
คิดบัญชี74 มือปืนภูธรภาค7สกัด"ไข้โป้ง"ล้างบางเลือกตั้ง
เปิดฉากการเลือกตั้งอย่างป็นทางการไปแล้ว เมื่อ 30 พรรคการเมืองตบเท้าลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังจากนี้ อย่ากะพริบตา การเคลื่อนไหวในการแข่งขันชิงชัยในพื้นที่ต่างๆ
ของผู้ลงสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตการเลือกตั้งคงดุเดือด อาจถึงขั้นแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิตกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะพื้นที่การดูแลของ พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการแข่งขันทางการเมืองสูง จะรับมือศึกเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร?
-ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองและการเลือกตั้งในพื้นที่
ในความคิดของใครหลายคน อาจจะมองว่าในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 จะมีการแข่งขันทางการเมืองที่รุนแรงนั้น ผมมองว่าน่าจะมองกันผิด เพราะเท่าที่ผมสัมผัสและรับรู้ข้อมูลต่างๆ เชื่อว่าในพื้นที่นี้น่าจะโชคดีกว่าหลายๆ พื้นที่ โดยเฉพาะทางแถบพื้นที่อีสาน ทั้งนี้เนื่องจากในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 ไม่มีการแบ่งสีเสื้อหรือมี ก็ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวอะไรรุนแรง
หากมองในภาพรวมในพื้นที่มีพรรคใหญ่ที่เป็นคู่แข่งกันคือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผ่านมาก็อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน หลังจากผลการเลือกตั้งออกมาก็อาจจะต้องกลับไปร่วมงานกันอีกจึงมั่นใจว่าผู้ลงสมัครของแต่ละพรรคคงไม่ออกนอกกติกาการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่มีการแข่งขันกันหาเสียง แม้จะไม่มีแค่ 2 พรรคใหญ่ อาจมีอีกหลายพรรคเข้าร่วมชิงชัยให้ได้ ส.ส.ของตัวเองได้รับเลือกตั้งมากที่สุดนั้น ผมก็ยังเชื่อว่าในพื้นที่จะไม่มีความรุนแรง ไม่มีการใช้อาวุธ ทั้งนี้เนื่องจากพิจารณาจากรายชื่อของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่ค่อยนิยมความรุนแรงอีกทั้งยุคสมัยก็เปลี่ยนไปแล้ว
-แผนรับมือช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง
หลักปฏิบัติเราได้มอบนโยบายลงไป 3 ส่วนด้วยกัน คือ 1.การป้องกันการก่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่หรือพูดง่ายๆ ก็คือเรื่องการจัดการมือปืน ทั้งที่อยู่ในพื้นที่และการเฝ้าระวังมือปืนที่จะเข้ามาสร้างความวุ่นวายจากต่างถิ่น ตอนนี้เรามีข้อมูลบุคคลเหล่านี้อยู่ครบหมดแล้ว ประกอบด้วยผู้ที่นิยมชมชอบความรุนแรง พวกที่มีประวัติหมายจับ และพวกวัยรุ่นดาวรุ่งหน้าใหม่ รวมแล้ว 74 ราย ซึ่งการดำเนินการของเรานั้นทำตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือการเข้าชนเป้าหมาย ด้วยการสั่งให้ ผบก.ทุกจังหวัดใต้การดูแลไปหาข้อมูลของคนเหล่านี้ว่าทำอะไรอยู่ที่ไหนทำข้อมูลให้อัพเดทที่สุด ส่วนคนที่มีหมายจับก็ให้จับกุมทันที ส่วนคนที่ไม่มีหมายจับก็ให้เรียกมาคุยทำความเข้าใจให้ตรงกันว่าอย่าก่อเหตุอะไรที่ไม่สมควรทำ
ส่วนเรื่องที่ 2 รักษาความปลอดภัยแขกวีไอพี ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ขณะนี้ได้จัดฝึกอบรมทบทวนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เน้นเพิ่มศักยภาพในการสังเกต การใช้อาวุธ การแต่งกายที่เหมาะสม ตรงนี้เป็นหน้าที่โดยตรงของเรา และเรื่องสุดท้ายที่เน้นย้ำอยู่ตลอดเวลา คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องปฏิบัติตัวให้เป็นกลางมากที่สุดอย่าเลือกปฏิบัติกับใครคนใดคนหนึ่ง ให้ปฏิบัติตัวกับประชาชนทุกคนให้เท่าเทียมสม่ำเสมอกัน
-พื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุรุนแรง
ตำรวจภูธรภาค 7 รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม สมุทรสงคราม ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุพรรณบุรี สมุทรสาคร เพชรบุรี และกาญจนบุรี โดยทุกจังหวัดมีการเฝ้าระวังเป็นอย่างดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่พื้นที่ที่น่าจับตามองว่าเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงในขณะนี้ คือ ราชบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม แต่ผมยังไม่ขอกล่าวรายละเอียดอะไรมากกว่านี้ เนื่องจากผู้สมัครยังไม่ได้ไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ตอนนี้แค่มีข่าวว่าใครจะมาลงรับเลือกตั้งเท่านั้น
