ข่าว

เกาะติดสนามเลือกตั้ง-ถึงคราวแดงใหญ่สายเหนือกำสรวล

เกาะติดสนามเลือกตั้ง-ถึงคราวแดงใหญ่สายเหนือกำสรวล

21 พ.ค. 2554

ชัดเจนว่า "แนวคิด" ที่ตกผลึกออกมาเป็นการวางยุทธศาสตร์จัดวางลำดับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทย หรือ ทักษิณ ชินวัตร กับคนเสื้อแดงนั้นอยู่ในลักษณะเหลื่อมซ้อนกัน

 เมื่อฝ่าหนึ่งจัดวางเพื่อหวังใช้กำลังของคนเสื้อแดงด้วยการจัดวางลำดับปาร์ตี้ลิสต์ของแกนนำ นปช.คนสำคัญไว้ในลำดับที่ต้องได้เข้าสภา ไม่ว่าจะเป็น จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก่อแก้ว พิกุลทอง เหวง โตจิราการ วิภูแถลง วัฒนภูมิไทย และอีกหลายคนนั้น ล้วนเป็นกำลังหลักบนเวทีเสื้อแดง

 แต่แดงท้องถิ่นอย่าง เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำเสื้อแดงภาคเหนือที่มีฐานหลักอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ในนามกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กลับอยู่ในลำดับที่เรียกได้ว่า "ไม่รับประกันความปลอดภัย"

 เหมือนกับจะบอกว่า อยากอยู่ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์...ก็จัดให้ เพียงแต่อยู่ในลำดับที่ 86 จากทั้งหมด 125 คน

 ในฐานะ "แดงใหญ่ สายเหนือ" ย่อมสร้างความไม่พอใจให้แก่ เพชรวรรต เพราะรู้ดีว่า การชุมนุมที่ผ่านมานั้นสิ่งที่ได้รับกลับมาคือ "คดีความ"...เฉพาะที่เพชรวรรต เจอรวมแล้วทั้งหมด 82 คดี

 หนทางเดียวที่จะหลบหลีกการถูกจองจำในคุกระหว่างรอดำเนินคดีก็คือ ต้องได้เป็น ส.ส.

 นอกจากเอกสิทธิ์ ที่จะได้รับเป็นพิเศษกว่าชาวบ้านร้านตลาดแล้ว ยังมีสิทธิในการผลักดันกฎหมาย เพื่อให้นิรโทษคดีความอันเนื่องมาจากการชุมนุมได้ทั้งหมด

 "บางคนมาสามวันได้อันดับดี เราทำมา 5 ปีทำไมได้อันดับบ๊วย ทั้งๆ ที่ทำงานตรงไปตรงมามุ่งหวังให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน แม้กระทั่งเอาโฉนดไปจำนองก็ทำมาแล้ว ตั้งใจกลับมาสู้คดี 82 ข้อหาถือว่ามากที่สุดในประเทศไทยเรื่องถึงชั้นอัยการทั้งหมด ติดคุกอย่างน้อย 200 กว่าปีหากแพ้คดี การต่อสู้คดีทางการเมืองหากคดีละปีก็ 82 เดือน แต่ละคดีร้ายแรงทั้งนั้น หากได้เป็น ส.ส.ก็จะได้รับการคุ้มครอง"

 อาจจะดูฟูมฟายคร่ำครวญ แต่สำหรับเพชรวรรต แล้วที่เขาระเบิดออกมานั้น มันกลั่นออกมาจากใจ จากความรู้สึกที่ไม่อยากเชื่อว่า จะได้รับการตอบแทนดังที่ว่า

 เพชรวรรต ถือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ให้ความเคารพ เพราะในการชุมนุมนั้นให้ทั้งสถานที่ และทุนสนับสนุน

 เมื่อผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้ทำให้เพชรวรรต ถึงกับออกปากว่า เสื้อแดงบางส่วนใน 4 จังหวัดภาคเหนือ อาจไม่ไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 1 ของพรรคเพื่อไทย ที่เลือกกลับบ้านเพื่อขอเสียงสนับสนุนสร้างความมั่นใจในวันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม

 แต่จะว่าไปสิ่งที่เกิดขึ้นกับ เพชรวรรต ก็ไม่ต่างจาก แดงท้องถิ่นในภาคอีสาน ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เคยตบเท้าไปคุยกับแกนนำพรรคอย่าง "เฮียเพ้ง" พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ที่ถูกมอบหมายจากทักษิณ ให้บริหารจัดการภาคอีสานมาแล้ว

 แกนนำแดงอีสาน เห็นบทเรียนมาก่อนหน้า เมื่อครั้ง "คาราวานคนจน" ที่เกรียงไกรในช่วงพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล แต่เมื่อการเมืองเปลี่ยน บรรดาแกนนำก็ต้องเผชิญชะตากรรมอย่างเดียวดายกับการขึ้นโรงขึ้นศาล

 ตำแหน่ง ส.ส.จึงเป็นผ้ายันต์ชั้นยอดที่จะปกป้องคนเหล่านี้

 แต่เมื่อไม่ได้รับการจัดวางในลำดับที่ปลอดภัย แล้วประโยชน์อะไรที่พวกเขาจะออกมาสู้เพื่อให้ทักษิณ กลับบ้านโดยไม่ต้องติดคุก ในขณะที่พวกเขากำลังดิ้นรนเพื่อไม่ให้ตนเองเข้าคุก

 ถึงแม้ เพชรวรรต จะบอกว่าพร้อมหาเสียงในฐานะผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ แต่ในใจลึกๆ แล้ว เพชรวรรต น่าจะมีคำตอบให้แก่ตัวเองว่า หาเสียงแล้วคะแนนที่ได้มานั้นเพื่อใคร

 แต่ที่น่าเศร้ากว่านั้นก็เห็นจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร การต่อสู้ทางการเมืองนับตั้งแต่ปี 2475 สภากลายเป็นที่หนีคุก หลบคดีให้แก่ผู้ทรงเกียรติไปเสียแล้ว