
สกัดมือฆ่า'สจ.หมู'หวั่นหนีออกนอกประเทศ
ส่งชุดสืบสวน 3 ทีมล่ามือปืนสังหาร"สจ.หมู"คนสนิท"สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" เชื่อกบดานนอกพื้นที่ พร้อมประสานตม.สกัดหนีออกนอกประเทศ น้องชาย"สจ." คนดัง ตั้งค่าหัว 5 หมื่นล่ามือยิงพี่สาว
(21พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีคนร้ายคือนายไสว ขันธไพบูลย์ (นามสกุลเดิม ขันผักแว่น) อายุ 49 ปี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด.38 ยิงนางวนิดา เสตะปุตตะ หรือ ส.จ.หมู อายุ 49 ปี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาภรรยาของตนเองเสียชีวิตพร้อมกับนายเจษฎา เสตะปุตตะ อายุ 29 ปี ลูกติดของนางวนิดารวม 2 ศพ โดยเหตุเกิดในร้านอาหาร"ลานตะวัน" ริมสวนน้ำบุ่งตาหลัวเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เลขที่ 1469/8 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ซึ่งเป็นบ้านพักของนางวนิดาและภายหลังก่อเหตุนายไสวได้เขียนจดหมายจำนวน 4 หน้ากระดาษทิ้งเอาไว้ โดยข้อความในจดหมายได้สำนึกผิดและระบายความในใจถึงสาเหตุที่ลงมือสังหารนางวนิดาภรรยาพร้อมกับบุตรชาย เนื่องจากนายไสวสามีใหม่นางวนิดามีปัญหาเรื่องชู้สาวกับพนักงานภายในร้านของนางวนิดา จนทำให้มีปากเสียงทะเลาะกับนางวนิดารุนแรงบ่อยครั้ง ก่อนที่นายไสวจะขับรถกระบะยี่ห้อนิสสัน เอ็นวี สีบอร์น หมายเลขทะเบียน บษ 229 นครราชสีมา หลบหนีไป
พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า หลังศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุมัติหมายจับนายไสว ขันผักแว่น อายุ 49 ปี หมายจับเลขที่ 134/2554 ในลงวันที่ 20 พ.ค.54 ข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ล่าสุดชุดสืบสวนแบ่งเป็นทั้งหมด 3 ชุด คือชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา, ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค3 ยังเฝ้าประกบแหล่งที่คาดว่านายไสวจะหนีไปกบดานทั้งที่บ้านญาติพี่น้องและเพื่อนสนิท โดยจัดกำลังการออกติดตามนายไสว เพื่อไล่ล่านายไสว แต่ขณะนี้ก็ยังไม่พบตัวคาดว่านายไสวได้หนีออกนอกพื้นที่แล้ว ซึ่งชุดสืบสวนได้ประสานงานไปตำรวจตรวจคนเข้ามาเมือง (ตม.)เพื่อสกัดไม่ให้นายไสว หลบหนีออกนอกประเทศ และหากพบนายไสว สามารถดำเนินการเข้าจับกุมได้ทันที
ส่วนกรณีสายข่าวรายงานเข้ามาว่านายไสว เข้าไปกบดานในกรุงเทพมหานครนั้น จากการตรวจสอบยังไม่พบการเคลื่อนไหวนายไสวแต่อย่างใด ซึ่งสาเหตุที่เป็นแรงจูงใจให้นายไสว ก่อเหตุสังหารภรรยาและลูกเลี้ยงนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุว่าเป็นเรื่องชู้สาว หรือเรื่องปัญหาส่วนตัว ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก
ซึ่งพล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.ตร.ภ.จว.นครราชสีมา กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมนายไสวโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนสนใจอย่างมาก โดยให้ชุดสืบสวนเร่งดำเนินการข่าวเชิงลึกทุกแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน พร้อมทั้งประสานไปยังญาติพี่น้องนายไสวหากนายไสวติดต่อมาก็แนะนำให้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้ถึงแม้ว่านายไสวฯมือปืนจะเป็นผู้กว้างขวางและรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนแต่ตนยืนยันว่าไม่มีใครสามารถช่วยปกป้องผู้ต้องหารายนี้ได้แน่นอนซึ่งขณะนี้ตำรวจได้กระจายกำลังตามไล่ล่าและคาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้
ด้านพ.ต.ท คเชนทร์ เสตตะปุตตะ รอง ผกก.ปป.สภ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เฉลิมพระเกียรติ นครราชสีมา น้องชายนางวนิดา กล่าวว่า ขอความเป็นธรรมให้กับพี่สาวและหลานชาย ที่ไม่สามารถโต้ตอบข้อกล่าวหา ที่นายไสวเขียนจดหมายระบายความในใจ ใครเป็นอย่างไร สังคมทราบกันดี สังเกตได้จากพิธีรดน้ำศพ เมื่อเย็นวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้มาร่วมพิธี นับพันคน ทุกคนเศร้าโศก เสียใจกับการจากไปด้วยน้ำมือที่คนร้าย โหดเหี้ยม ซึ่งมีการเตรียมพร้อม วางแผน โดยซื้อกุญแจมาไว้ เพื่อจะได้พันธนาการประตูทางเข้า ไม่ให้คนมาช่วย เมื่อประกอบเหตุแล้ว ยังมีเวลาเขียนจดหมาย เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น เพื่อให้สังคมเข้าใจผิด ที่ผ่านมา นายไสวมีพฤติกรรมชู้สาว ลักลอบได้เสียกับแคชเชียร์ในร้านอาหาร ซึ่งเป็นข้าราชการ สังกัดหน่วยงานแห่งหนึ่ง ถึงขั้นจดทะเบียนสมรส และซื้อรถเก๋งให้ เมื่อ พี่สาวตน จับได้ ก็หนีไปบวช จากนั้นทั้งสองก็มีปากเสียงมาตลอด
ต่อหน้าคนอื่นสร้างภาพ เรียกคุณหมูทุกคำ แต่ลับหลังจะใช้กำลังทำร้ายพี่สาว ถึงขั้นไปนอนโรงพยาบาล ก่อนหน้านี้ประมาณต้นมีนาคมที่ผ่านมา ส.อบจ.หมู ได้ให้เงิน 7 แสนบาท ที่ได้จากการแบ่งขายที่ดินในเขต ต.หนองระเวียง อ.เมือง หลังฆ่าพี่สาวและหลานชาย ยังเอาเงินรายได้จากการเปิดร้านอาหารอีก จำนวนกว่าหมื่นบาท เพื่อเป็นเงินใช้จ่ายในระหว่างหลบหนี อย่างไรก็ตามขณะนี้ ตนประสานไปยังเพื่อนนายตำรวจที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 47 และ บรรดารุ่นพี่ รุ่นน้อง ให้ช่วยติดตามจับกุมตัว โดยจะมีการมอบเงินให้ 5 หมื่นบาท ให้ผู้ที่แจ้งเบาะแส จนนำไปสู่การจับกุม เป็นรางวัลให้



