ข่าว

ชี้หาเสียงผ่านเน็ตต้องคิดเป็นค่าใช้จ่าย

ชี้หาเสียงผ่านเน็ตต้องคิดเป็นค่าใช้จ่าย

21 พ.ค. 2554

เลขากกต.เผย ได้รับการติดต่อจากองค์กรเอกชนต่างประเทศ ขอสังเกตการณ์เลือกตั้งไทย จี้กกต.จว.ปลุกพลังเงียบใช้สิทธิ์ กำชับระวังวิชามารดิสเครดิตกกต. ระบุ หาเสียงผ่านโซเชียลฯคิดค่าใช้จ่ายด้วย

(21พ.ค.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีการประสานงานจากองค์กรภาคเอกชนระหว่างประเทศที่ประกอบด้วยหลายชาติประมาณ 50-70 คน ซึ่งเป็นชุดใหญ่จะเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ซึ่งจะเข้ามาทุกครั้ง โดยกกต.จะอำนวยความสะดวกให้ เพราะองค์กรเหล่านี้จะเข้ามาให้กกต.บรรยายให้ข้อมูลในเรื่องกฎกติกาที่ได้เปลี่ยนไป นอกจากนี้กกต.ยังมีโครงการจัดให้คณะผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศซึ่งทางกกต.ได้เชิญ กกต.ในต่างประเทศที่เรามีความสัมพันธ์ให้เข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งด้วย โดยกกต.ได้ตั้งงบประมาณ 5-6 ล้านบาทไว้รองรับ นอกจากนี้ยังมีสหภาพยุโรปหรืออียูจะเข้ามาวิเคราะห์ถึงกฎหมายและระเบียบต่างๆในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย ซึ่งขณะนี้กกต.กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะให้เข้ามาในรูปแบบนี้หรือเข้ามาในลักษณะสังเกตการณ์ เพราะการเข้ามาในลักษณะดูกฎระเบียบจะคล้ายกับที่องค์กรภาคเอกชนระหว่างประเทศจะเข้ามา

 การมีผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศที่มีความเป็นกลาง เข้ามาตรวจสอบดูการเลือกตั้งของไทย ถ้าใช้ได้ก็แสดงว่าเราสอบผ่าน อย่างไรก็ตามตั้งแต่กกต.ชุดนี้เข้ามาก็มีการสังเกตการณ์ เรามั่นใจว่าของเราถูกต้องได้มาตรฐาน ซึ่งการที่มีการซื้อเสียงไม่ได้หมายความว่ากกต.ล้มเหลว ทั้งนี้ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งถ้าเข้ามาในประเทศไทยต้องเคารพกติกาตามกฎหมายไทย เพราะมีหลักการสังเกตการณ์ระหว่างประเทศของสหประชาชาติ ดังนั้นถ้ามีการสังเกตการณ์การเลือกตั้งจากคณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งระหว่างประเทศ ก็ขอให้อำนวยความสะดวกด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โรงแรมรามาการ์เดนท์ รีสอร์ท คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดการประชุมชี้แจงเตรียมพร้อมการจัดการเลือกตั้งส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2554 โดยมีกกต.ประจำจังหวัด (กกต.จว.) และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.กต.จว.) ทั่วประเทศร่วมประชุม โดยนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวในหัวข้อ "การประชาสัมพันธ์เชิงรุกในการเลือกตั้งส.ส." ว่า ผลสำรวจความคิดเห็นสรุปมาว่า เยาวชนส่วนใหญ่เบื่อการเมืองเพราะเห็นว่าการเมืองขณะนี้มีแต่ความขัดแย้ง คำนึงผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง เข้ามาเพื่อให้ได้อำนาจ ดังนั้นเราจะจัดการรณรงค์อย่างไรให้คนเหล่านี้มีความรู้สึกที่ดีต่อการเมือง แต่ต้องยอมรับว่าสภาพการเมืองขณะนี้เวลานี้ถึงขั้นวิกฤต ขนาดคนที่ไม่เลือกข้างก็ถูกจับยัดเยียดให้เลือกข้าง นอกจากนี้ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นประชาชนทั่วไปก็เบื่อการเมือง ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นพลังเงียบไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น หรือโชว์พลังแต่อย่างใด ดังนั้นต้องการรณรงค์ให้พลังเงียบออกมาใช้สิทธิและสะท้อนให้เห็นผลดีของการออกมาใช้สิทธิจะมีผลอย่างไร และขอเน้นย้ำการรณรงค์ออกมาไม่อยากได้แค่ปริมาณแต่อยากให้ออกมาใช้สิทธิเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ

