
มาร์คท้าเทียบนโยบายปูปัดนอมินีแม้ว
"อภิสิทธิ์"ปัดเอาเปรียบสวมหมวกสองใบ-ท้าเทียบนโยบาย "ยิ่งลักษณ์"ปัดเป็นนอมินี "แม้ว" เผยพี่ชายโทรยินดี แฉทักษิณเคาะชื่อปาร์ตี้ลิสต์จบเกือบตีห้า มิ่งขวัญฉุนอยู่ลำดับ 6
วันที่ 19 พ.ค. รายการข่าว 3 มิติ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เปิดใจคู่ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การสวมหมวกสองใบ โดยใบหนึ่งคือหมวกรัฐบาล อาจถูกครหาเอารัดเอาเปรียบในการหาเสียงได้ ที่ผ่านมาได้ปรึกษา กกต.และต้องการทำให้เป็นบรรทัดฐาน ยอมรับว่าอาจทำให้หาเสียงยาก เพราะเป็นที่จับจ้อง ทั้งนี้ ยืนยันไม่มีแนวคิดเอาเปรียบใคร หรือไปทำอะไรคู่แข่งขัน และพร้อมที่จะเดินหน้าไปสู่การปรองดองสมานฉันท์ การทำหน้าที่ 2 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีความสุ่มเสี่ยง แต่เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันจะเอาสิ่งเหล่านี้มาบอกว่าเป็นข้อจำกัดในการทำงานก็ไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การจัดบัญชีรายชื่อ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ได้มีการจัดทำ 2 บัญชี ขณะเดียวกัน ท้าให้นำนโยบายของพรรคเพื่อไทยมาเปรียบเทียบกับของพรรคประชาธิปัตย์ว่าของใครจะดีกว่ากัน
"ยิ่งลักษณ์"ปัดเป็นนอมินี"แม้ว"
ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจับสลากได้เบอร์ 1 พ.ต.ท.ทักษิณได้โทรมาแสดงความยินดี เพราะเลข 1 คนไทยถือว่าเป็นลักกี้นัมเบอร์ เป็นเลขมีชัย ก็เป็นกำลังใจ และรู้สึกดีใจที่ประชาชนตอบรับ มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น บทบาทของตัวเองนั้น คงต้องออกพบปะประชาชน นำนโยบายพรรคไปชี้แจง ส่วนภาคใต้ที่เป็นพื้นที่ของประชาธิปัตย์นั้น ถ้ามีโอกาสก็อยากลงไป
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า รายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค ที่มีกลุ่มแกนนำเสื้อแดงด้วยนั้น พรรคมีหลักมีเกณฑ์ที่จะพิจารณาอย่างหลากหลาย ทั้งนี้การทำงานของตนในภาคธุรกิจนั้น ได้ยื่นลาออกแล้ว มีผลวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เหลือแค่การส่งมอบงานเท่านั้น
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวถึงกรณีถูกระบุว่าโคลนนิ่งพ.ต.ท.ทักษิณมาว่า โคลนมาจากสายเลือด เพราะตนเป็นน้องคนเล็ก ได้ซึมซับแนวทางการทำงานของพ.ต.ท.ทักษิณมาตั้งแต่เล็ก แต่การตัดสินใจนั้น ขอยืนยันว่าเป็นตัวของตัวเอง ตนทำงานบริหารมาตลอดชีวิต จะบอกว่าเป็น "นอมินี" ไม่ได้ เพราะตนมีการตัดสินใจเป็นของตัวเอง ส่วนเรื่องการดีเบตนั้น ต้องบอกว่าขอเวลาก่อน เพราะต้องลงพื้นที่หาเสียง และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนอยากฟังนโยบายมากกว่า ส่วนหากถูกเชิญมาเวทีย่อย ก็คงต้องดูหัวข้อก่อน
แม้วเคาะชื่อปาร์ตี้ลิสต์จบเกือบตีห้า
แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ภายหลังจากที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จับหมายเลขที่จะใช้ในการหาเสียงได้เบอร์ 1 นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้โทรศัพท์ไปแจ้งให้ พ.ต.ท.ทักษิณทราบทันที โดย พ.ต.ท.ทักษิณแสดงความพอใจที่ได้เบอร์ 1 เพราะเชื่อว่าจะทำให้ประชาชนสามารถจดจำได้ง่าย
แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเปิดเผยว่า รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยทั้ง 125 คนนั้น จัดทำเสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม เนื่องจากนายทุนของพรรคได้ท้วงติงว่า ไม่มีรายชื่อตัวแทนของกลุ่มนายทุนอยู่ในรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในลำดับที่น่าจะได้เป็น ส.ส.แต่ถูกจัดให้อยู่ในลำดับตั้งแต่ 80 ลงมา รวมทั้งไม่พอใจที่แกนนำ นปช.และแกนนำคนเสื้อแดงหลายคนต่างอยู่ในลำดับต้นๆ ที่คาดว่าน่าจะได้เป็น ส.ส.อีกด้วย ดังนั้นแกนนำพรรคเพื่อไทยจึงได้โทรศัพท์ไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อขอให้มีการจัดลำดับรายชื่อผู้สมัครใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ดีเหตุผลในการต่อรองอันดับของคนเสื้อแดงคือ หากตัวแทนคนเสื้อแดงคนใดไม่ได้ขึ้นบัญชีรายชื่อ ก็จะไม่ให้คนเสื้อแดงลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย ทั้งที่เคยตกลงกันไว้ว่า โควตาของคนเสื้อแดงคือ 10 คน แต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้มีคนเสื้อแดงจำนวนมากลงสมัครระบบบัญชีรายชื่อถึงกว่า 20 คน
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในที่สุดนายบัณฑูรย์ สุภัควณิช อดีตผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณ ที่ไม่มีรายชื่อในครั้งแรก ก็ถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 13 ขณะที่นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ อดีต รมช.พาณิชย์ จากเดิมที่ถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 80 กว่า ก็ถูกขยับขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 18 สำหรับแกนนำนปช.และแกนนำคนเสื้อแดงนั้น ต่างพอใจกับลำดับที่พรรคจัดให้ เพราะอยู่ในลำดับปลอดภัยที่คาดว่าน่าจะได้เป็น ส.ส.
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในส่วนของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีต ส.ส.สัดส่วน แม้ว่าจะถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 6 แต่นายมิ่งขวัญก็ยังรู้สึกไม่พอใจ และต้องการที่จะอยู่ในลำดับที่สูงกว่านั้น จึงไม่ยอมเซ็นใบลาออกจากการเป็น ส.ส.ไว้ตามที่พรรคกำหนดเป็นกติกา
มีรายงานว่าในส่วนของอดีต ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้งและอดีต ส.ส.สัดส่วน ที่มีปัญหาทับซ้อน และถูกจัดอยู่ในลำดับที่สุ่มเสี่ยงต่อการไม่ได้เป็น ส.ส.นั้น พรรคก็จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี หรือเลขานุการรัฐมนตรีแทน



