
โฟกัส"ลำปางเมืองเซามิก"โอกาสของการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศผล 10 เมืองต้นแบบ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยใช้เกณฑ์ครอบคลุมทั้งการออกแบบ การพัฒนาสินค้าหรือบริการและวิธีการทางการตลาด
โดย 10 เมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ชุมชนทั่วประเทศ ในแง่การสร้างมูลค่าเพิ่ม มีการออกแบบพัฒนาสินค้าและบริการ รวมถึงวิธีการทางการตลาด เพื่อให้เกิดการสานต่อแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ประกอบด้วย 1. จ.ชัยนาท เมืองแห่งเมล็ดพันธุ์ข้าว (นางลือ-ท่าชัย) 2. จ.เชียงราย เมืองแห่งการพัฒนา (ดอยตุง) 3. จ.เชียงใหม่ เมืองหัตถกรรมสร้างสรรค์ 4. จ.น่าน เมืองเก่าที่มีชีวิต 5. จ.เพชรบุรี เมืองเพชร เมืองตาลโตนด 6. จ.มหาสารคาม เมืองแห่งการเรียนรู้ สู่การพัฒนาชุมชน 7. จ.ยะลา Bird City ศูนย์กลางเศรษฐกิจนก 8. จ.ลพบุรี เมืองนวัตกรรมแห่งพลังงานทดแทน 9. จ.ลำปาง เมืองเซรามิก และ 10. จ.อ่างทอง ชุมชนเอกราชหมู่บ้านทำกลอง
โครงการเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นโครงการภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล ที่ต้องการกระตุ้นและส่งเสริมให้คนไทยมีความตื่นตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรม และการจัดการธุรกิจในรูปแบบใหม่โดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ภาคประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยจะพัฒนาจังหวัดที่มีศักยภาพเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั่วประเทศ และคัดเลือกเป็นเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากจังหวัดที่มีความโดดเด่นทางภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม ที่สามารถนำไปพัฒนาสร้างจุดเด่นและมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าหรือบริการของจังหวัด ซึ่งจะมีส่วนในการสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่นและประเทศ
"การที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้การรับรอง จ.ลำปาง เป็น 1 ใน 10 เมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ลำปางเมืองเซรามิก เชื่อว่าจะช่วยเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพทั้งด้านการผลิตและการตลาดให้แก่หัตถอุตสาหกรรมการผลิตเซรามิกของ จ.ลำปาง ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดมากขึ้น เพราะ จ.ลำปางเป็นแห่งเดียวในโลกที่ทั้งเมืองมีการผลิตเซรามิก" ธนโชติ ธนวัฒน์ นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง สะท้อนความเห็น หลังจากที่ จ.ลำปาง ได้รับการพิจารณาให้เป็น 1 ใน 10
สำหรับ จ.ลำปางเป็นเมืองหัตถอุตสาหกรรม ที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ในฐานะแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา หรือเซรามิกที่มีชื่อเสียง นอกจากช่วยสร้างงานและอาชีพให้คนในท้องถิ่นมีรายได้และมีงานทำ งานในสาขานี้ยังนำรายได้เข้าประเทศจากการส่งออก ซึ่งแต่ละปีมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 ล้านบาท และจนถึงขณะนี้ใน จ.ลำปาง มีผู้ประกอบการทางด้านนี้มากกว่า 300 โรงงาน ตั้งแต่โรงงานขนาดเล็กระดับครัวเรือนจนถึงโรงงานขนาดใหญ่
ธนโชติ กล่าวว่า แม้ลำปางจะเป็นหนึ่งในเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แต่แนวทางการพัฒนาในฐานะเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ "ลำปางเมืองเซรามิก" ยังคงต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบเรื่องนี้อีกครั้งว่ามีแนวทางการพัฒนาอย่างไร ขณะที่ในส่วนของทางสมาคมและภาคเอกชนในพื้นที่ได้หารือกันเพื่อเตรียมนำเสนอแนวทางต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อผลักดันให้ จ.ลำปาง เป็นศูนย์กลางเซรามิกอาเซียน รวมทั้งผลักดันให้ จ.ลำปางเป็นเมืองเซรามิกอย่างแท้จริง เพื่อสร้างอัตลักษณ์ของเมืองและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยใช้เซรามิกเป็นจุดขายในการประดับประดาเมืองให้สวยงาม