 นายสุทธิพล กล่าวว่า สภาพการเมืองไทยขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเราก็ให้นักการเมืองต่างๆลงนามพันธะสัญญาต่างๆเอาไว้ในเรื่องกฏกติกา แต่สิ่งที่เราไม่ได้ลงไว้ในพันธะสัญญาในเรื่องการหาเสียง ที่ไม่ควรมีการใส่ร้ายสาดโคลนเข้าหากัน ขอฝากบอกนักการเมืองในพื้นที่ให้ประชาชนรู้ด้วยว่าให้พรรคการเมืองเน้นหาเสียงเกี่ยวกับเรื่องนโยบายที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่เน้นแต่เรื่องการกล่าวหาสาดโคลนใส่กัน เพราะสถานการณ์ขณะนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้ง นักการเมืองต้องการชัยชนะสิ่งที่เขาทำก็มองฝ่ายตรงกันข้ามพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่งขัน มีการสาดโคลน ถ้าเราป้องปรามได้การหาเสียงแบบสาดโคลนเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดไม่เป็นผลดีเลยจนถึงขั้นใส่ร้ายหลอกลวงเป็นความผิด

 "ที่ต้องระวังคือการโจมตีผู้จัดการเลือกตั้ง อันนี้เป็นเทคนิคตอนนี้ เขาเริ่มเปิดประเด็นการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่พิมพ์เกินแล้ว อย่างที่นายประพันธ์ นัยโกวิทกกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้งเรียนให้ทราบทุกครั้งจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งจะถูกโจมตีทุกครั้ง แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมได้เสนอให้กกต.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาควบคุมดูแลพร้อมกับออกระเบียบว่าด้วยการทำลายบัตรเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้จะมีการกำหนดคุณลักษณะบัตรเลือกตั้งทำอย่างไรให้รัดกุมยิ่งขึ้นด้วย" นายสุทธิพล กล่าว

 นายสุทธิพล กล่าวว่า อีกทั้งเมื่อผลเลือกตั้งออกมาแล้วไม่พอใจก็มีการร้องว่ากกต.ช่วยฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ กกต.ช่วยพรรคการเมืองไม่เกิดประโยชน์ ถ้าเราไปช่วยใครเราจะไม่ดำรงตนเป็นกลางความเสื่อมศรัทธาจะเกิดขึ้นทันทีอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว การเคลื่อนไหวดิสเครดิตจะมีการทำเป็นระบบ อย่าให้กกต.จว. ตกเป็นเป้าถูกดิสเครดิต จะส่งผลต่อศรัทธาได้ ขณะนี้กกต.ต้องทำงานบนท่ามกลางวิชามารและความขัดแย้งในสังคม กฎ กติกาเลือกตั้งก็สับสนอยู่แล้ว เลือกตั้งระดับชาติเวลานี้กฎกติกาก็เปลี่ยนไป ส่งผลต่อความเข้าใจรับรู้ของประชาชนที่อาจเกิดความสับสนได้ ส่วนเรื่องการวินิจฉัยกกต.ตนมองว่าถูกต้องตามกฎหมายแต่ถูกวิจารณ์ เพราะผลวินิจฉัยไม่ถูกใจ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีนักการเมืองที่ทำผิดแล้วขอโทษ จะมีแต่กกต.ให้ใบแดงแล้วนักการเมืองก็โต้เลยว่ากกต.สองมาตรฐาน ดังนั้น ถ้าเราไม่ชี้แจงสื่อลงกกต.สองมาตรฐาน

