
กกต.คาดไม่เกิน3ทุ่มรู้ผลเลือกตั้งไม่ทางการ
กกต. คาดไม่เกิน 21 .00 น.ทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ด้าน สตช.ใช้แผน พิทักษ์เลือกตั้ง ดูแลความสงบเรียบร้อย เผย เพิ่มกำลังเป็นพิเศษใน 10 จังหวัด ระบุ ผู้สมัครส.ส.สามารถขอจนท.ตร.คุ้มกันได้แต่ต้องไม่ระบุตัวบุคคล
ที่โรงแรมรามาการ์เดน วันที่ 20 พ.ค. นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวในงานประชุม กกต. จังหวัด และ ผอ.กต.จังหวัดเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งว่าว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และประมวลจริยธรรม กกต. โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยสุจริตเที่ยงธรรมและเป็นกลางเพื่อให้ผลการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ขอให้กกต.จังหวัดวางแผนโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง จังหวัดใดมีปัญหาเรื่องความรุนแรงก็ประสานกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยเฉพาะการซื้อเสียให้น้อยลง นอกจากนี้กกต.จังหวัด ผอ.กต.จว จะต้องเน้นเรื่องประชาสัมพันธ์เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะเรื่องระบบการลงคะแนนที่เปลี่ยนไปจากเขตเดียว 3 เบอร์ มาเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว ซึ่งตนเป็นห่วงว่าจะมีบัตรเสียเกิดขึ้น
นายประพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนการการดำเนินการจัดการเลือกตั้งนั้น เรื่องจัดเวทีกลางของ กกต. ก็จัดให้เหลือเพียงเขตละ 1 แห่ง การดูแลหีบบัตรเลือกตั้งตั้งล่วงหน้า ขอให้เก็บไว้ในที่เปิดเผยที่สามารถตรวจสอบได้รวมถึงหน่วยเลือกตั้งก็ควรจัดไว้ในบริเวณที่เปิดเผยเช่นกัน และตรวจสอบเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับการเลือกตั้งว่าพร้อมใช้งานและถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ทั้งนี้บัตรเลือกตั้งต้องจึงต้องดูเป็นพิเศษจะเกินหรือขาดไม่ได้ ที่สำคัญบัตรเลือกตั้งจะต้องมีตราประทับ ส่วนบัตรเลือกตั้งที่เหลือก็ต้องจัดเก็บและตรวจสอบให้รอบคอบป้องกันคนไปหยิบฉวยออกมา ป้องกันไม่ให้มีเหตุบัตรเลือกตั้งปลอมได้ ส่วนการพิมพ์บัตรเลือกตั้งครั้งนี้จัดพิมพ์ 53.5 ล้านใบ เหตุที่พิมพ์เช่นนี้ เป็นการเผื่อไว้สำหรับการเลือกตั้งนอกเขตและราชอาณาจักร รวมถึงบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าประมาณ 3 ล้านใบ รวมกับบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในวันจริง ซึ่งบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในวันเลือกตั้งที่ 3 ก.ค.นั้น เราจะจ่ายไป 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อป้องกันปัญหาบัตรเลือกตั้งขาด ในส่วนของค่าตอบแทนกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ได้มีการปรับปรุงค่าตอบแทนจาก 700 เป็น 900 บาทต่อคน
นายประพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งคราวนี้ ขอให้ ผอ.กต.จว.ทั่วประเทศ แจ้งโทรสารรายงานจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 16.00 น. และน่าจะทราบผลการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้ในเวลา 21.00 น. ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นน่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้
ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษาสบ.10 ด้านความมั่นคง และกิจการพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ชี้แจงแผนการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งว่า ว่า สตช. ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง ซึ่งมีแผนการทำงานทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง ในชื่อ ” แผนพิทักษ์เลือกตั้ง ” โดยเปิดศูนย์ฯทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค เน้นข้าราชการวางตัวเป็นกลาง จัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 2 ระบบ จัดเจ้าหน้าที่ดูแลจุดปราศรัยของผู้สมัคร จะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในจังหวัดใหญ่ โดยเฉพาะใน 10 จังหวัด ประกอบด้วย กทม. ขอนแก่น เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ สมุทรปราการ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และอุดรธานี รวมทั้งการดูแลความปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ยังจัดกำลังไปดูแลโรงพิมพ์บัตรเลือกตั้งและการจัดส่งบัตรเลือกตั้งที่ไปรษณีย์ด้วย
