
'มาร์ค'เย้ยเลือก"ปู"มี'ตู่'ทีมปรองดอง
"อภิสิทธิ์" ถล่มเละ นโยบายพรรค "เพื่อไทย" เย้ยเลือก "ยิ่งลักษณ์" ได้แกนนำเสื้อแดงเป็นทีมปรองดอง
(20พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นั่งรถกันกระสุนที่จัดหามาเองพร้อมทีมรักษาความปลอดภัยติดตามเดินทางออกจากบ้านพักในซอยสุขุมวิท 31 มาลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดที่เดิมทีนายอภิสิทธิ์มีกำหนดจะเดินทางมาก่อนหน้านี้แต่มีอาการป่วยจึงยกเลิกและจึงเดินทางมาในวันนี้แทน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันของสองพรรคใหญ่คือพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ที่เข้มข้นมากสูสีมาก และถ้าประชาชนเลือกประธิปัตย์นโยบายก็เป็นนโยบายรัฐบาล และตนเป็นบัญชีรายชื่ออันดับหนึ่ง ส.ส. ก็สนับสนุนตนเป็นนายก ส่วนพรรคเพื่อไทยก็สนับสนุนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯก็มีแนวทางชัดเจนว่าจะเลือกตนหรือ น.ส.ยิ่งลักณ์เป็นนายก ขณะที่เรื่องนโยบายก็ชัดเจนว่าเพื่อไทยจะยกเลิกประกันรายได้ โดยระบุว่าจะกลับมาใช้โครงการรับจำนำให้ 15,000บาท แต่ถามว่าโควต้าจะน้อยลงหรือไม่และกลับสู่สภาพเดิมคือกลับคืนสต็อก ข้าวราคาตก เพราะถ้าเลือกปชป. โครงการประกันรายได้ก็เดินต่อเพิ่มกำไร แต่ถ้าเลือกเพื่อไทยกลับไปใช้ระบบจำนำ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นโยบายเรียนฟรีพรรคประชาธิปัตย์ให้ตำราราเรียน อุปกรณ์การเรียน แต่เพื่อไทยจะแจกคอมพิวเตอร์ให้คนละเครื่อง ตนไม่รู้ว่าเครื่องละเท่าไร แต่ตนคำนวณเงินถ้าแจกจริงก็จะใช้เงินแพงกว่าโครงการเรียนฟรีแน่นอน และไม่รู้เอาเงินมาจากไหนอาจจะยกเลิกโครงการเรียนฟรี หรือยกเลิกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก็ได้ นั่นก็เป็นความแตกต่างเชิงนโยบายชัดเจนไปเลยว่าเป็นอย่างไร
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อไปว่า ตนอยากจะฝากข้อคิดสองข้อเวลาที่เราดูนโยบายพรรคไหนคือ 1.นโยบายที่พูดๆต้องถามว่าจะทำจริงหรือจะทำได้จริงหรือไม่ วันที่ตนมาบอกกับประชาชนว่าจะให้เบี้ยยังชีพ 500 บาท แต่พรรคอื่นบอกจะให้ 2-3 พันบาท ซึ่งตนคำนวนแล้วถ้าให้ 500 บาททุกคน ใช้เงิน 4 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าให้ 2 พันคูณ 4 เป็นแสนกว่าล้านบาท ซึ่งไม่มีเงินให้ และปรากฏว่าทุกพรรคเมื่อเป็นรัฐบาลในปี 2551 มีใครได้เบี้ยยงัชีพ 2-3 พันบาทบ้าง เพราะไม่มีใครทำ แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์เราทำได้ 99 วัน เพราะเราคำนวณไว้แล้ว ส่วนที่ขอเพิ่มเป็น 1,000 บาท ตนต้องขอคิดก่อน และตนรับรองว่าอีก 40 กว่าวัน จะมีคนวาดฝันไว้หมด แต่ท่านต้องดูนโยบายที่ทำได้จริงและใครได้ทำจริงมาแล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า 2.ในส่วนของตนและปชป.สิ่งที่พูดทั้งหมดถ้าเป็นรัฐบาล เริ่มต้นวันแรกเดินหน้าได้ทันที เพราะเป็นการเดินหน้าต่อเนื่องจากสิ่งที่ทำมาแล้ว เพราะนโยบายอยู่ในหัวของพวกเราและการรับฟังจากประชาชน ตนจึงบอกว่าเลือกตั้งครั้งนี้อย่าไปนับ "หนึ่ง" เติมให้เต็ม "สิบ" ไปเลย เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์นี่คือความแตกต่างที่เราจะสานต่อ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีประเด็นใหม่ที่พรรคเพื่อไทยโดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายปลอดประสพ สุรัสวดี และนางสาวยิ่งลักษณ์เองที่บอกว่านโยบายสำคัญของเพื่อไทยคือการนิรโทษกรรมพาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน ตนก็บอกว่าไม่เถียงว่าล้างความผิดดีหรือไม่ แต่เวลาที่มีการจุดประเด็นนี้ บ้านเมืองวุ่นวายไหม ตนตั้งใจยุบสภาเพื่อให้การเมืองเป็นเรื่องของประชาชนไม่อยากให้กลับไปเป็นเรื่องทักษิณหรือไม่ทักษิณ ล้างไม่ล้างความผิด ให้กลับไปวุ่นวายเหมือนปี 51 จนทำอะไรไม่ได้ ไม่ใช่เราไม่ปรองดอง แต่สองปีที่ผ่านมาตนทำงานด้วยความอดทนและไม่คิดทำร้ายใคร แต่หลายปัญหาลุกลามบานปลายจนต้องรักษากฎหมายและเมื่อเกิดเหตุขึ้นและเรียกร้องความปรองดองเราก็เอาคนกลางเข้ามา เขาบอกให้เยียวยาเราก็ทำ เรื่องงสิทธิประกันตัวเราก็ทำ เอาคนกลางไม่มีส่วนได้เสียมาเดินปรองดอง แต่หากนำคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียมากทำปรองดองวุ่นแน่
“ผมไม่รู้จักคุณยิ่งลักษณ์เป็นการส่วนตัวแต่เขาอาจจะตั้งใจมากปรองดอง แต่ผมกลัวทีมปรองดองของคุณยิ่งลักษณ์ เพราะผมอ่านรายชื่อบัญชีรายชื่อส.ส.ของเพื่อไทย ผมเห็นแล้วผมกลัว 1.นายจตุพร พรหมพันธุ์ 2.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 3.นายแพทย์เหวง โตจิราการ และยังมีนายวิภูแถลง และนายอริสมันต์ที่ขาดคุณสมบัติก็นำภรรยามาใส่ ดังนั้นพี่น้องคิดแล้วกันว่าทีมอย่างนี้มาทำงานปรองดองมันจะปรองดองได้หรือไม่ พี่น้องเสียเวลาและประเทศเสียเวลามามากแล้ว เราต้องเอาปัญหาของพี่น้องมาคุยกันดีกว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยมาวันนี้พร้อมทีมปรองดองของคุณยิ่งลักษณ์ หลายคนในประเทศคงมีปัญหากันแน่และปัญหาของประเทศก็จะวุ่นวายอีก”นายอภิสิทธิ์ กล่าว



