
'หลวงพ่อคูณ'น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น37กก.
หลวงพ่อคูณอาการดีขึ้นเรื่อยๆ น้ำตาลในเลือดเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ น้ำในเยื้อหุ้มปอดทรงตัว นัดเอ็กซเรย์ปอดดูความคืบหน้าอีกครั้งสัปดาห์หน้า น้ำหนักเพิ่มเป็น 37 กก.แพทย์ยิ้ม หากน้ำหนักถึง 40
รายงานความคืบหน้ากรณีพระเทพวิทยาคมหลวงพ่อคูณปริสุทโธ เจ้าอาวาส วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด นครราชสีมา อาพาธด้วยภาวะวัณโรคปอดระยะแรกเริ่มที่ปอดทั้งสองข้าง รวมทั้งพบน้ำในเยื่อหุ้มปอด ขณะนี้หลวงพ่อคูณยังฉันท์อาหารเหลว และยารักษาวัณโรคผ่านทางสายยางขนาดเล็กผ่านช่องจมูกด้านขวาลงหลอดอาหารสู่กระ เพาะอาหารหรือ เอ็นจีทิวส์ คณะแพทย์ติดตามเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด
ล่าสุดเวลา 10.00 น.วันที่ 21 พ.ค. ที่ห้อง 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 รพ.มหาราชนครราชสีมา นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.มหาราชนครราชสีมา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ พร้อมคณะแพทย์ได้เข้าตรวจอาการหลวงพ่อคูณ ซึ่งการรักษาอาการภาวะวัณโรคปอดและการให้ยามากว่า 2 สัปดาห์แล้ว พร้อมกับสอบถามอาการกับหลวงพ่อฯ ซึ่งพูดคุยได้ดี ความจำเป็นดี ไม่มีไข้ โดยภาพรวมยังคงเดิม รับอาหารที่ให้ทางสายยางได้ดี สำหรับผลข้างเคียงจากยารักษาวัณโรคในตอนนี้ยังไม่มี ส่วน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาการรักษาเราพอใจในระดับหนึ่งแล้ว แต่คงจะต้องรอดูอย่างน้อยอีกสักประมาณ 3 สัปดาห์เป็นอย่างน้อยว่าหลวงพ่อคูณ จะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร และถ้าพ้น 1 เดือนนี้ไปได้แล้วหลวงพ่อคูณ มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆก็เป็นสิ่งที่น่าพอใจ ซึ่งผู้ป่วยที่ป่วยเป็นวัณโรคช่วงเดือนแรกถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญ อย่างไรก็ตามคณะแพทย์ยังให้ฉันทางสายยาง รวมทั้งการพ่นยาละลายเสมหะ และยังมียาที่ให้ทางหลอดเลือดดำอยู่ต่อไป ซึ่งความจริงคณะแพทย์ ได้ให้ยาทั้งทางหลอดเลือดดำ และในรูปยาฉันด้วย แต่จะเปลี่ยนจากยาที่ให้ทางหลอดเลือดดำเป็นยาฉันนั้น อาจจะเป็นสัปดาห์หน้า
"อย่างไรก็ตามคณะแพทย์ก็ยังห่วงถึงเรื่องภาวะแทรกซ้อนจากตัววัณโรคเอง จากยาที่ให้และโรคอื่นที่ท่านเป็นอยู่ เช่นเรื่องทางสมอง หรือทางหัวใจ และรวมถึงการติดเชื้อซ้ำซ้อนด้วย ตนซึ่งการที่ทำการรักษาหลวงพ่อมาตั้งแต่แรกมา ท่านก็ดีขึ้นมาในระดับหนึ่ง ซี่งเป็นสัญญาณที่ดีที่เห็นได้ชัดก็คือหลวงพ่อคูณ รับอาหารที่ให้ทางสายยางได้ แต่ก็คงจะต้องดูกันต่อไป อย่างน้อยอีก 3 สัปดาห์หรืออีก 1 เดือน โดยเฉพาะเรื่องน้ำหนักตัวเพิ่มเป็น 37 กก.แล้ว นับว่าเป็นผลดีกับหลวงพ่อ เพราะถ้าน้ำหนักตัวน้อยโอกาสจะเกิดผลข้างเคียงจากยา และวัณโรคก็มากขึ้น ซึ่งคณะแพทย์ต้องการให้หลวงพ่อคูณมีน้ำหนักตัวประมาณ 40 กก. จะทำให้มั่นใจในการรักษาได้ดีขึ้น" นพ.พินิศจัย กล่าว
ด้านนายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ " ไก่โต้ง " เลขาส่วนตัวหลวงพ่อคูณ และเลขานุการวัดบ้านไร่ ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดที่ดูมากที่สุด กล่าวว่า อาการหลวงพ่อดีขึ้นเรื่อยๆ ดีขึ้น ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หมอดูแลหลวงพ่อคูณเต็มที่ การเปลี่ยนยาบ่อยๆก็อยู่ที่หมอ ตอนนี้น้ำหนักตัวเป็น 37 กก.และมีท่าทีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยรวมเวลาจะปัสสาวะก็บอกได้ จะเข้าห้องน้ำก็บอกลูกศิษย์ได้ ความจำดี จำลูกศิษย์ได้ เรียกชื่อได้ถูกทุกคน หลวงพ่อบอกว่ายังไม่อยากกลับวัด และยังบอกว่า ให้หมอรักษาให้ดีๆแล้วค่อยกลับวัด หลวงพ่อเป็นพระของแผ่นดิน เป็นพระของปวงชนทั่วไป ท่านเป็นพระผู้ให้ ส่วนศิษยานุศิษย์ที่อยากจะมาเยี่ยมต้องบอกว่า ตอนนี้ไม่สะดวกที่จะมาเยี่ยมเพราะกลัวท่านจะติดเชื้อได้ง่าย ยังไม่ต้องมาเยี่ยขอให้อยู่ที่บ้านตั้งจิตภาวนาให้หลวงพ่อแข็งแรงก็พอแล้ว



