
ปชป.ยันปาร์ตี้ลิสต์นั่งรมต.ต้องลาออก
แกนนำปชป.รับปากผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ตำแหน่งทางการเมืองทุกคน หากได้ตั้งรบ.แต่ต้องลาออกจากบัญชีรายชื่อให้อันดับท้ายๆเลื่อนเป็น ส.ส. แทน แบ่งโซน ช่วยผู้สมัครเขต
(21พ.ค.) เวลา 10.00 น.การสัมนาผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ทั้ง125 คนของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีผู้สมัครส.ส.ที่เป็นแกนนำพรรคเดินทางมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้นายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ซึ่งลากิจไปร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวที่รับปริญญาโท ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ได้เข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าวด้วย
โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กล่าวในงานสัมนาว่า ส.ส.สัดส่วนที่อยู่ลำดับท้ายๆ ขออย่าเพิ่งหมดหวัง มั่นใจว่าบัญชีรายชื่อไม่ได้ทั้ง 125 คน คนอยู่ต้นๆ ได้แน่นอนก็อย่ากินแรงเพื่อน คนอยู่ท้ายๆ ที่ไม่ได้แน่นอนก็อย่าหมดกำลังใจ โลกของเราทุกวันนี้ โรคภัยไข้เจ็บเยอะ สึนามิก็ไม่ได้ตายทีละคน ทั้งนี้ ขอให้ส.ส.บัญชีรายชื่อในลำดับต้นๆ หากได้จัดตั้งรัฐบาล และได้เป็นรัฐมนตรีก็ขอให้มีมารยาททางการเมือง อย่านั่งควบ 2 ตำแหน่งทั้งส.ส.และรัฐมนตรี แต่ขอให้ลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อให้มีการเลื่อนลำดับ ให้เพื่อนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับถัดไปได้ขึ้นมาเป็นส.ส.แทน
ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค และผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ขอย้ำให้คนที่เป็นรัฐมนตรีลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อ เว้นแต่นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ซึ่งมติของคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครพรรค ที่ตนเป็นประธานเห็นว่า แต่ละคนที่เป็นรัฐมนตรีก็อย่าเอาญาติพี่น้องหรือคนใกล้ชิดมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ขอให้เอาผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคมาทำหน้าที่นี้ ดังนั้น ขอให้คิดถึงเพื่อนร่วมพรรค ซึ่งร่วมต่อสู้มาด้วยกันและยังไม่ได้เป็นส.ส.ด้วย แต่จากการลงพื้นที่ของนายกฯ หลังการยุบสภาเราได้เห็นแล้วว่าเพื่อไทยมีการจัดตั้งคนเสื้อแดงให้ติดตามไปขัดขวาง และต่อต้านนายกฯ มากขึ้น แล้วอย่างนี้จะปรองดองได้อย่างไร ปากพูดปรองดองแต่การกระทำมันสวนทางเป็นอีกอย่างหนึ่ง
ด้านนายสุเทพ กล่าวย้ำว่า บัญชีรายชื่อของพรรคจะได้เป็นรัฐมนตรี หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล และบัญชีรายชื่อที่อยู่ลำดับท้ายๆ ก็จะได้เลื่อนขึ้นมาเป็นส.ส.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเดินทางกลับจากการรณรงค์หาเสียงเปิดตัวผู้สมัครย่ายฝั่งธนบุรี และเปิดตัวนโยบายวันแรกทำทันที ได้เดินทางมายังพรรคประชาธิปัตย์ และกล่าวในการสัมมนาผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคว่า ตนขอยืนยันว่าผู้สมัครบัญชีรายชื่อทุกคนจะมีตำแหน่งทางการเมือง โดยจะจัดสรรให้อยู่ในตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้ช่วยรัฐมนตรี หรือโฆษก หากเราได้เป็นรัฐบาล ตอนนี้ที่ขาดเพียงแต่ผู้หญิงที่เป็นโฆษก
