรรคการเมือ

และนักการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นมลภาวะทางสายตาไปจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้งคือ 3 กรกฎาคม 2554 ในระยะเริ่มต้นป้ายหาเสียงทุกป้ายจะมีชื่อและสัญลักษณ์พรรค ชื่อและภาพในหน้าของผู้สมัครที่มีสีสันสวยสดงดงามดี แต่ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ป้ายหาเสียงเหล่านั้นก็จะเริ่มแปรสภาพไปจากเดิม หากไม่ถูกเติมแต่งข้อความหรือสีสันที่ต่างไปจากเดิม บางภาพก็จะถูกทำลายให้ชำรุดเสียหายจนเจ้าพรรคและเจ้าป้ายอาจจำไม่ได้ว่าเคยเป็นของตัวเองมาก่อน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จนแทบจะกลายเป็นวัฒนธรรมเลวๆ ที่นักการเมืองด้วยกันเองสร้างมันขึ้นมาเพื่อทำลาย “คู่แข่งขัน” ให้ได้รับความเสียหายก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง

 นอกจากป้ายหาเสียงที่ดารดาษกลาดเกลื่อนจนกลายเป็นทัศนะอุจาดแล้ว ในปีนี้เรายังจะได้เห็นพรรคการเมืองใหม่ๆ ที่ผ่านการรับรองจาก กกต.แล้ว 57 พรรค รวมไปถึงนักการเมืองหน้าใหม่ทั้งที่ตั้งใจลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อก้าวเข้าสู่สนามการเมืองอีกนับร้อย ปนเปกับพรรคการเมืองเดิมที่ทำงานการเมืองมาอย่างยาวนาน และนักการเมืองหน้าเดิมๆ ที่เคยมีบทบาทในสภามาแล้ว จนเกิดความสับสนใจและเลือกไม่ถูก นักการเมืองหน้าใหม่เหล่านี้บางคนก็เป็นเพียง “มือสมัครเล่น” ที่ก้าวขึ้นมาบนถนนการเมืองด้วยเหตุผลต่างๆ นานา หลายคนคือเครือญาติของนักการเมืองเดิมที่ลงสมัครครั้งแรกเพื่อแนะนำตัวเอง หรือ “ชิมลาง” บ้างก็ลงสมัครแทนพ่อแม่หรือพี่น้องที่ถูก “ตัดสิทธิ์” ทางการเมือง เข้ามาดูแลหรือรักษาผลประโยชน์ในทางการเมืองและธุรกิจของตระกูลให้ยั่งยืนสืบไป

 มองมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องดีที่การเมืองไทยมี “เลือดใหม่” เข้ามาถ่ายเท หากนักการเมืองผู้นั้นผ่านการเรียนรู้จากพรรคการเมืองเดิมๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนคือ สมัครเป็นสมาชิกพรรคเดิมๆ เพื่อช่วยเหลืองานในพรรคการเมืองเหล่านั้นมานานพอสมควร มิได้หมายถึงพรรคการเมืองบางพรรคที่เพิ่งโผล่มาให้เห็นชื่อ แล้วส่งคนที่จู่ๆ ก็โผล่หน้าเข้ามาให้ประชาชนเลือกโดยอาศัยสิทธิ์ตามกฎหมาย พรรคการเมืองและนักการเมืองเหล่านั้น ในสายตาก็ไม่ต่างไปจาก “พรรคการเมืองเฉพาะกิจ" และ “นักการเมืองฉวยโอกาส” เท่านั้นเอง !

คลี่ข่าวคลายปม
ภาณุมาศ ทักษณา