จะเห็นว่าในการพัฒนาและยกระดับให้ จ.ลำปาง เป็นศูนย์กลางเซรามิกของอาเซียน นอกจากช่วยส่งเสริมด้านการส่งออก ยังยกระดับให้ลำปางเป็นศูนย์กลางการแสดงสินค้าเซรามิกที่มีคุณภาพมาตรฐาน ส่วนการพัฒนาลำปางให้เป็นเมืองเซรามิกอย่างแท้จริง เป็นการชูจุดแข็งในฐานะแหล่งผลิตหัตถอุตสาหกรรมเซรามิกที่ใหญ่ที่สุด แม้ที่ผ่านมาจะมีคู่แข่งที่สำคัญคือ จีน แต่เมื่อเปรียบเทียบเซรามิกลำปางมีจุดแข็งที่ค่อนข้างได้เปรียบโดยเฉพาะวัตถุดิบที่สำคัญคือ ดิน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
"แม้ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาจะถูกเซรามิกจีนบุกตลาดและแชร์ส่วนแบ่งไปได้ค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันคำสั่งซื้อ หรือออเดอร์จากประเทศคู่ค้าสำคัญเริ่มกลับมาเกือบ 100% แล้ว เพราะจีนได้หันไปผลิตเซรามิกอีกประเภทหนึ่งที่เหมาะสมกับเนื้อดินเพื่อมุ่งเจาะตลาดอีกระดับหนึ่ง เช่น ตลาดระดับล่างถึงกลาง" ธนโชติ กล่าว
ปัจจุบันเซรามิกลำปางมีการส่งออกไปทั่วโลก ตลาดหลักมีทั้งในยุโรป อเมริกา ฯลฯ ในปี 2553 มียอดขายรวมทั้งการส่งออกและจำหน่ายในประเทศไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วง 3-4 ปีก่อน ที่ลดลงเหลือประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท เพราะถูกเซรามิกจีนตีตลาด อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2555 มีการวิเคราะห์ว่ายอดขายเซรามิกของลำปาง จะมีมูลค่าสูงถึง 4,000 ล้านบาท อย่างแน่นอน
"ประโยชน์ที่ได้รับอันดับแรกหลังจาก จ.ลำปาง ได้รับการบรรจุให้เป็น 1 ใน 10 เมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คือ การประชาสัมพันธ์ให้ จ.ลำปางเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองเซรามิก โดยเฉพาะตลาดภายในประเทศ เพื่อช่วยส่งเสริมการขายในประเทศ เพราะผลิตภัณฑ์เซรามิกในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ทั้งของที่ระลึก ของชำร่วย ฯลฯ ขณะที่อีกด้านหนึ่งคือการกระตุ้นให้คนหันมาใช้เซรามิกมากขึ้น ช่วยทดแทนตลาดส่งออกในบางช่วงที่อาจมีปัญหา และยังเพิ่มช่องทางการตลาดให้ผลิตภัณฑ์เซรามิกของ จ.ลำปาง" อนุรักษ์ นภาวรรณ กรรมการบริหาร บริษัท อินทราเซรามิก จำกัด ผู้ประกอบการโรงงานผลิตเซรามิกรายใหญ่ใน จ.ลำปาง ให้มุมมอง
ส่วนกิจกรรมที่ภาคเอกชนมองต่อไปหลังจากนี้ เชื่อว่ารัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของ จ.ลำปางมากขึ้น โดยเฉพาะการต่อยอดเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้ จ.ลำปางเป็นเมืองเซรามิกอย่างแท้จริง เช่น การจัดตกแต่งเมืองด้วยเซรามิก การจัดประกวดออกแบบเซรามิก การจัดงานแสดงสินค้า ฯลฯ
"ปัจจุบัน จ.ลำปางมีศูนย์แสดงและจำหน่ายเซรามิกแต่ยังขาดองค์ประกอบอีกหลายส่วน ที่ผ่านมาจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ของบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลอีก 25 ล้านบาท เพื่อทำให้ศูนย์แสดงสินค้าแห่งนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ทั้งการประชาสัมพันธ์ การจัดนิทรรศการ รวมทั้งการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์เซรามิก เพื่อนำเสนอเรื่องราวและความเป็นมาจุดกำเนิดของเซรามิกลำปางที่เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 จากชามตราไก่ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ ทำให้เมื่อคิดถึงเซรามิกลำปาง ต้องคิดถึงชามตราไก่" อนุรักษ์ กล่าว
เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบข้างต้น ทั้งในส่วนแนวคิดของภาครัฐ และสิ่งที่ภาคเอกชนมองเห็นถึงโอกาสที่จะได้รับ น่าที่จะทำให้เห็นภาพความเป็นไปของจังหวัดลำปางเมืองเซรามิก ถึงทิศทางนับจากนี้ไป
จันจิรา จารุศุภวัฒน์