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้มีการมอบนโยบายให้ผู้สมัครบัญชีรายชื่อไปชี้แจงในพื้นที่ต่างๆ ว่านโยบายต่างๆ ของพรรคได้ประสบความสำเร็จและตรงกับความต้องการของชาวบ้าน อาทิ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยเลี้ยงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือแม้กระทั่งกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยจะเพิ่มวงเงินกู้ยืมให้นักศึกษาได้เรียนในมหาวิทยาลัยอีก 2.5 แสนคน การเรียนฟรี 15 ปี ค่าเพิ่มแรงขั้นต่ำ 25 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มกองกำลังปราบยาเสพติด รวมทั้งให้เน้นย้ำโครงการประกันรายได้สินค้าการเกษตร การตรึงราคาแก็สหุงต้ม ราคาน้ำมัน แก้ปัญหาว่างงาน ซึ่งทำให้มีการส่งออกสูง และการท่องเที่ยวในประเทศก็มีตัวเลขสูงขึ้นด้วย แม้จะมีกลุ่มเสื้อแดงกลับมาเผาเมืองก็ตาม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องชูเรื่องเดินหน้าประเทศไทย เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน โดยให้เปรียบเทียบผลงานพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย ว่าหากพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลต่อแล้วจะเป็นอย่างไร ถ้าพรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลแล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งขอให้เน้นย้ำว่าหากพรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลจะมีการยกเลิกโครงการประกันรายได้ และจะกลับไปทำโครงการรับจำนำเหมือนเดิม ซึ่งก็จะเจอปัญหาเดิมๆ คือโควตาการจำนำเต็ม ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำเพื่อประชาชน แต่พรรคเพื่อไทยทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่วนเรื่องการปรองดองต้องให้คนกลางเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่การนิรโทษกรรม แม้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครบัญชีรายชื่ออันดับที่ 1 จะชูเรื่องปรองดองก็ตาม แต่ดูจากรายชื่อในบัญชีรายชื่อแล้วไม่รู้จะปรองดองได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนท้ายของการประชุม นายสุเทพได้ให้ส.ส.บัญชีรายชื่อแต่ละคนเขียนแสดงความจำนงค์ ว่าใครจะขอดูแลรับผิดชอบพื้นที่ไหนของส.ส.เขต โดยนายสุเทพจะรวบรวมชื่อและพื้นที่ทั้งหมดมาพิจารณาอีกครั้งถึงความเหมาะสม ก่อนจะมอบหมายให้ผู้สมัครบัญชีรายชื่อไปดูแลในพื้นที่นั้นๆ อาทิ ภาคเหนือ 16 จังหวัด ให้นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ นายไพทูรย์ แก้วทอง นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ และนายชัยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ดูแลส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อในภาพรวมทั้งหมด โดยแบ่งให้นายไพทูรย์ แก้วทอง ดูแลส.ส.ระบบเขต 5 ในจังหวัดภาคเหนือคือ เพชรบูร พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ ส่วนที่เหลืออีก 11 จังหวัดให้นายเทอดพงษ์ นายสามารถ และนายชัยวัฒน์ ช่วยดูกันแล
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายวีระชัย วีระเมธีกุล และนายประกอบ จิรกิตติ ดูแลส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อภาคอีสาน ส่วนส.ส.เขตแบ่งให้นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายอิสระ สมชัย นายวิฑูรย์ นามบุตร พ.อ.วินัย สมพงษ์ เป็นผู้ดูแล ส่วนภาคตะวันออก ให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ดูแลส.ส.บัญชีรายชื่อภาพรวมทั้งหมด 7 จังหวัด โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี นายธีระ สลักเพชร ดูแลส.ส.ระบบเขตภาคตะวันออก โดยส่วนภาคกลางให้นายอลงกรณ์ พลบุตร นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และนายนิพนธ์ วิสิษฐ์ยุทธศาสตร์ เป็นผู้ดูแลส.ส.เขต ในส่วนของกทม.จะมีทีมงานของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ดูแลอยู่ ในส่วนของภาคใต้ไม่ต้องดุแล เพราะผู้สมัครสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการสัมนาในเวลา 14.00 น. แกนนำและผู้สมัครของพรรคได้แบ่งกลุ่มย่อยหารือ โดยมีนายชวนและนายบัญญัติร่วมรับฟังด้วย โดยตลอดการสัมนาไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมสังเกตการณ์