ถึงตอนนี้ ผมก็ยังเชื่อว่าจะไม่มีใครเล่นนอกกติกาหรือนอกเกม เพราะที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้งทุกคนก็เป็นคนในพื้นที่เห็นหน้าตากันอยู่ว่าใครเป็นใคร หลังการลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ผมจะเข้าไปพูดคุยด้วยตนเองฉันพี่น้องแบบไม่เข้าใครออกใคร ขอให้ทุกฝ่ายเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่าเล่นนอกเกม อย่าใช้การเคลื่อนไหวของพลังประชาชน หากถึงขั้นนั้นแล้วก็คงจะต้องว่ากันไปตามระเบียบแบบแผนที่บังคับไว้ สำหรับผู้รับสมัครที่กลัวว่าตัวเองจะเกิดความไม่ปลอดภัยก็สามารถร้องขอผ่านสถานีตำรวจขึ้นมา จะส่งชุด รปภ.ของเราไปคุ้มกันอย่างดี
-หลังนับคะแนนเลือกตั้งอาจเกิดเหตุร้าย มีมาตรการรับมืออย่างไร
หากหมายถึงการไล่เช็กบิลหัวคะแนน หรือผู้ที่ได้รับตำแหน่ง ส.ส. หลังการเลือกตั้งนั้น ผมคิดว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะหลังจากนับคะแนนแล้วภาพอะไรมันน่าจะชัดเจนยิ่งขึ้น คนที่รู้ตัวว่าได้รับตำแหน่งนี้ก็คงป้องกันตัวเองอย่างดี มีการร้องขอชุด รปภ. หรือไม่ก็ย้ายออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราว ซึ่งหัวคะแนนก็เหมือนกัน ผมเชื่อว่าเขาต้องเซฟตัวเองก่อนเป็นลำดับแรก แต่เราก็ไม่ได้ประมาท มีคำสั่งออกไปแล้วว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายห้ามออกนอกพื้นที่หลังการนับคะแนนเสร็จเป็นเวลา 75 วันเพื่อเตรียมพร้อมไว้หากเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นในพื้นที่ นอกจากนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวเราได้ตั้งด่านตรวจ 104 จุดตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อตรวจค้นผู้ต้องสงสัยและอาวุธปืนอีกด้วย ทั้งนี้ยังให้ชุดเคลื่อนที่เร็วอีก 12 ชุดคอยปฏิบัติงานเสริมอีกด้วย
-มองการเมืองในพื้นที่หลังเสร็จศึกเลือกตั้งอย่างไร
ผมไม่มีความเห็น ผมคงตอบไม่ได้ว่าหลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ใครจะมาเป็นรัฐบาล แต่ในฐานะที่ผมเป็นข้าราชการตำรวจมีอายุราชการมายาวนาน ผมรู้เพียงอย่างเดียวคือหน้าที่ที่ตัวเองต้องรับผิดชอบดูแลสารทุกข์สุกดิบของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพย์สินหรือความปลอดภัยของประชาชน ผมรู้เพียงอย่างเดียวว่าจะต้องทำหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบให้ดีที่สุด และไม่ว่าผมจะอยู่ตรงไหนผมก็จะปฏิบัติแบบนั้น และขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจด้วยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เจ้าหน้าที่จะวางตัวอย่างเป็นกลาง ใครทำผิดก็ว่ากันไปตามผิด รับรองว่าจะไม่มีการเข้าข้างถือหางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแน่นอน
-เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว ท่านอยากจะขออะไรจากรัฐบาลใหม่
เป็นที่รู้กันดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนนั้นมีความเดือดร้อนเรื่องรายได้และความเป็นอยู่ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะรายรับจากเงินเดือนสวัสดิการไม่พอต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ที่ผ่านมาผมเชื่อว่าตำรวจระดับบังคับบัญชาหลายคนมองเห็นเหมือนกัน และพยายามที่จะหามาตรการอะไรมาช่วยเหลือแต่มันก็เป็นในภาพเล็กๆ ไม่ใช่ภาพที่กว้าง หากผมขออะไรรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งนี้ได้จริงๆ คงจะขอเรื่องการยกระดับความเป็นอยู่ของข้าราชการชั้นผู้น้อยให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน เพื่อให้พวกเขาเหล่านี้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ไชยฤทธิ์ เสนาะวาที : เรื่อง วัชรชัย คล้ายพงษ์ :ภาพ