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ส่วนการดูและรักษาความปลอดภัยให้กับผู้สมัครส.ส.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และระบบเขตนั้น ทางศูนย์ฯได้มีการประเมินพื้นที่เขตทุกวัน ว่า พื้นที่ใดมีการแข่งขันสูงหรือรุนแรง ก็จะมีการจัดกำลังไปดูแลเป็นพิเศษ หากผู้สมัครคนใดต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลก็สามารถร้องขอได้ โดยตำรวจ 1 นายต่อ ส.ส. 1 คน ซึ่งจะต้องทำหนังสืออย่างเป็นทางการ และได้รับการอนุมัติจากผบ.ตร. ทั้งนี้การร้องขอไม่สามารถระบุได้ว่า อยากได้ตำรวจคนใดไปช่วยดูแล และตำรวจที่ไปรักษาความปลอดภัยของผู้สมัครตำรวจจะต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบ ตำรวจ ห้ามไม่ให้แต่งกายนอกเครื่องแบบอย่างเด็ดขาด รวมถึงห้ามช่วยเหลือผู้สมัครหาเสียงไม่ว่าจะลักษณะใด
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า นอกจากนี้ทางศูนย์ฯได้จัดทำบัญชีมือปืนรับจ้างทั้งในส่วนของผู้ที่มีหมายจับและไม่มีหมายจับ รวมทั้งการระดมกวาดล้างอาวุธปืน อาวุธสงคราม ขณะนี้ได้มีการออกหมายจับมือปืนรับจ้างไป 50 รายแต่สามารถติดตามได้แล้ว 3 ราย ส่วนคนอื่นๆอยู่ในระหว่างการสืบสวนหาข่าวและรวบรวมข้อมูลเพื่อออกหมายจับต่อไป นอกจากนี้มียึดอาวุธปืนกว่า 400 กระบอก เพื่อป้องกันการนำไปก่อเหตุช่วงที่มีการเลือกตั้งได้ ส่วนการทำลายป้ายหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ ได้มีการหาข่าวเพื่อหาจุดเชื่อมโยงกลุ่มผู้ที่ทำลายป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ส่วนเรื่องหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผบ.ตร.มีความเป็นห่วงอย่างมากนั้น เบื้องต้นได้ปรึกษากับนายประพันธ์ แล้วก็เห็นว่าควรจะเก็บหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ไว้ที่สถานีตำรวจ โดยตนก็จะนำเรื่องนี้ไปพิจารณาอีกครั้ง ส่วนเรื่องการวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจได้เน้นย้ำตลอดเวลา เพื่อให้ตร.เป็นองค์กรที่สร้างความเชื่อมั่นใจสังคมได้
นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน กล่าวว่า คาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะรุนแรงเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 50 โดยดูจากเหตุการณ์ลอบยิงนายประชา ประสพดี ส.ส.พรรคเพื่อไทยแต่ตนก็เชื่อว่า กกต.จว.ที่มีประสบการณ์มา 3 ปี จะจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม เป็นที่ยอมรับกับทุกฝ่าย และจะถือเป็นจุดเริ่มต้นให้ประเทศสงบสุข หลุดพ้นจากปัญหา ที่ผ่านมามีผู้ใหญ่ของประเทศขอให้ตนช่วยทำให้ประเทศได้นับหนึ่งใหม่ เนื่องจากตอนนี้ทุกฝ่ายมองมาที่กกต. ที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่ทุกคนต้องช่วยกันให้แก้ไขปัญหาให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤต ดังนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนใช้สติปัญญาและความสามารถอย่างเต็มที่ รวมถึงการวินิจฉัยการกระทำผิดของผู้สมัครรับเลือกตั้งก็ควรดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะหากดำเนินการล่าช้าอาจถูกมองว่ากกต.ปฏิเสธความเป็นธรรม รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายต้องปฏิบัติด้วยความเสมอภาคไม่สองมาตรฐาน โดยเฉพาะหากพบว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งได้กระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง กกต.ก็ต้องลงโทษไปตามกฎหมายก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เพราะหากปล่อยให้บุคคลดังกล่าวเข้าไปทำหน้าที่ในสภาก็ถือว่าปล่อยให้คนไม่ดีเข้าสภา



