ข่าว

เลือกตั้งส.บอลลากยาว18มิ.ย.แฉนักการเมืองห้ามกกท.ล้วงลูก

เลือกตั้งส.บอลลากยาว18มิ.ย.แฉนักการเมืองห้ามกกท.ล้วงลูก

20 พ.ค. 2554

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเดินหมากใหม่ ร่อนหนังสือให้สภากรรมการบริหารลงมติ "รับรอง หรือปฏิเสธ" การเลือกตั้งนายกลูกหนังคนใหม่ ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ ด้านวงในเผย มีนักการเมืองใหญ่แถบภาคกลางติดเบรก สั่ง กกท.ที่มีอำนาจเต็มในการจัดการใส่เกียร์ว่าง

หลังจากที่รักษาการกรรมการบริหารสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ล้มการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 ที่มีวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนกระทั่งการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้มีหนังสือให้สมาคมฟุตบอลทำเรื่องชี้แจงเหตุผล ซึ่ง “บิ๊กหนุ่ม” กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. ได้ออกมาแถลงกับสื่อว่า ขอให้ชี้แจงกรณีคุณสมบัติสโมสรสมาชิกที่เป็นปัญหาเข้ามาเพิ่มเติม พร้อมให้แนวทางควรจัดการเลือกตั้งภายใน 2-4 สัปดาห์ ตามที่ “คม ชัด ลึก” เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 ล่าสุดทีมข่าว “คม ชัด ลึก” ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าววงในว่า ทันทีที่มีแนวทางจากผู้ว่าการ กกท.ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออกมาในค่ำวันเดียวกัน สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้ส่งหนังสือโดย “บังยี” วรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมเป็นคนลงนาม ถึงสภากรรมการบริหารสมาคม เพื่อขอให้ลงมติจะรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 ในวันที่ 18 มิถุนายน หรือไม่ หากไม่เห็นด้วยมีช่องให้ใส่เหตุผลของการปฏิเสธวันดังกล่าวมาด้วย 

 เป็นที่น่าสังเกตว่าการออกหนังสือฉบับนี้เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน เหมือนกับรู้ว่า กกท.จะต้องเปิดช่องว่างให้นานถึง 1 เดือนเต็ม แต่อย่างไรก็ตาม หากไปว่ากันตามข้อบังคับลักษณะปกครองของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในข้อ 20 หัวข้อการประชุมใหญ่ประจำปี ข้อ 20.4 แล้ว จะพบว่าการเลื่อนประชุมใหญ่ออกไปนานถึง 1 เดือน 12 วันนั้น ไม่น่าจะเป็นไปตามข้อบังคับของสมาคมที่กำหนดให้หากการประชุมใหญ่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเสียงของสโมสรสมาชิกมีไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ซึ่งน่าจะนำมาปรับใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเหตุผลการล้มประชุมมาจากหนังสือมอบอำนาจของสโมสรไม่ถูกต้อง น่าจะต้องกำหนดให้มีการประชุมใหญ่นัดใหม่ไม่น้อยกว่า 7 วันแต่ไม่เกิน 15 วัน

 นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้ตั้งข้อสังเกตอีกว่า กกท.ควรจะนำเอาข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 6 ข้อ 15 และข้อ 19 ตามที่เคยได้นำเสนอไปแล้วเข้ามาใช้อย่างเคร่งครัด เพราะเหตุผลแท้จริงแล้วมีเพียง 2 สโมสรเท่านั้นที่พบปัญหาเรื่องหนังสือมอบอำนาจคือ สโมสรศิษย์เก่าไชยฉิมพลีวิทยาคม และสโมสรตะพานหิน ไม่ได้มีมากถึง 60 กว่าสโมสรอย่างที่กล่าวอ้าง หรือแม้จะมีมากถึง 60 กว่าสโมสรก็ยังถือว่าที่ประชุมใหญ่ในวันที่ 6 พฤษภาคม ยังชอบธรรมที่จะดำเนินการต่อไปได้ เพราะมีสโมสรสมาชิกสามัญที่มีสิทธิ์ออกเสียงมาร่วมประชุมในครั้งนั้นมากถึง 144 สโมสรจากทั้งหมด 154 สโมสร

 ขณะเดียวกันแหล่งข่าวภายในค่ายหัวหมากยังยืนยันกับ “คม ชัด ลึก” อีกว่า เหตุผลที่ กกท.ไม่อาจนำเอาอำนาจที่มีมาใช้อย่างเต็มที่ แม้ผู้ว่าการ กกท.จะยืนยันไม่มีการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลแทรกแซงการตัดสินใจ และพร้อมทำหน้าที่อย่างเป็นกลางนั้น เกิดขึ้นเนื่องจากมีนักการเมืองใหญ่สายภาคกลางรายหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันส่งลูกชายเข้ามาทำสโมสรฟุตบอลในระดับลีกอาชีพ มีคำสั่งโดยตรงให้ กกท.ไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกรณีของสมาคมฟุตบอล หรือให้ใส่เกียร์ว่าง ปล่อยให้สมาคมดำเนินการเองทั้งหมด