 นายสุทธิพล กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มมีการหาเสียงผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กแล้ว ซึ่งเป็นการหาเสียงที่ราคาถูกมาก เป็นที่นิยมและตรงกลุ่มเป้าหมาย แม้ว่าสามารถทำได้ แต่อย่าให้เข้าข่ายเรื่องการใส่ร้ายป้ายสีโจมตีกันแม้กระทั่งเรื่องระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดในเรื่องหาเสียงก่อนวันเลือกตั้งต้องประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจ เพราะมีบางคนอาจกระทำผิดโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในการหาเสียงต้องรายงานค่าใช้จ่ายด้วยไม่เช่นนั้นจะเป็นความผิดตามกฎหมาย ขณะเดียวกันการใช้ถ้อยคำถ้าเข้าข่ายลักษณะใส่ร้ายหรือหลอกลวงตามมาตรา 53 (5) ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. ก็จะเข้าองค์ประกอบความผิดได้ และผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนพรรคการเมืองเวลานี้พรรคการเมืองก็ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเจาะกลุ่มเป้าหมายประมาณ 8-9 ล้านคน ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายก็ต้องนำมารวม อย่างการส่งเอสเอ็มเอสหรือข้อความสั้นเชิญชวนให้มาเลือกเบอร์นั้นเบอร์นี้ในต่างประเทศจะมีการคิดค่าใช้จ่ายเลือกตั้งด้วย และประเทศเราก็ต้องคิดค่าใช้จ่ายด้วย

 "พี่น้องประชาชนจะออกมารณรงค์ได้ก็เมื่อการมาใช้สิทธิมีประโยชน์ ถ้าเห็นแล้วไม่มีประโยชน์จะออกมาใช้สิทธิทำไม การใช้สิทธิเลือกตั้งอย่าคิดว่านักการเมืองหน้าเดิม ต้องคิดว่าเสียงที่ออกมาไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ ผมมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องนำมาสู่การเปลี่ยนแปลง จะยังไงก็ตามก็ต้องได้รัฐบาลใหม่แน่นอน เพราะรัฐบาลชุดนี้รักษาการอย่างน้อยต้องมีนักการเมืองหน้าใหม่เข้ามา คนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงคือคนไม่ยอมรับความจริง ผมมองว่าทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงแล้วต้องเปลี่ยนแปลงที่เราไม่สามารถจะหยุดมันได้ และอยากเห็นทุกอย่างเปลี่ยนแปลงทางที่ดีขึ้น พี่น้องต้องมาร่วมแสดงพลังกัน" นายสุทธิพล กล่าว

 นายสุทธิพล กล่าวว่า ตั้งแต่กกต.ชุดนี้เข้ามาทำงานไม่เคยถูกร้องในเรื่องกระบวนการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่ร้องเข้ามาคือการดิสเครดิตทางการเมือง คาถาแคล้วคลาดเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 1. เราเตรียมใจท่านจะใจเจาะเปราะไม่ได้ต้องเต็มร้อย ใจต้องเข้มแข็ง 2.รู้ทันท่านจะรู้ทันได้ด้วยข้อมูลต้องแน่น ถ้าถูกรุกด้วยวิชามารต้องชี้แจงได้ทันที แต่กฎกติกาเปลี่ยนแล้วไม่แน่นเวลาสื่อถามหลุดไปทีออกไปเกิดความเสียหายเราจะตกเป็นแพะ รู้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงของนักการเมือง นักการเมืองไม่ดีจ้องจับผิดกกต.ต้องชี้แจง 3.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตวางตัวเป็นกลางต้องไม่กระทำผิดเสียเอง 4.ต้องเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ดีต้องชี้แจงให้ข้อมูลต่อสังคมให้ชัดเจนและจะสร้างความเชื่อมั่น ถ้าใครกล่าวหากกต.ไม่จริงต้องชี้แจง อย่าปล่อยข่าวลือด้วยกันเอง ขณะนี้ถนนทุกสายจับสายตาไปที่กกต.ผู้จัดการเลือกตั้ง การชี้แจงต้องรู้ทันต้องรู้ข้อมูล 5.เป็นนักประสานงานที่ดี หน่วยเลือกตั้ง 9 หมื่นกว่าหน่วยพนักงานกกต.มี 2,000 กว่าคน ต้องดีลกับคนกว่าล้านคน ถ้าเราประสานงานไม่ดีก็จะกระทบต่อประสิทธิภาพ 6.เน้นป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด 7.ต้องยึดกรอบกติกากฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งข้อนี้จะเป็นเกราะป้องกันอย่างดี และ 8.เป็นสิ่งที่ดีที่สุดคือพระไพรีพินาศจะคุ้มครองท่านได้